News Logo
หน้าแรก
คนรุ่นใหม่สิ้นหวัง? ม็อบนับแสนลุกฮือทั่วโลก ค่าครองชีพสูง-การศึกษาพัง

คนรุ่นใหม่สิ้นหวัง? ม็อบนับแสนลุกฮือทั่วโลก ค่าครองชีพสูง-การศึกษาพัง

25 ต.ค. 2569 13:41
ผู้ชม 12 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

คลื่นประท้วงลุกลามหลายประเทศในยุโรป คนรุ่นใหม่ออกมาเรียกร้องอนาคต หลังเผชิญค่าครองชีพพุ่ง ค่าเช่าแพง ค่าแรงไม่ทันรายจ่าย และวิกฤตการศึกษา ฝรั่งเศสชุมนุมกว่า 4 แสนคนในวันเดียว ขณะที่อิตาลี เบลเยียม สเปน และโปรตุเกสเผชิญแรงกดดันจากประชาชน ท่ามกลางเหตุปะทะและการจับกุมในหลายเมือง

คลื่นการประท้วงกำลังขยายตัวในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะยุโรปที่เกิดการชุมนุมต่อเนื่องจากปัญหาค่าครองชีพ วิกฤตที่อยู่อาศัย และข้อเรียกร้องด้านการศึกษา โดยฝรั่งเศสมีประชาชนออกมาชุมนุมทั่วประเทศสูงถึง 550,000 คน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ก่อนมีผู้เข้าร่วมอีกประมาณ 410,000 คน ในวันที่ 24 ตุลาคม ตามตัวเลขกระทรวงมหาดไทยที่ Reuters และ Associated Press (AP) รายงาน ขณะที่อิตาลีเผชิญการประท้วงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง เบลเยียมเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ ส่วนโปรตุเกสและสเปนมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาบ้านและค่าเช่าที่สูงขึ้น โดยมีทั้งนักเรียน นักศึกษา สหภาพแรงงาน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วม ขณะเดียวกัน การประท้วงเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจและการศึกษายังเกิดขึ้นในหลายประเทศของเอเชียและละตินอเมริกา

ฝรั่งเศส

ฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการประท้วงครั้งนี้ โดย AP รายงานว่า การเคลื่อนไหวเริ่มต้นจากนักเรียนมัธยมศึกษาที่ไม่พอใจปัญหาขาดแคลนครู อาคารเรียนทรุดโทรม และงบประมาณการศึกษาไม่เพียงพอตั้งแต่เดือนกันยายน ก่อนขยายเป็นการประท้วงระดับประเทศเมื่อกลุ่มแรงงานและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าและพลังงานเข้าร่วม

ข้อเรียกร้องของนักศึกษาประกอบด้วยการเพิ่มที่นั่งในระดับอุดมศึกษาอีก 250,000 ที่นั่ง การปรับปรุงระบบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย การเพิ่มเงินช่วยเหลือนักศึกษาเดือนละ 200 ยูโร และการตรึงค่าเช่าที่พักของนักศึกษา ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) ที่ AP นำมารายงานระบุว่า ราคาพลังงานในเดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้น 21.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 3.1% ทำให้ข้อเรียกร้องด้านการศึกษาขยายไปสู่ปัญหาปากท้องและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ

สถานการณ์ฝรั่งเศสยกระดับเป็นความรุนแรงในบางพื้นที่ โดย Reuters รายงานว่า การชุมนุมวันที่ 24 ตุลาคมส่วนใหญ่ดำเนินไปอย่างสงบ ก่อนเกิดการปะทะเมื่อการเดินขบวนสิ้นสุดลงในกรุงปารีสและเมืองมาร์กเซย เจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูงสลายกลุ่มผู้ก่อเหตุ ขณะที่เมืองอื่นเกิดเหตุเผาสิ่งของกีดขวางถนนและทำลายทรัพย์สินบางแห่ง

รัฐบาลระดมตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความสงบประมาณ 70,000 นาย ส่วนรัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส โลรองต์ นูเญซ ระบุว่า มีการจับกุมเกือบ 1,000 คน และกล่าวหาว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงแยกตัวออกจากขบวนผู้ชุมนุมหลัก ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ได้หารือกับตัวแทนนักเรียนเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบเข้ามหาวิทยาลัย แต่กลุ่มนักเรียนยังต้องการมาตรการที่เป็นรูปธรรมก่อนยุติการเคลื่อนไหว ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปี 2570

อิตาลี

ใน อิตาลี การประท้วงขยายตัวจากความไม่พอใจต่อราคาพลังงาน ค่าจ้าง และงบประมาณด้านการศึกษา โดย Reuters รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ประชาชนออกมาชุมนุมในเมืองมิลาน โรม ตูริน และโบโลญญา ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง หลังเหตุจลาจลวันที่ 17-18 ตุลาคม ซึ่งมีการปล้นร้านค้าและทำลายทรัพย์สินในหลายเมือง

ขณะที่ AP รายงานว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี เพิ่มกำลังทหารอีก 500 นายในมิลาน เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประมาณ 5,000 นาย และเตรียมเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้กระทำความผิดที่เป็นเยาวชน หลังตำรวจระบุว่ามีผู้ถูกจับกุมจากเหตุการณ์สัปดาห์ก่อน 45 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้เยาว์ถึง 34 คน อย่างไรก็ตาม การชุมนุมในมิลานวันที่ 24 ตุลาคมดำเนินไปอย่างสงบเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่กรุงโรมและตูรินเกิดการปะทะบางจุด โดย Reuters ไม่พบการปล้นร้านค้าหรือทำลายทรัพย์สินซ้ำในระหว่างการรายงานวันดังกล่าว

ปัญหาค่าครองชีพในอิตาลีไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการเคลื่อนไหวของนักศึกษา โดย Reuters รายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมว่า กลุ่มคนขับรถบรรทุกและเกษตรกรร่วมประท้วงราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้การขนส่งอาหารสด เนื้อสัตว์ และนมในบางพื้นที่หยุดชะงัก ผู้ประกอบการค้าปลีกเตือนถึงความเสี่ยงที่สินค้าจำเป็นจะขาดตลาด

ขณะที่ Reuters รายงานเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาเพิ่มภาษีบริษัทพลังงานเพื่อหารายได้สนับสนุนมาตรการทางการคลัง หลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงและหนี้สาธารณะ ส่วนกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณโรงเรียนแทนการใช้จ่ายด้านการทหาร โดยการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้มีผู้เข้าร่วมจากสหภาพแรงงานและกลุ่มต่อต้านสงครามด้วย ความหลากหลายของผู้ชุมนุมทำให้ข้อเรียกร้องในอิตาลีครอบคลุมทั้งคุณภาพการศึกษา รายได้จากการทำงาน ราคาพลังงาน และทิศทางการใช้จ่ายของรัฐบาล

เบลเยียม

สำหรับ เบลเยียม Reuters รายงานเมื่อวันที่ 24 ตุลาคมว่า นักเรียน นักศึกษา และประชาชนวัยหนุ่มสาวหลายร้อยคนชุมนุมในกรุงบรัสเซลส์เพื่อเรียกร้องงบประมาณและสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่ดีขึ้น ก่อนเกิดการปะทะกับตำรวจซึ่งใช้แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยสลายผู้ชุมนุมบางกลุ่ม มีผู้ถูกควบคุมตัวชั่วคราว 5 คนจากข้อกล่าวหาก่อความไม่สงบ และอีก 4 คนจากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอาวุธต้องห้ามและการยุยงให้ก่อจลาจล

