News Logo
หน้าแรก
วูด แมคเคนซี เผยวิจัย ดาต้าเซ็นเตอร์ ทำความต้องการ LNG ไทย-มาเลย์พุ่ง

วูด แมคเคนซี เผยวิจัย ดาต้าเซ็นเตอร์ ทำความต้องการ LNG ไทย-มาเลย์พุ่ง

8 ก.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 7 คน

วูด แมคเคนซี เผยผลวิจัย ดาต้าเซ็นเตอร์ยักษ์ ทำไทย-มาเลเซีย ความต้องการก๊าซ LNG พุ่งสูงที่สุดในอาเซียน แต่ก๊าซในประเทศกลับร่อยหรอ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 บริษัทวูด แมคเคนซี (Wood Mackenzie) บริษัทวิเคราะห์และให้คำปรึกษาด้านพลังงานระดับโลก เปิดเผยผลวิจัยล่าสุดว่า ประเทศไทยและมาเลเซียกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านความต้องการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการหลั่งไหลของการลงทุนในศูนย์ข้อมูล ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ (hyperscale data centres) ท่ามกลางสถานการณ์ที่ปริมาณการผลิตก๊าซในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง

รายงานระบุว่า ประเทศมาเลเซียมีโครงการพัฒนาศูนย์ข้อมูลที่มีกำลังการผลิตรวม 3.9 กิกะวัตต์ (GW) กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ พร้อมกับการก่อสร้างสถานีแปรสภาพก๊าซธรรมชาติเหลว (regasification terminals) แห่งใหม่ เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่แหล่งก๊าซธรรมชาติที่ส่งผ่านท่อแบบเดิมกำลังลดลง ด้านประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าถึง 2 ใน 3 ของโครงข่ายทั้งหมด คาดการณ์ว่าสัดส่วนของ LNG ในการจัดหาก๊าซจะสูงเกิน 50% ภายในปี 2578 เนื่องจากปริมาณการผลิตก๊าซในอ่าวไทยและการนำเข้าผ่านท่อจากเมียนมายังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง

นายมูฮัมหมัด ฟาดลุลเลาะห์ โอมาร์อาลี (Md Fadhlullah Omarali) นักวิเคราะห์หลักของวูด แมคเคนซี กล่าวว่า "มาเลเซียและประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การลงทุนในศูนย์ข้อมูลเติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ปริมาณการผลิตก๊าซในประเทศกำลังถึงจุดสูงสุดและเริ่มลดลง โครงสร้างพื้นฐานการนำเข้าใหม่ๆ กำลังถูกพัฒนา และฐานผู้นำเข้าก็กำลังขยายตัว สำหรับซัพพลายเออร์ LNG ที่มีปริมาณพร้อมส่งมอบ จังหวะเวลานี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง"

ผลการวิจัยชี้ว่า กำลังการผลิตของศูนย์ข้อมูลทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า จาก 2.8 กิกะวัตต์ในปัจจุบัน เป็น 9.4 กิกะวัตต์ภายในปี 2578 ส่งผลให้ความต้องการพลังงานจากศูนย์ข้อมูลเติบโตจาก 17 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) เป็น 57 เทราวัตต์ชั่วโมงในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ กังหันก๊าซแบบ Combined-Cycle ยังคงเป็นเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่เหมาะสมที่สุดในการตอบสนองความน่าเชื่อถือแบบโหลดพื้นฐาน (baseload reliability) ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ที่ศูนย์ข้อมูลต้องการ เนื่องจากระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ระดับโครงข่ายยังคงไม่เป็นที่แพร่หลายในเชิงพาณิชย์ทั่วภูมิภาคจนถึงช่วงกลางทศวรรษ 2570

ผลงานวิจัย

ผลงานวิจัย

สถานการณ์ LNG ในภูมิภาคและโอกาสที่แตกต่าง

ในประเทศสิงคโปร์ ระบบโครงข่ายไฟฟ้าต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าประมาณ 95% เมื่อการนำเข้าก๊าซผ่านท่อจากมาเลเซียและอินโดนีเซียจะยุติลงในช่วงต้นทศวรรษ 2570 แหล่งก๊าซของสิงคโปร์จะพึ่งพา LNG ทั้งหมด 100%

สำหรับประเทศอินโดนีเซีย เมืองบาตัมได้กลายเป็นศูนย์กลางที่สามของระเบียงเศรษฐกิจสิงคโปร์-ยะโฮร์-เรียว (Sijori) โดยมีโครงการพัฒนามากกว่า 450 เมกะวัตต์ในแผนงาน แต่ความเสถียรของโครงข่ายไฟฟ้ายังคงเป็นข้อจำกัดหลัก

ในทางตรงกันข้าม ภูมิภาคเอเชียใต้ยังคงมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างในการเข้าถึงก๊าซธรรมชาติ วูด แมคเคนซี ระบุว่าภูมิภาคนี้มีการเติบโตในขนาด แต่ไม่มีความต้องการ LNG ที่มีนัยสำคัญ แม้ว่าตลาดศูนย์ข้อมูลของอินเดียคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นห้าเท่า เป็นเกือบ 12 กิกะวัตต์ภายในปี 2578 โดยดึงดูดการลงทุนมูลค่า 145,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 4,759,440 ล้านบาท) ระหว่างปี 2567 ถึง 2573 แต่ LNG ก็ยังไม่สามารถตอบสนองโอกาสนี้ได้ด้วยเหตุผลเชิงโครงสร้าง

สาเหตุเนื่องมาจากก๊าซธรรมชาติไม่สามารถแข่งขันด้านเศรษฐกิจในฐานะเชื้อเพลิงพื้นฐานสำหรับศูนย์ข้อมูลได้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจาก LNG นั้นสูงกว่าพลังงานหมุนเวียนที่จับคู่กับระบบกักเก็บแบตเตอรี่ในอินเดียถึง 2-3 เท่า

"ปัจจุบัน ก๊าซธรรมชาติคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 2% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของอินเดีย และคาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับนั้นตลอดช่วงการคาดการณ์ เนื่องจากถ่านหินและพลังงานหมุนเวียนยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลัก ช่องว่างของโครงสร้างพื้นฐานท่อส่งก๊าซตามแนวระเบียงศูนย์ข้อมูลสำคัญในอินเดียตอนใต้ ตอนกลาง และตอนตะวันออก ยังเป็นอุปสรรคเพิ่มเติมต่อการเข้าถึงก๊าซ" รายงานระบุ

ด้วยเหตุนี้ ผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในอินเดียจึงหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนแทน โดยมีข้อตกลงการซื้อไฟฟ้าประเภทดังกล่าวที่เกิน 33 กิกะวัตต์ของกำลังการผลิตศูนย์ข้อมูลที่ทำสัญญาไว้แล้ว สำหรับปากีสถานและบังกลาเทศ รายงานระบุว่า ทั้งสองประเทศเผชิญกับข้อจำกัดที่รุนแรงกว่า ทั้งปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ความไม่เสถียรของโครงข่ายไฟฟ้า และแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งจำกัดความต้องการศูนย์ข้อมูลและยับยั้งการลงทุนในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่

ที่มา https://theedgemalaysia.com/node/817106

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ดาต้าเซ็นเตอร์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศจ.สหรัฐฯ ชี้ความเป็นกลาง ทำไทยได้เปรียบเวทีแข่งชิปโลก แนะเร่งดึงลงทุน
ศจ.สหรัฐฯ ชี้ความเป็นกลาง ทำไทยได้เปรียบเวทีแข่งชิปโลก แนะเร่งดึงลงทุน