รัฐสภาสิทธิมนุษยชนอาเซียนประณามรัฐบาลทหารเมียนมาบังคับเกณฑ์ทหาร เรียกร้องไทย-สมาชิกอาเซียนยุติส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับทันที หลังมีรายงานมีหลายรายถูกบังคับพลีชีพ-เป็นโล่มนุษย์
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 รัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR) ได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อการลักพาตัวและการบังคับเกณฑ์ทหารที่ทวีความรุนแรงขึ้นโดยรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนของตนเอง APHR ยังได้เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างยิ่งกรณีที่ประเทศไทยส่งตัวชาวเมียนมามากกว่า 3,500 คนกลับประเทศ ซึ่งมีรายงานว่าบางรายถูกทหารของรัฐบาลทหารบังคับเกณฑ์ด้วยอาวุธปืนทันทีที่เดินทางถึงเมียนมา ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องการผลักดันกลับและการค้ามนุษย์ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
APHR เปิดเผยว่านับตั้งแต่รัฐบาลทหารเมียนมาบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 มีรายงานว่ามีการเกณฑ์ทหารไปแล้วสูงถึง 120,000 คน นางเมอร์ซี คริสตี้ บาเรนด์ส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอินโดนีเซียและประธาน APHR กล่าวว่า "ด้วยความสิ้นหวังที่จะรักษาอำนาจ มิน อ่อง หล่ายและรัฐบาลทหารกำลังช่วงชิงคนรุ่นใหม่ไปจากเมียนมา การกระทำนี้เป็นการพรากอิสรภาพ สิทธิ และศักดิ์ศรีของชายหญิงหนุ่มสาว ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน"
รายงานระบุว่าเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา พล.อ. ตุน อ่อง รัฐมนตรีกลาโหม ได้สั่งการให้ฝ่ายบริหารระดับภูมิภาคทำงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ถูกเกณฑ์ทหาร โดยใช้บันทึกครัวเรือนของแต่ละตำบล ซึ่งรวมถึงวันเกิดและอาชีพของสมาชิกในครอบครัวทุกคน ซึ่งนี่ส่งสัญญาณถึงการขยายการเกณฑ์ทหารอย่างเป็นระบบ โดยมีประชากรที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 13 ล้านคน
ตั้งแต่ปี 2567 เยาวชนถูกลักพาตัวขณะเดินทางกลับบ้านจากที่ทำงาน หรือถูกนำตัวไปจากบ้านโดยบังคับ ทำให้ครอบครัวต้องเผชิญกับความบอบช้ำและชุมชนแตกสลาย หลายครอบครัวไม่ได้รับข่าวสารเกี่ยวกับคนรัก และบางรายทราบข่าวว่าคนรักเสียชีวิตในสนามรบหลังจากการถูกเกณฑ์ไปแล้ว ในขณะที่บางครอบครัวต้องนำบ้านไปจำนองเพื่อแลกกับการปล่อยตัว
ผู้แปรพักตร์และผู้ถูกเกณฑ์ทหารให้การเป็นพยานว่าผู้ที่ถูกเกณฑ์จะถูกส่งไปยังแนวหน้าโดยตรงด้วยการฝึกอบรมเพียงเล็กน้อย พวกเขาถูกใช้เพื่อ "พลีชีพ" และเป็น "โล่มนุษย์" และเจ้าหน้าที่ยังยิงผู้ที่พยายามถอยหนี ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติรายงานการละเมิดร้ายแรงต่อเด็กถึง 2,138 กรณี รวมถึงการบังคับเด็กอายุเพียง 12 ปีเข้าร่วมการรบ
นายหว่อง เฉิน สมาชิกรัฐสภาซูบัง มาเลเซีย และคณะกรรมการ APHR กล่าวว่า "ประเทศสมาชิกอาเซียนไม่สามารถเมินเฉยต่อไปได้ ในขณะที่รัฐบาลทหารลักพาตัวพลเรือนและบังคับให้พวกเขาเข้าสู่การรบ"
กรรมการ APHR เรียกร้องให้อาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการร่วมกันและอย่างมีหลักการ โดยประณามและเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐบาลทหาร และรับประกันการปล่อยตัวอย่างปลอดภัยและการกลับบ้านโดยสมัครใจของผู้ถูกเกณฑ์ทหารทุกคน
APHR เรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดระงับการเนรเทศชาวเมียนมาโดยทันที และยึดมั่นในหลักการไม่ผลักดันกลับ (non-refoulement) เพื่อรับรองความปลอดภัยของเยาวชนที่หลบหนีออกจากเมียนมา นอกจากนี้ การเก็บรักษาหลักฐานและเอกสารเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลทหารต้องได้รับความสำคัญ เพื่อสนับสนุนมาตรการยุติธรรมและความรับผิดชอบ APHR ยืนหยัดเคียงข้างครอบครัวและชุมชนในเมียนมาที่กำลังเผชิญกับระบอบที่รุนแรงและกดขี่ของรัฐบาลทหาร และเรียกร้องให้อาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการเร่งด่วนและประสานงานกันเพื่อหยุดยั้งการโจมตีคนรุ่นใหม่ของเมียนมาที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น




