News Logo
หน้าแรก
อังกฤษเตือนเหลือ 1,000 วัน เตรียมพร้อมสงคราม หวั่นรัสเซียโจมตีก่อนปี73

อังกฤษเตือนเหลือ 1,000 วัน เตรียมพร้อมสงคราม หวั่นรัสเซียโจมตีก่อนปี73

27 ต.ค. 2569 12:02
ผู้ชม 16 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งสหราชอาณาจักรเตือน ประเทศมีเวลาอีกเพียงกว่า 1,000 วันในการเตรียมกองทัพให้พร้อมรับมือสงคราม หลังประเมินว่ารัสเซียและประเทศฝ่ายตรงข้ามอาจมีศักยภาพโจมตีได้ภายในปี 2573 พร้อมเร่งเพิ่มกำลังรบและกำลังผลิตอาวุธ ขณะที่รัฐบาลเปิดมาตรการเตรียมพร้อมระดับชาติ แนะนำประชาชนสำรองอาหารและน้ำดื่มอย่างน้อย 3 วัน เพื่อรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจกระทบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

สหราชอาณาจักรกำลังเร่งเตรียมความพร้อมทางทหารรับมือภัยคุกคามจากประเทศฝ่ายตรงข้าม หลัง เวส สตรีทติง รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักร ออกมาเตือนผ่านบทความใน The Telegraph เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 ว่า ภายในปี 2573 ประเทศฝ่ายตรงข้ามอาจมีขีดความสามารถทางทหารและกำลังการผลิตที่สนับสนุนการทำสงครามมากเพียงพอที่จะเปิดฉากโจมตี ส่งผลให้สหราชอาณาจักรและพันธมิตร NATO เหลือเวลาอีกเพียงกว่า 1,000 วันในการเสริมศักยภาพกองทัพ เพื่อให้พร้อมรับมือและตอบโต้หากเกิดสงครามขึ้นจริง

รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักรระบุว่า “ความตั้งใจที่จะทำร้ายเราไม่ใช่เรื่องใหม่ สิ่งที่เปลี่ยนไปคือขีดความสามารถของฝ่ายตรงข้าม” พร้อมย้ำว่าหน้าที่สำคัญที่สุดของรัฐมนตรีกลาโหมคือการทำให้ประเทศพร้อมต่อสู้และชนะสงคราม โดยรัฐบาลต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถทางทหารเพื่อยับยั้งไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามตัดสินใจโจมตี และหากการยับยั้งไม่สำเร็จ อังกฤษต้องพร้อมทำสงครามร่วมกับพันธมิตร

สำนักข่าว LBC รายงานว่า คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของรัสเซียใกล้ประเทศสมาชิก NATO รวมถึงภัยคุกคามจากการก่อวินาศกรรม การจารกรรม และการโจมตีทางไซเบอร์ต่อระบบสาธารณูปโภคสำคัญ โดยสตรีทติงเน้นว่าการเตรียมพร้อมต้องครอบคลุมทั้งกองทัพ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และความสามารถของประเทศในการรับมือเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้ กรอบเวลา 1,000 วันเป็นคำเตือนให้เร่งเตรียมความพร้อม ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดสงครามในวันหรือปีที่กำหนด

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 สตรีทติงกล่าวสุนทรพจน์ที่ Center for Strategic and International Studies กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ ว่าสงครามรัสเซีย-ยูเครนแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสงครามสมัยใหม่ ซึ่งใช้ทั้งอากาศยานไร้คนขับ ปัญญาประดิษฐ์ และการโจมตีทางไซเบอร์ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงระบบจัดหาอาวุธและเร่งผลิตยุทโธปกรณ์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ และ NATO

ต่อมาวันที่ 22 ตุลาคม 2569 กระทรวงกลาโหมอังกฤษประกาศเปิดสายการผลิตลำกล้องปืนใหญ่และรถถังที่โรงงาน Rheinmetall ในเมืองเทลฟอร์ด ซึ่งเป็นการกลับมาผลิตอาวุธขนาดใหญ่ภายในประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี โดยโรงงานรองรับการผลิตชิ้นส่วนอาวุธขนาด 120 และ 155 มิลลิเมตร และสนับสนุนการจ้างงานทักษะสูงประมาณ 100 ตำแหน่ง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตอาวุธสำหรับกองทัพอังกฤษ

ในวันเดียวกัน รัฐบาลอังกฤษเปิดโครงการ “เตรียมพร้อม” เพื่อให้ประชาชนรับมือเหตุฉุกเฉินที่อาจทำให้ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตหยุดให้บริการ โดย Cabinet Office แนะนำให้แต่ละครัวเรือนสำรองอาหารที่เก็บได้นานและน้ำดื่มอย่างน้อย 3 วัน หรือประมาณ 9 ลิตรต่อคนสำหรับการดื่ม รวมถึงเตรียมไฟฉาย วิทยุที่ใช้ถ่าน และอุปกรณ์จำเป็น ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวครอบคลุมภัยจากสภาพอากาศรุนแรงและการโจมตีทางไซเบอร์ ไม่ได้เป็นคำสั่งให้ประชาชนเตรียมตัวเข้าสู่สงครามโดยเฉพาะ

วันที่ 25 ตุลาคม 2569 กองทัพอากาศอังกฤษเปิดเผยรายละเอียดการฝึกทางทหารร่วมกับฝรั่งเศสในเยอรมนี ภายใต้ปฏิบัติการฝึกซ้อมนาน 7 สัปดาห์ โดยมีทหารเข้าร่วมกว่า 2,500 นาย รวมถึงทหารพลร่มอังกฤษและฝรั่งเศส 600 นายที่กระโดดร่มจากเครื่องบินลำเลียง 4 ลำ เพื่อทดสอบความสามารถในการเคลื่อนกำลังพลและป้องกันดินแดนของ NATO จากการโจมตี โดย Sky News ระบุว่าเป็นหนึ่งในการฝึกพลร่มขนาดใหญ่ที่สุดของอังกฤษในรอบสองทศวรรษ

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขีดความสามารถทางทหารยังเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดย Reuters รายงานเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ว่า สหราชอาณาจักรใช้งบประมาณกลาโหมประมาณ 2.6% ของ GDP ขณะที่ NATO กำหนดเป้าหมายให้ประเทศสมาชิกเพิ่มงบกลาโหมหลักเป็น 3.5% ของ GDP ภายในปี 2578 โดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมเสนอแนวทางเพิ่มงบกลาโหมเป็น 3% ของ GDP ภายในปี 2573 ผ่านการแถลงงบประมาณวันที่ 28 ตุลาคม

การแถลงงบประมาณดังกล่าวจะดำเนินการโดย จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีคลัง ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมก่อนลาออกเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 เนื่องจากความขัดแย้งเรื่องงบประมาณ ก่อนที่สตรีทติงจะได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกลาโหมเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม โดย Reuters ระบุว่ารัฐบาลอังกฤษกำลังเผชิญแรงกดดันให้จัดหาเงินทุนสำหรับเพิ่มกำลังทหาร ผลิตอาวุธ และปฏิบัติตามพันธกรณีของ NATO ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงในยุโรปที่ยังตึงเครียดจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อดีต ปธน.เซอร์เบียยอมรับพ่ายแพ้เลือกตั้ง ขบวนการนักศึกษาพลิกอำนาจ 14ปี
อดีต ปธน.เซอร์เบียยอมรับพ่ายแพ้เลือกตั้ง ขบวนการนักศึกษาพลิกอำนาจ 14ปี