ไทย-มาเลเซียหารือกระชับความร่วมมือทวิภาคี ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าเป็น 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2570 พร้อมเร่งสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก ฟื้นเส้นทางรถไฟเชื่อมสองประเทศ และหารือขยายเวลาเปิดด่านชายแดน เพื่อส่งเสริมการค้า การลงทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานร่วมกับ ดาโตะ เซอรี อูตามา ฮาจี โมฮามัด บิน ฮาจี ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ในการประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-มาเลเซียว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน (JDS) ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 7 และการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-มาเลเซีย (JC) ครั้งที่ 16 ณ โรงแรม Waldorf Astoria กรุงเทพฯ ระหว่างการเดินทางเยือนไทยของรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม 2569
การประชุมครั้งนี้มุ่งผลักดันความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน การเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่ง ความมั่นคง และการขยายมูลค่าการค้าทวิภาคี พร้อมติดตามผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ชายแดนร่วมกันระหว่างปี 2567-2570
ตั้งเป้าการค้า 1.01 ล้านล้านบาทภายในปี 2570
ด้านเศรษฐกิจ ไทยและมาเลเซียยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศให้ถึง 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.01 ล้านล้านบาท ภายในปี 2570 พร้อมเห็นพ้องให้จัดการประชุมคณะกรรมการการค้าร่วม (JTC) ครั้งที่ 4 โดยเร็ว เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและกำหนดเป้าหมายการค้าใหม่ในอนาคต
ทั้งสองฝ่ายยังสนับสนุนการเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนของไทยและมาเลเซีย เพื่อเพิ่มโอกาสด้านการค้าและการลงทุน ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน
เร่งสร้างสะพานโก-ลก ฟื้นรถไฟเชื่อมไทย-มาเลเซีย
ด้านการคมนาคม ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแผนยุทธศาสตร์ JDS ปี 2567-2570 โดยแสดงความยินดีต่อการก่อสร้าง ถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ของไทยกับด่านบูกิตกายูฮิตัมของมาเลเซียที่แล้วเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนให้เร่งดำเนินโครงการก่อสร้าง สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ข้ามแม่น้ำโก-ลก เชื่อมไทย-มาเลเซีย รวมถึงผลักดันการรื้อฟื้นการเดินรถไฟเส้นทางสุไหงโก-ลก-รันเตาปันจัง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน
ที่ประชุมยังรับทราบการหารือเกี่ยวกับ ข้อเสนอขยายเวลาทำการของจุดผ่านแดน เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ พร้อมแสดงความยินดีต่อการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระดับรัฐมนตรีด้านคมนาคมขนส่งไทย-มาเลเซีย (JMC) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันความร่วมมือด้านการขนส่งข้ามพรมแดนต่อไป
กระชับความมั่นคงชายแดน เตรียมลงนาม MOU แรงงาน-การศึกษา
ด้านความมั่นคง ไทยและมาเลเซียสนับสนุนการใช้กลไกคณะทำงานร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคง (JWC-SC) เป็นเวทีหารือระดับนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการความมั่นคงชายแดน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและการประสานงานลาดตระเวนตามแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมสนับสนุนให้เร่งจัดทำ บันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการศึกษาและด้านแรงงาน ให้แล้วเสร็จ โดยมีเป้าหมายลงนามในโอกาสการประชุมหารือประจำปีระดับนายกรัฐมนตรีไทย-มาเลเซีย (Annual Consultation) ครั้งที่ 8 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพ
เตรียมฉลอง 70 ปีความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย
ก่อนเริ่มการประชุม นายสีหศักดิ์และรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียได้หารือทวิภาคี โดยทั้งสองฝ่ายแสดงความยินดีต่อความคืบหน้าของความสัมพันธ์ภายหลังการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมเห็นพ้องที่จะใช้การประชุม JDS และ JC เป็นกลไกผลักดันความร่วมมือในด้านต่างๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
ทั้งสองประเทศยังหารือการเตรียมแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูง และกิจกรรมเฉลิมฉลอง ครบรอบ 70 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-มาเลเซียในปี 2570 รวมถึงการเตรียมจัดประชุมหารือประจำปีระดับนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 8 ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์และพัฒนาการในภูมิภาค
ในประเด็นอาเซียน ฝ่ายไทยแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของมาเลเซียในการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนเมื่อปี 2568 ขณะที่มาเลเซียยืนยันสนับสนุนประเทศไทยในการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2571
ภายหลังการประชุม ทั้งสองฝ่ายได้รับรองบันทึกผลการหารือ และเห็นพ้องให้มาเลเซียเป็นเจ้าภาพการประชุม JDS ระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 8 และการประชุม JC ครั้งที่ 17 ก่อนที่รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองประเทศจะร่วมแถลงข่าว
(หมายเหตุ: มูลค่าเงินบาทคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่ 33.7920 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)