ขณะที่รายงานของ El País ระบุว่า ปัญหาสำคัญมาจากแผนลดรายจ่ายของรัฐบาลประชาคมฝรั่งเศสแห่งเบลเยียม (Wallonia-Brussels Federation) เกือบ 500 ล้านยูโร ซึ่งครอบคลุมหลายภาคส่วนรวมถึงการศึกษา ประกอบกับการเปลี่ยนเงื่อนไขการเรียนและการได้รับเงินสนับสนุนที่อาจกระทบนักศึกษาฐานะยากจน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานควบคู่กับการเรียน

ฝ่ายนักศึกษากังวลว่าข้อกำหนดให้สะสมหน่วยกิตภายในเวลาที่กำหนดจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียสิทธิในการได้รับเงินอุดหนุน แม้จะยังมีภาระทางการเงิน ขณะที่ตำรวจบรัสเซลส์ยืนยันว่าการปฏิบัติงานมีเป้าหมายรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยสาธารณะ

โปรตุเกส

โปรตุเกส กลายเป็นอีกประเทศที่การประท้วงเรื่องที่อยู่อาศัยดำเนินต่อเนื่องจนถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2569 โดย Reuters รายงานว่า ตำรวจเข้าสลายค่ายประท้วงบริเวณจัตุรัสรอสซิโอใจกลางกรุงลิสบอนในช่วงหลังเวลา 02.00 น. หลังกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งเต็นท์มากกว่า 100 หลัง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาค่าเช่าและราคาบ้านสูง

เจ้าหน้าที่นำกำลังพร้อมสุนัขตำรวจเข้ารื้อถอนเต็นท์และจับกุมผู้ชุมนุมหลายคน โดยมีรายงานผู้บาดเจ็บเล็กน้อย แต่ยังไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการ ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรค Left Bloc วิจารณ์ว่าการใช้กำลังเกินความจำเป็น เนื่องจากผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ไม่ได้ก่อเหตุรุนแรง การสลายค่ายประท้วงเกิดขึ้นหลังประชาชนหลายพันคนเดินขบวนในกรุงลิสบอนเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม และเป็นความเคลื่อนไหวต่อเนื่องจากการชุมนุมของสหภาพแรงงานและกลุ่มเรียกร้องสิทธิที่อยู่อาศัยเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ซึ่งมีผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคนตามการประเมินของผู้จัดการชุมนุม

เบื้องหลังการประท้วงในโปรตุเกสคือปัญหาราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มเร็วกว่ากำลังซื้อ โดย Reuters ระบุว่า ราคาบ้านเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าตั้งแต่ปี 2560 ขณะที่ค่าเช่าสำหรับสัญญาใหม่เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า และธนาคารกลางโปรตุเกสประเมินว่าประเทศขาดแคลนที่อยู่อาศัยประมาณ 300,000 หลัง

ตัวอย่างจากรายงานของ Reuters คือ คาโรลินา ครูซ นักศึกษาปริญญาเอกและนักวิจัยวัย 26 ปี ซึ่งได้รับทุนประมาณ 1,300 ยูโรต่อเดือน และจ่ายค่าเช่าร่วมกับคู่รักเดือนละ 716 ยูโร แต่มีความเสี่ยงว่าค่าเช่าในสัญญาใหม่จะเพิ่มเป็นมากกว่า 1,200 ยูโร

ขณะที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างกฎหมายที่อาจทำให้การขับไล่ผู้เช่าง่ายขึ้นและยกเลิกเพดานค่าเช่าสัญญาใหม่ ด้านรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีลูอิส มอนเตเนโกร ชี้แจงว่ามาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายสร้างความเชื่อมั่นระหว่างผู้เช่ากับเจ้าของทรัพย์สินและเพิ่มอุปทานบ้านเช่า โดยข้อขัดแย้งสำคัญอยู่ที่มาตรการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มจำนวนบ้านในตลาดได้มากเพียงใด และผู้มีรายได้น้อยจะได้รับการคุ้มครองอย่างไร

