News Logo
หน้าแรก
ออสเตรเลียวิกฤต ‘โรคคอตีบ’ ระบาดหนักสุดรอบ 35 ปี ติดเชื้อเกิน 240 ราย

ออสเตรเลียวิกฤต ‘โรคคอตีบ’ ระบาดหนักสุดรอบ 35 ปี ติดเชื้อเกิน 240 ราย

26 พ.ค. 2569 16:44
ผู้ชม 10 คน

ออสเตรเลียพบผู้ป่วยโรคคอตีบเพิ่มต่อเนื่อง หลังการระบาดลุกลามหลายรัฐและมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย อัตราฉีดวัคซีนลดลงและการเข้าถึงสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกลยังมีข้อจำกัด

ออสเตรเลียกำลังเผชิญการระบาดของ โรคคอตีบ ครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 35 ปี โดยล่าสุด ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 มีรายงานผู้ป่วยสะสมมากกว่า 240 รายแล้ว และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคดังกล่าว นับเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ระบบเฝ้าระวังโรคระดับชาติเริ่มเก็บข้อมูลในปี 2534 หลังจากก่อนหน้านี้ประเทศพบผู้ป่วยเฉลี่ยเพียง 6-7 รายต่อปีเท่านั้น

รายงานจาก Australian Centre for Disease Control (ACDC) เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า ออสเตรเลียพบผู้ป่วยโรคคอตีบ 194 ราย ณ วันที่ 11 พฤษภาคม โดยกว่า 60.3% อยู่ในเขต Northern Territory และอีก 36.6% อยู่ในรัฐ Western Australia ก่อนที่ตัวเลขผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงสองสัปดาห์หลังจากนั้น

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 หน่วยงาน NT Health ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 1 รายที่อาจเกี่ยวข้องกับโรคคอตีบ โดยยังรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการจากห้องปฏิบัติการในต่างประเทศ ขณะที่รายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตรายที่สองนั้น NT Health ชี้แจงว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรคคอตีบ

การระบาดเริ่มต้นในเขต Northern Territory ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ก่อนขยายไปยังพื้นที่ Kimberley ในรัฐ Western Australia, พื้นที่ APY Lands ในรัฐ South Australia และบางพื้นที่ในรัฐ Queensland โดยประมาณ 94% ของผู้ป่วยอยู่ในชุมชนชาวอะบอริจินและชาวเกาะช่องแคบทอร์เรส โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและชนบท

โรคคอตีบเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Corynebacterium diphtheriae ซึ่งสามารถสร้างสารพิษที่ทำลายระบบทางเดินหายใจ หัวใจ และระบบประสาทได้ การระบาดครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นโรคคอตีบที่ผิวหนัง คิดเป็นประมาณ 69% ของผู้ป่วยทั้งหมด ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสบาดแผลหรือผิวหนังได้ง่าย ขณะที่อีกประมาณ 30% เป็นโรคคอตีบในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าและอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิต

ข้อมูลจาก ACDC ระบุว่า ผู้ป่วยประมาณ 25% ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และบางรายมีอาการรุนแรงจนต้องเข้าหอผู้ป่วยวิกฤต

The Guardian รายงานเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 โดยอ้างคำกล่าวของ นพ.จอห์น บอฟฟา แพทย์จาก Central Australian Aboriginal Congress ว่า การระบาดครั้งนี้ ค่อยๆ สะสมต่อเนื่องมาหลายเดือน ก่อนที่ทางการจะประกาศสถานการณ์อย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2569 โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคแพร่กระจาย ได้แก่ สภาพที่อยู่อาศัยแออัด ระบบสุขาภิบาลไม่เพียงพอ และโรคผิวหนังอื่น เช่น โรคหิด ซึ่งเปิดช่องให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน รายงานจาก National Centre for Immunisation Research and Surveillance (NCIRS) ระบุว่า อัตราการฉีดวัคซีนในเด็กของออสเตรเลียลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ในปี 2568 ส่งผลให้เกิดช่องว่างด้านภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใหญ่ที่ไม่ได้รับวัคซีนกระตุ้นตามกำหนด

แม้ประมาณ 90% ของผู้ป่วยในการระบาดครั้งนี้เคยได้รับวัคซีนมาก่อน แต่หลายคนได้รับวัคซีนไม่ครบ หรือไม่ได้ฉีดวัคซีนกระตุ้นมานาน ทำให้อาจยังติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ แม้อาการจะไม่รุนแรงเท่าผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนเลยก็ตาม

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศสนับสนุนงบประมาณ 7.2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพื่อจัดส่งวัคซีน บุคลากรทางการแพทย์ และมาตรการควบคุมโรคไปยังพื้นที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม ตัวแทนบางส่วนในชุมชนพื้นเมืองระบุว่าการตอบสนองของภาครัฐยังล่าช้า โดยเฉพาะด้านการสื่อสารและการเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล

นพ.เบรนดา การ์สโตน จาก Yura Yungi Medical Service ในเมือง Halls Creek รัฐ Western Australia ระบุว่า หลายชุมชนแทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคคอตีบ เนื่องจากโรคนี้หายไปจากประเทศมานานหลายสิบปี ทำให้การตรวจพบและป้องกันโรคล่าช้า

ก่อนมีการใช้วัคซีน โรคคอตีบเคยคร่าชีวิตชาวออสเตรเลียหลายพันคนในช่วงปี 2469-2478 ก่อนที่การฉีดวัคซีนอย่างแพร่หลายในช่วงปี 2480-2490 จะช่วยลดการระบาดลงอย่างมาก จนโรคแทบหายไปจากประเทศพัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตาม การลดลงของอัตราการฉีดวัคซีนหลังการระบาดของโควิด-19 รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านสาธารณสุขในชุมชนพื้นเมือง ทำให้โรคที่เคยควบคุมได้กลับมาระบาดอีกครั้ง

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

NGO สวิส: ปลดล็อกกัญชาไทย ช่องว่าง กม. เปิดประตู ชวนอาชญากรข้ามชาติ
NGO สวิส: ปลดล็อกกัญชาไทย ช่องว่าง กม. เปิดประตู ชวนอาชญากรข้ามชาติ