News Logo
หน้าแรก
จับตาผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันเยือนจีน 'ภารกิจสันติภาพ' ครั้งแรกในรอบ 10 ปี

จับตาผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันเยือนจีน 'ภารกิจสันติภาพ' ครั้งแรกในรอบ 10 ปี

8 เม.ย. 2569 15:21
ผู้ชม 24 คน

ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันเยือนจีนรอบเกือบทศวรรษ ท่ามกลางแรงกดดันทหารและรอยร้าวการเมืองภายใน

เจิ้ง ลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) พรรคฝ่ายค้านหลักของไต้หวัน นำคณะผู้แทนรวม 14 คน เดินทางเยือนจีนแผ่นดินใหญ่ ภายใต้ชื่อ ภารกิจสันติภาพ เป็นเวลา 6 วัน โดยมีกำหนดแวะนครเซี่ยงไฮ้ เมืองหนานจิง และกรุงปักกิ่ง พร้อมกระแสคาดการณ์ว่าอาจมีโอกาสพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นับเป็นการเยือนจีนในระดับประธานพรรค KMT ครั้งแรกในรอบเกือบทศวรรษ ตั้งแต่ปี 2559

จากรายงานของ Reuters ระบุว่า เจิ้ง ลี่เหวิน ลงเครื่องที่สนามบินเซี่ยงไฮ้ช่วงบ่ายวันอังคาร พร้อมรับดอกไม้ต้อนรับอย่างเป็นทางการ ก่อนเดินทางต่อด้วยรถไฟความเร็วสูงไปหนานจิงเพื่อเยี่ยมสุสานซุน ยัตเซ็น ในวันพุธ และมุ่งหน้าไปปักกิ่งวันพฤหัสบดี

การเยือนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดข้ามช่องแคบที่ยกระดับขึ้นต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมไต้หวันระบุว่า ในปี 2568 กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ส่งเครื่องบินรุกล้ำเข้าเขตแสดงตนเพื่อป้องกันภัยทางอากาศ (ADIZ) ของไต้หวันถึง 3,764 ครั้ง เพิ่มขึ้น 22.4% จากปีก่อนหน้า พร้อมทั้งจัดการซ้อมรบขนาดใหญ่ 2 ครั้ง ได้แก่ Strait Thunder-2025A และ Justice Mission 2025

ขณะเดียวกัน พรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภานิติบัญญัติ ยังคงยับยั้งร่างงบประมาณกลาโหมพิเศษมูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.25 ล้านล้านบาท) ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) เสนอ เพื่อจัดซื้ออาวุธแบบอสมมาตรจากสหรัฐฯ

รายงานจาก BBC ระบุว่า เจิ้ง ลี่เหวิน กล่าวก่อนออกเดินทางว่า เป้าหมายของการเยือนครั้งนี้คือ การแสดงให้โลกเห็นว่า ไม่ใช่เพียงไต้หวันฝ่ายเดียวที่ต้องการสันติภาพ โดยตั้งใจจะสร้างสะพานเชื่อม ฟื้นการสื่อสารระดับพรรคต่อพรรค รวมถึงผลักดันความร่วมมือระหว่างเมืองที่อยู่ภายใต้การบริหารของพรรคก๊กมินตั๋งกับเมืองต่างๆ ในจีน

ด้านประธานาธิบดีไต้หวัน ไล่ ชิงเต๋อ จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ของไต้หวัน ย้ำจุดยืนว่า ไต้หวันเปิดกว้างสำหรับการเจรจา แต่ยืนยันชัดว่า ไต้หวันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน และมีสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเอง

วิลเลียม หยาง นักวิเคราะห์จาก International Crisis Group มองว่า การเดินทางครั้งนี้เปิดโอกาสให้เจิ้ง ลี่เหวิน วางบทบาทเป็นผู้นำที่สามารถลดความตึงเครียดได้ พร้อมสะท้อนจุดอ่อนของรัฐบาล DPP ที่ยังไม่สามารถฟื้นความสัมพันธ์กับจีน ขณะเดียวกัน ชาวไต้หวันบางส่วนเริ่มกังวลต่อท่าทีที่ไม่ชัดเจนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อประเด็นไต้หวัน