สเปน

ด้าน สเปน วิกฤตที่อยู่อาศัยกลายเป็นประเด็นการเมืองระดับประเทศ หลัง AP รายงานว่าการขับไล่ มาเรีย เดล การ์เมน อาบัสกัล หญิงวัย 87 ปี ออกจากบ้านพักในกรุงมาดริดเมื่อเดือนกันยายน กลายเป็นเหตุการณ์ที่กระตุ้นการชุมนุมขนาดใหญ่ โดยการเสียชีวิตของหญิงรายนี้ภายหลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลยิ่งทำให้เกิดข้อเรียกร้องเรื่องสิทธิของผู้เช่าและการคุ้มครองผู้เปราะบาง

ผู้ประท้วงเรียกร้องให้ตรึงค่าเช่า ควบคุมการปล่อยเช่าระยะสั้น และห้ามขับไล่ผู้เช่าที่ไม่มีที่อยู่อาศัยรองรับ ขณะที่การชุมนุมในเมืองบาร์เซโลนาวันที่ 5 ตุลาคมมีผู้เข้าร่วมหลายหมื่นคน ก่อนกลุ่มผู้ก่อเหตุบางส่วนปะทะตำรวจและจุดไฟเผาถังขยะ

รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ จึงประกาศมาตรการเร่งด่วน 21 มาตรการ รวมถึงการควบคุมค่าเช่าห้องพัก การเก็บภาษีการเช่าตามฤดูกาล การป้องกันการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็งกำไร และกองทุน 10,000 ล้านยูโร เพื่อสนับสนุนการซื้อบ้านหลังแรก อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้ยังต้องผ่านกระบวนการรับรอง หลังข้อเสนอเดิมถูกฝ่ายค้านลงมติคัดค้านในรัฐสภา จนนำไปสู่การประกาศเลือกตั้งก่อนกำหนดวันที่ 29 พฤศจิกายน 2569 ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องบทบาทรัฐในการควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์

กรีซ

กรีซ เป็นอีกประเทศที่นักศึกษาออกมาเรียกร้องเรื่องค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาโดยตรง โดยสำนักข่าว Reuters และหนังสือพิมพ์ Kathimerini รายงานว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยรวมตัวตั้งเต็นท์บริเวณจัตุรัสซินแทกมา หน้ารัฐสภาในกรุงเอเธนส์เมื่อวันที่ 13 และ 20 ตุลาคม เพื่อประท้วงค่าเช่าหอพักที่สูงเกินกำลังจ่าย รวมถึงค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าอุปกรณ์การเรียนที่เพิ่มขึ้น

ตัวแทนนักศึกษาระบุว่าห้องพักขนาดประมาณ 35 ตารางเมตรในกรุงเอเธนส์อาจมีค่าเช่าสูงถึง 400-500 ยูโรต่อเดือน ทำให้นักศึกษาจำนวนหนึ่งต้องทำงานหารายได้ระหว่างเรียน ต่อมาในวันที่ 21 ตุลาคม นักเรียน นักศึกษา และครูประมาณ 10,000 คน เดินขบวนอย่างสงบไปยังรัฐสภา เรียกร้องงบประมาณโรงเรียนเพิ่มเติม การเติมตำแหน่งครูที่ว่างอยู่ การซ่อมแซมอาคารเรียน และการปรับขึ้นค่าจ้างครู

รัฐบาลระดมตำรวจประมาณ 3,000 นายเพื่อรักษาความปลอดภัย โดยไม่มีรายงานความรุนแรงระหว่างการชุมนุม ขณะที่รัฐบาลระบุว่ากำลังดำเนินการปรับปรุงและก่อสร้างหอพัก พร้อมจัดสรรเงินช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยให้นักศึกษาตามเงื่อนไขที่กำหนด

แอลเบเนีย

ส่วน แอลเบเนีย การประท้วงของนักศึกษาเกี่ยวกับค่าเล่าเรียน การขาดแคลนโอกาสทำงาน และมาตรฐานการศึกษาขยายเป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง โดย Reuters รายงานว่า วันที่ 24 ตุลาคม ผู้ชุมนุมรวมตัวบริเวณกระทรวงศึกษาธิการในกรุงติรานา ก่อนเกิดการปะทะกับตำรวจและการจุดไฟบริเวณทางเข้าอาคารกระทรวงเกษตร

เจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตา รถฉีดน้ำแรงดันสูง และกระสุนยาง ขณะที่ AP รายงานว่าตำรวจระดมกำลังประมาณ 2,500 นาย รักษาความปลอดภัยในเมืองหลวง เหตุการณ์ดังกล่าวต่อเนื่องจากวันที่ 14 ตุลาคม ซึ่งนักศึกษาหลายหมื่นคนออกมาประท้วงและเกิดเหตุเผาอาคารราชการกับธนาคารบางแห่ง

ผู้ชุมนุมกล่าวหารัฐบาลว่าละเลยปัญหาการศึกษา การว่างงาน และการทุจริต พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเอดี รามา ลาออก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่ามีความพร้อมหารือข้อเรียกร้องของนักศึกษา แต่ผู้กระทำผิดจากการใช้ความรุนแรงต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับรามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2556 และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สี่เมื่อปี 2568

เซอร์เบีย

ขณะที่ เซอร์เบีย การเคลื่อนไหวของนักศึกษามีจุดเริ่มต้นแตกต่างจากวิกฤตค่าครองชีพในยุโรปตะวันตก แต่เชื่อมโยงกับข้อเรียกร้องเรื่องคุณภาพสถาบันรัฐและการศึกษา โดย Reuters รายงานวันที่ 25 ตุลาคมว่า ประเทศจัดการเลือกตั้งรัฐสภาก่อนกำหนดหลังเผชิญการประท้วงที่นำโดยนักศึกษาเกือบสองปี

จุดเริ่มต้นมาจากเหตุหลังคาทางเข้าสถานีรถไฟเมืองโนวีซาดพังถล่มในปี 2567 มีผู้เสียชีวิต 16 คน ทำให้เกิดข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการก่อสร้างและความรับผิดชอบของรัฐบาล ก่อนขยายไปสู่การเรียกร้องแก้ปัญหาคอร์รัปชันและปรับปรุงระบบการศึกษา โดยการชุมนุมใหญ่วันที่ 22 ตุลาคมในกรุงเบลเกรดมีผู้เข้าร่วมประมาณ 150,000 คน ตามการประเมินขององค์กรติดตามการชุมนุมอิสระ

กลุ่มนักศึกษาได้จัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในนาม Student List เพื่อแข่งขันกับพรรค Serbian Progressive Party ของอเล็กซานดาร์ วูชิช ซึ่งฝ่ายรัฐบาลปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการปราบปรามผู้เห็นต่าง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นอีกกรณีที่การเคลื่อนไหวของนักศึกษาพัฒนาจากการชุมนุมบนท้องถนนไปสู่การแข่งขันในระบบรัฐสภา

อาร์เจนตินา

นอกยุโรป อาร์เจนตินา เผชิญการเคลื่อนไหวของนักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยที่ต่อต้านการลดงบประมาณการศึกษาของรัฐบาลประธานาธิบดีฮาเวียร์ มิเลย์ โดย Al Jazeera รายงานเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมว่า นักศึกษามหาวิทยาลัยบัวโนสไอเรสรวมตัวเข้ายึดพื้นที่บางส่วนของมหาวิทยาลัยชั่วคราวเพื่อประท้วงมาตรการลดรายจ่ายภาครัฐ หลังบุคลากรจำนวนหนึ่งเผชิญปัญหาเงินเดือนไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายและย้ายไปทำงานในภาคเอกชน

ขณะเดียวกัน ศาลรัฐบาลกลางมีคำสั่งปรับรัฐบาลวันละ 100,000 เปโซ จากการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดบางส่วนของกฎหมายสนับสนุนงบประมาณมหาวิทยาลัย ซึ่งรัฐสภาอนุมัติหลังล้มการยับยั้งของประธานาธิบดี โดยรัฐบาลโต้แย้งว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ได้ระบุแหล่งเงินสนับสนุนที่ชัดเจน

