News Logo
หน้าแรก
อดีต ปธน.เซอร์เบียยอมรับพ่ายแพ้เลือกตั้ง ขบวนการนักศึกษาพลิกอำนาจ 14ปี

อดีต ปธน.เซอร์เบียยอมรับพ่ายแพ้เลือกตั้ง ขบวนการนักศึกษาพลิกอำนาจ 14ปี

26 ต.ค. 2569 15:56
ผู้ชม 15 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

อดีตประธานาธิบดีเซอร์เบีย 'อเล็กซานดาร์ วูชิช' ยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งรัฐสภาต่อขบวนการนักศึกษาต่อต้านคอร์รัปชัน หลังผลประเมินล่าสุดชี้ว่า Student List กวาด 140 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภา ปิดฉากการครองอำนาจของพรรคเดิมที่ยาวนานถึง 14 ปี ท่ามกลางประชาชนหลายหมื่นคนที่ออกมาฉลองชัยชนะทั่วประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 25 ตุลาคม 2569 อเล็กซานดาร์ วูชิช อดีตประธานาธิบดีเซอร์เบีย ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งรัฐสภาก่อนกำหนด ณ ที่ทำการพรรค Serbian Progressive Party ในกรุงเบลเกรด โดยกล่าวว่า “แม้ยังไม่มีผลอย่างเป็นทางการ แต่ชัดเจนแล้วว่าเราแพ้การเลือกตั้งครั้งนี้ Student List เป็นฝ่ายชนะ โดยคาดว่าจะได้ 135-140 ที่นั่ง ส่วนฝ่ายเราจะได้ประมาณ 105 ที่นั่ง”

ล่าสุดวันที่ 26 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้งเซอร์เบียเปิดเผยผลนับคะแนนเบื้องต้นจากหน่วยเลือกตั้ง 8,077 แห่ง จากทั้งหมด 8,392 แห่ง พบว่า Student List ได้คะแนนเสียงร้อยละ 52.54 ขณะที่กลุ่มพรรคฝ่ายวูชิชได้ร้อยละ 39.29 โดย CeSID และ Ipsos ประเมินว่า Student List จะได้ประมาณ 140-141 ที่นั่ง เพียงพอต่อการครองเสียงข้างมากในสภา ซึ่งต้องมีอย่างน้อย 126 ที่นั่ง

สำหรับการเมืองเซอร์เบียใช้ระบบสาธารณรัฐแบบรัฐสภา มีทั้ง ประธานาธิบดีซึ่งเป็นประมุขแห่งรัฐ และนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาล โดยประชาชนเลือกประธานาธิบดีโดยตรง แต่การเลือกตั้งรัฐสภาจะลงคะแนนให้บัญชีรายชื่อผู้สมัครของแต่ละพรรคหรือกลุ่มการเมือง เพื่อจัดสรรสมาชิกเข้าสู่สภา 250 ที่นั่ง จากนั้นประธานาธิบดีจะเสนอชื่อผู้สมัครนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาลงมติเลือก พร้อมให้ความเห็นชอบคณะรัฐมนตรี ดังนั้น การชนะเลือกตั้งรัฐสภาจึงเป็นช่องทางสำคัญในการเปลี่ยนรัฐบาลและผู้บริหารประเทศ

ส่วน Student List ไม่ใช่พรรคการเมืองแบบดั้งเดิม แต่เป็นบัญชีรายชื่อผู้สมัครอิสระที่เกิดจากขบวนการนักศึกษาประท้วงรัฐบาล เนื่องจากกฎหมายเซอร์เบียเปิดโอกาสให้กลุ่มประชาชนส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งได้โดยไม่จำเป็นต้องจัดตั้งพรรคการเมือง โดยขบวนการนักศึกษาคัดเลือกผู้สมัคร 250 คนผ่านการประชุมในมหาวิทยาลัยต่างๆ ก่อนพิจารณาร่วมกันระดับประเทศ ผู้สมัครส่วนใหญ่ไม่ใช่นักศึกษา แต่ประกอบด้วยอาจารย์มหาวิทยาลัย แพทย์ ศิลปิน เกษตรกร และบุคคลจากหลายวิชาชีพ โดยมี อิลิยา ซร์ดาโนวิช แพทย์โรคหัวใจ เป็นผู้สมัครอันดับแรกของบัญชีรายชื่อ

จุดเริ่มต้นของขบวนการนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 หลังโครงสร้างหลังคาสถานีรถไฟเมืองโนวี ซาด พังถล่มจนมีผู้เสียชีวิต 16 คน นำไปสู่การประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบและตรวจสอบการคอร์รัปชันในการดำเนินโครงการก่อสร้าง ก่อนขยายตัวเป็นการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลทั่วประเทศต่อเนื่องเกือบสองปี โดยกลุ่มผู้ประท้วงกล่าวหารัฐบาลว่าใช้อำนาจรัฐเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

แรงกดดันจากการประท้วงทำให้วูชิชประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 และกำหนดเลือกตั้งก่อนกำหนดในวันที่ 25 ตุลาคม ก่อนลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 27 กันยายน เพื่อกลับมาลงสนามการเมืองในฐานะผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของฝ่ายรัฐบาล โดยมี อานา เบอร์นาบิช ประธานรัฐสภา เข้ารับหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีระหว่างรอการเลือกตั้งผู้นำประเทศคนใหม่

ขณะที่ Student List ประกาศนโยบายหลัก 11 ข้อเมื่อเดือนกันยายน เน้นปราบปรามคอร์รัปชัน ตรวจสอบทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ ปฏิรูปหน่วยงานรัฐและกระบวนการยุติธรรม รวมถึงปรับปรุงระบบการศึกษาและสาธารณสุข โดย OSW Centre for Eastern Studies ระบุว่า ขบวนการนี้ให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูการทำงานของสถาบันรัฐและการลดอิทธิพลทางการเมืองเหนือหน่วยงานราชการเป็นหลัก

กระทั่งการเลือกตั้งวันที่ 25 ตุลาคม 2569 จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของฝ่ายรัฐบาล Reuters รายงานว่า หลังวูชิชประกาศยอมรับผล ประชาชนหลายหมื่นคนออกมารวมตัวบนท้องถนนในกรุงเบลเกรดและเมืองต่างๆ มีทั้งการบีบแตรรถ เต้นรำ และตะโกนคำว่า “ชัยชนะ” ขณะที่ ราโดมีร์ ซัจซิช อาจารย์มหาวิทยาลัยเบลเกรด ซึ่งกล่าวในนามขบวนการนักศึกษา ระบุว่า “คืนนี้เสียงของประชาชนได้รับการรับฟังแล้ว คืนนี้เราฉลองชัยชนะ พรุ่งนี้เราจะสร้างอนาคต”

อย่างไรก็ตาม Reuters ระบุว่า แม้ Student List จะได้รับชัยชนะ แต่ยังไม่มีการประกาศชัดเจนว่าใครจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงบุคคลที่จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญ ขณะที่วูชิชประกาศว่าพรรค Serbian Progressive Party จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป หลังครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2555 โดยวูชิชเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2557 และประธานาธิบดีตั้งแต่ปี 2560 ก่อนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งนี้

อ้างอิง:  


แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์หนุนเนทันยาฮูรอบสอง ก่อนเลือกตั้ง 27 ต.ค. ลั่นต้องปิดฉากอิหร่าน
ทรัมป์หนุนเนทันยาฮูรอบสอง ก่อนเลือกตั้ง 27 ต.ค. ลั่นต้องปิดฉากอิหร่าน