กระแสกดดันพุ่งจุดเดือดหลังทรัมป์ขู่ถล่มอิหร่านจนดับสูญ ทำนานาชาติรุมประณามและสภาคองเกรสขยับใช้มาตรา 25 ปลดจากตำแหน่ง
สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่า กระแสกดดันในสหรัฐฯ พุ่งสูง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกเรียกร้องให้พ้นจากตำแหน่ง กรณีโพสต์ข้อความขู่ว่า “อารยธรรมอิหร่านจะดับสูญ” หากอิหร่านไม่เปิด ช่องแคบฮอร์มุซภายในเส้นตายที่กำหนด
รายงานจาก Reuters ระบุว่า ตามที่ทรัมป์ได้โพสต์ถึงอิหร่านผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ซึ่งมีเนื้อหาว่า “อารยธรรมทั้งหมดจะดับสูญลงในคืนนี้ และจะไม่มีวันหวนกลับมาได้อีก” พร้อมขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของอิหร่าน หากยังคงปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก
รายงานจาก CNBC ระบุว่า สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตอย่างน้อย 70 คน ออกมาเรียกร้องให้พิจารณาใช้มาตรา 25 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกาหรือเริ่มกระบวนการถอดถอนเป็นครั้งที่ 3 โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยถูกถอดถอนมาแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ ครั้งแรกในปี 2562 กรณีถูกกล่าวหาว่ากดดันยูเครนให้สอบสวนคู่แข่งทางการเมือง และครั้งที่สองในปี 2564 จากเหตุจลาจลบุกอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ แม้ทั้งสองครั้งจะผ่านกระบวนการถอดถอนในสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ถูกตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งในวุฒิสภา
โดยมาตรา 25 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกาเป็นกลไกที่ใช้ในกรณีที่ประธานาธิบดีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเปิดทางให้รองประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีส่วนใหญ่ร่วมกันประกาศให้รองประธานาธิบดีขึ้นทำหน้าที่แทนชั่วคราวหรือถาวร ซึ่งในกรณีของทรัมป์ นักการเมืองบางส่วนมองว่าถ้อยคำขู่รุนแรงเกี่ยวกับอิหร่านอาจสะท้อนถึงการตัดสินใจที่ไม่เหมาะสม จึงเรียกร้องให้พิจารณาใช้มาตรานี้เพื่อตรวจสอบความสามารถในการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ
ส.ส.และ ส.ว.เดโมแครตจำนวนมากมองว่า ถ้อยคำดังกล่าวอาจเข้าข่าย ขู่ก่ออาชญากรรมสงคราม เนื่องจากพาดพิงถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนและประชาชนอิหร่านกว่า 93 ล้านคน ด้าน The Guardian ระบุว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต วิจารณ์ว่า “คำพูดของทรัมป์รุนแรงมากจนกระทบความรู้สึกพื้นฐานของคนทั่วไป”
ขณะเดียวกัน Amnesty International ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ทำงานรณรงค์ปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั่วโลก ออกแถลงการณ์ประณามว่า การขู่ทำลายอารยธรรมทั้งหมดนั้นสะท้อนถึงความโหดร้ายและการเพิกเฉยต่อชีวิตมนุษย์ในระดับที่น่าตกใจ พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลกเร่งป้องกันความเสี่ยงต่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
รายงานจาก BBC News ระบุว่า เลขาธิการสหประชาชาติ และ สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ต่างออกมาประณาม โดยพระสันตะปาปาระบุว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ ในเชิงศีลธรรม
แม้แต่ฝั่งรีพับลิกันบางส่วนก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยและไม่สนับสนุนแนวคิดการทำลายอารยธรรมทั้งหมด เพราะไม่ใช่ตัวตนของสหรัฐฯ ขณะที่อดีต ส.ส.รีพับลิกันบางรายที่เคยสนับสนุนทรัมป์ ก็เรียกร้องให้ใช้มาตรา 25 เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม NBC News รายงานว่า ก่อนถึงเส้นตายไม่ถึงสองชั่วโมง ทรัมป์ประกาศหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลังการเจรจาผ่านรัฐบาลปากีสถาน ส่งผลให้อิหร่านยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราว
การบรรลุข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติ แม้จะช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ได้บางส่วน แต่ความตึงเครียดยังคงดำเนินต่อไปและมีความผันผวนตลอดเวลา
อ้างอิง:
Reuters: Trump says 'a whole civilization will die tonight' if Iran does not make a deal
Politico: Trump threatens ‘whole civilization will die tonight’ ahead of Iran deadline
CNBC: Trump faces calls for removal over threats to wipe out Iran
PBS: Pope Leo XIV calls Trump's Iran threat 'truly unacceptable'
Amnesty International: Iran: President Trump's apocalyptic threats