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์จาก Atlantic Council และ Australian National University วิเคราะห์ว่า แม้ KMT จะไม่สามารถทำข้อตกลงที่มีผลผูกพันทั้งรัฐบาลไต้หวันได้ แต่การลงนามในระดับพรรคต่อพรรคยังมีความเป็นไปได้ ซึ่งอาจช่วยฟื้นการเจรจาและความร่วมมือในระดับท้องถิ่น อีกทั้งยังอาจช่วยเบี่ยงเบนประเด็นความตึงเครียดออกจากวาระการพบกันของผู้นำจีนและสหรัฐฯ ในช่วงถัดไป

ด้าน The Diplomat มองว่า เจิ้ง ลี่เหวิน เป็นผู้นำ KMT ที่มีท่าทีเป็นมิตรกับจีนมากที่สุดในรอบหลายปี ทำให้ปักกิ่งพยายามใช้โอกาสนี้สร้างรูปแบบใหม่ของการสื่อสารข้ามช่องแคบ โดยหันมาให้ความสำคัญกับการเจรจากับพรรคฝ่ายค้าน พร้อมมองว่าเจิ้ง ลี่เหวินเป็นคู่เจรจาที่สามารถพูดคุยกันได้

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์แบ่งแยกและปกครองของจีน โดยอาศัยช่องทางพรรคฝ่ายค้านเพื่อส่งสัญญาณว่าชาวไต้หวันไม่ได้มีจุดยืนเป็นเอกภาพ ขณะที่รัฐบาล DPP เห็นว่าอาจเป็นกับดักที่บั่นทอนภาพลักษณ์ด้านการป้องกันประเทศของไต้หวัน

ผลสำรวจล่าสุดจาก TVBS และ Academia Sinica ชี้ว่า ประชาชนไต้หวัน 73% ต้องการรักษาสถานะเดิม ขณะที่ 70% คัดค้านการรวมชาติกับจีน และ 77% มองว่าการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯ เป็นสิ่งสำคัญสูงสุด

สำหรับ เจิ้ง ลี่เหวิน ปัจจุบันอายุ 56 ปี เคยสังกัดพรรค DPP ในช่วงต้น ก่อนย้ายมาอยู่กับพรรคก๊กมินตั๋งในปี 2548 เคยดำรงตำแหน่งโฆษกรัฐบาลในสมัยประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว และเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติระหว่างปี 2563-2567 โดยได้รับเลือกเป็นประธานพรรคเมื่อปลายปี 2568 ด้วยคะแนนเสียงมากกว่าครึ่งหนึ่ง ท่ามกลางภาพลักษณ์เป็นบุคคลที่มีความขัดแย้งทางการเมือง

ทั้งนี้ คณะผู้แทนพรรคก๊กมินตั๋งยังมีรองประธานพรรค 3 คนร่วมเดินทาง โดยคาดว่า จะหารือการฟื้นฟูความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในระดับเมือง ซึ่งหยุดชะงักมาตั้งแต่ปี 2559

แม้การเยือนครั้งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงสถานะทางการทูตระหว่างรัฐบาลไต้หวันกับจีนโดยตรง แต่นักวิเคราะห์จาก Lowy Institute และ RSIS มองว่า เป็นสัญญาณสำคัญที่ส่งไปยังทั้งสหรัฐฯ และจีน สะท้อนความแตกแยกภายในไต้หวัน และอาจมีนัยต่อทิศทางการสนับสนุนทางทหารจากสหรัฐฯ

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัมป์เผย ‘จีน’ อยู่เบื้องหลังกดดันอิหร่าน ยอมหยุดยิง-เปิดฮอร์มุซ
ทรัมป์เผย ‘จีน’ อยู่เบื้องหลังกดดันอิหร่าน ยอมหยุดยิง-เปิดฮอร์มุซ