สื่อ ปชต.เขมรตีข่าว ช่วงปะทะปี 68 กัมพูชาแอบนำเข้าทองจากไทยหมื่น ล.ส่อโยงขบวนการฟอกเงิน ชี้ 'เบน สมิธ-ก๊ก อาน-เฉิน จื้อ-ลี ยงพัด-ยิม เลียก' ส่อมีเอี่ยวด้วย เผยข้อมูลจากฝ่าย รบ.กัมพูชายังเงียบ ขณะศุลกากรไทยโชว์ตัวเลขส่งออกทองไปกัมพูชารวม 8.1 หมื่น ล.
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวอ้างอิง สำนักข่าว VOD (Voice of Democracy) สื่ออิสระ ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลกัมพูชารายงานข่าวเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ว่า พบการนำเข้าทองคำปริมาณมากจากประเทศไทยอย่างเงียบเชียบเข้าสู่กัมพูชา ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการฟอกเงิน ท่ามกลางประเด็นที่กัมพูชาถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งของอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์ระดับโลก
การนำเข้าทองคำจำนวนมาก จุดชนวนข้อสงสัยการฟอกเงิน
จากการเปิดเผยล่าสุดพบว่ากัมพูชานำเข้าทองคำหนักกว่า 24 ตัน มูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 64,840 ล้านบาท) จากประเทศไทยอย่างเงียบๆ ทำให้เกิดแรงกดดันต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ฮุน มาเนต ให้แสดงความโปร่งใสเพื่อล้างข้อกล่าวหาที่ว่าผู้นำอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่ผิดกฎหมาย
นายมานา ดามันดา ประธานสภาเฝ้าระวังกัมพูชา (Cambodian Watch Council) ให้สัมภาษณ์กับ VOD เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมว่า การนำเข้าทองคำจำนวนมากจากไทยเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทั้งสองประเทศมีการปะทะกันตามแนวชายแดน ปิดสถานกงสุล และระงับการค้าชายแดน เหตุการณ์นี้ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากทางการกัมพูชา ทำให้เขาสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์
นายมานา ดามันดา กล่าวเพิ่มเติมว่าคดีนี้เป็นที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องนักธุรกิจชาวกัมพูชาผู้ทรงอิทธิพลหลายคน เช่น นายลี ยง พัด, นายก๊ก อาน, นายยิม เลียก, นายเบน สมิธ และนายเฉิน จื้อ ซึ่งทั้งหมดมียศเป็นออกญาและเป็ที่ปรึกษาของรัฐบาล รวมถึงที่ปรึกษาของนายฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรี และทั้งหมดมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับชาวไทย
นายมานา ดามันดา กล่าวว่า "ดังนั้นเมื่อมีการนำเข้าทองคำอย่างเงียบๆ จากไทยในช่วงที่กัมพูชามีปัญหากับไทย แล้วทุกอย่างก็เงียบกริบ ไม่มีการประกาศข้อมูลต่อสาธารณะ นั่นทำให้เกิดข้อกล่าวหา ผมคิดว่ามีหลายสิ่งหลายอย่าง มันอาจเป็นการฟอกเงิน"
ข้อมูลจากศุลกากรไทยยืนยันปริมาณทองคำนำเข้า
ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากกรมศุลกากรไทยแสดงให้เห็นว่ากัมพูชานำเข้าทองคำแท่งรวม 24.727 ตัน มูลค่าประมาณกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 81,050 ล้านบาท) จากประเทศไทยอย่างเงียบๆ ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงตุลาคม 2568
ขณะที่หนังสือพิมพ์ Business Times สิงคโปร์อ้างคำกล่าวของประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2568 ว่า การส่งออกทองคำและเครื่องประดับไปยังกัมพูชาในปริมาณที่ไม่สมเหตุสมผลกับขนาดและความต้องการของประเทศอย่างชัดเจน ถือเป็นเรื่องน่าสงสัย ซึ่งอาจมาจากธุรกิจผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนักต้มตุ๋น (สแกมเมอร์) และคาสิโน เพื่อใช้ทองคำเป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน
ความพยายามในการสอบถามและคำโต้แย้งจากรัฐบาล
VOD ไม่สามารถติดต่อขอคำชี้แจงจากนางเจีย สิรี ผู้ว่าการธนาคารแห่งชาติกัมพูชา และนายแปน โบนา โฆษกรัฐบาล ได้ หลังจากติดต่อไปเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ขณะที่กรมศุลกากรกัมพูชายังไม่มีปฏิกิริยาต่อการเปิดเผยของกลุ่มขบวนการเยาวกู้ชาติ Mother Nature Cambodia (ចលនាមាតាធម្មជាតិ ) ซึ่งเปิดเผยการนำเข้าทองคำเมื่อ วันที่ 12 พฤษภาคม
อย่างไรก็ตาม นายเจีย พิริทธ์ โฆษกพรรคประชาชนกัมพูชา ได้กล่าวหาว่ากลุ่มขบวนเยาวชนกู้ชาติเป็นกลุ่มอาชญากรที่มีต่างชาติหนุนหลัง ซึ่งต้องการโค่นล้มรัฐบาลกัมพูชา
นายพิริทธ์ กล่าวว่า:"ผมไม่ต้องการตอบโต้กับกลุ่มที่เป็นอาชญากร เพราะขบวนการนี้มีต่างชาติอยู่เบื้องหลัง ซึ่งอ้างว่ารักประเทศกัมพูชามากกว่าคนเขมรเสียอีก ดังนั้นต่างชาติที่มีเจตนาจะโค่นล้มประเทศกัมพูชา พวกเขาจะบิดเบือนความคิดเห็นของประชาชนว่าตัวเองรักประเทศกัมพูชามากกว่าพลเมืองเขมรแบบนั้น เราไม่อยากยุ่งด้วย"
คดีที่คล้ายกันและการยกเว้นภาษีนำเข้าทองคำ
เหตุการณ์ที่คล้ายกันนี้เคยถูกเปิดเผยโดยกลุ่มขบวนการเยาวชนกู้ชาติในปี 2564 ว่ากัมพูชาเคยสูญเสียรายได้ภาษีนำเข้า 10% สำหรับทองคำบริสุทธิ์จำนวน 114 ตัน มูลค่า 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 518,720 ล้านบาท) จากสิงคโปร์ในช่วงปี 2558 ถึง 2562 เนื่องจากกรมสรรพากรและศุลกากรไม่เรียกเก็บภาษีดังกล่าว
กรณีนี้ทำให้สมาชิกกลุ่มขบวนการเยาวชนกู้ชาติและผู้สังเกตการณ์สงสัยว่าการที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต อนุญาตให้นำเข้าทองคำเข้าสู่กัมพูชาอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่ผิดกฎหมาย การฉ้อโกงออนไลน์ และอาชญากรรมที่ผิดกฎหมายอื่นๆ