ด้านมิเลย์ยืนยันว่ามาตรการลดรายจ่ายมีเป้าหมายควบคุมเงินเฟ้อและฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังเข้ารับตำแหน่งในปี 2566 อย่างไรก็ตาม นักศึกษาและอาจารย์กังวลว่าการลดงบประมาณจะกระทบต่อการเข้าถึงมหาวิทยาลัยของรัฐ การวิจัย และความสามารถในการรักษาบุคลากรด้านการศึกษาในระยะยาว

อินโดนีเซีย

ในเอเชีย อินโดนีเซีย เกิดการประท้วงของนักศึกษาและภาคประชาสังคมในหลายเมืองช่วงครบรอบสองปีการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต โดย The Jakarta Post และ ABC News ของออสเตรเลียรายงานว่า ผู้ชุมนุมในกรุงจาการ์ตา บันดุง และยอกยาการ์ตา เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาค่าครองชีพ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง การว่างงาน และวิกฤตไฟป่าที่ทำให้เกิดหมอกควันพิษส่งผลกระทบต่อโรงเรียนและสุขภาพประชาชน

ขณะที่ภาพจาก Reuters เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมแสดงให้เห็นการปะทะระหว่างนักศึกษากับตำรวจในเมืองปอนเตียนัก จังหวัดกาลีมันตันตะวันตก ผู้ชุมนุมเรียกร้องให้แก้ปัญหาเงินเฟ้อ การขาดแคลนเชื้อเพลิง และโอกาสทำงานที่จำกัด พร้อมวิจารณ์การจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล

ด้านปราโบโวยอมรับว่ายังมีงานที่ต้องดำเนินการ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลมีผลสำเร็จจากการดำเนินนโยบายแล้วหลายด้าน โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังคนรุ่นใหม่เป็นหนึ่งในฐานผู้สนับสนุนสำคัญในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2567

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) ช่วยอธิบายพื้นฐานปัญหาที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ โดยรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ราคาบ้านในสหภาพยุโรปไตรมาสสองของปี 2569 เพิ่มขึ้น 4.7% และค่าเช่าเพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาบ้านในโปรตุเกสเพิ่มขึ้นถึง 14.2% เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยทั้งปี 2568

นอกจากนี้ ข้อมูลปี 2568 พบว่าคนรุ่นใหม่ในสหภาพยุโรปอายุ 15-29 ปีถึง 26.9% อาศัยอยู่ในที่พักที่มีจำนวนห้องไม่เพียงพอตามเกณฑ์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยประชากรทุกวัยที่ 16.8% ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐานของปัญหาที่อยู่อาศัย ไม่ใช่หลักฐานว่าการประท้วงทุกประเทศมีสาเหตุเดียวกัน แต่เมื่อพิจารณาควบคู่กับข้อเรียกร้องในฝรั่งเศส อิตาลี เบลเยียม โปรตุเกส และประเทศอื่นๆ พบว่าประเด็นการเข้าถึงการศึกษา รายได้จากการทำงาน และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตปรากฏร่วมกันอย่างชัดเจน

โดย ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2569 หลายรัฐบาลยังอยู่ระหว่างพิจารณาหรือดำเนินมาตรการตอบสนอง ขณะที่การชุมนุมบางแห่งยุติลงแล้วและบางแห่งยังมีการนัดหมายต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญที่ยังไม่ได้ข้อยุติคือรัฐบาลจะสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายและแก้ปัญหาการเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจและการศึกษาได้มากน้อยเพียงใด

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาครงจวกทรัมป์ “โง่เขลา” ปมโทษผู้อพยพมุสลิมก่อจลาจลฝรั่งเศสครั้งใหญ่
มาครงจวกทรัมป์ “โง่เขลา” ปมโทษผู้อพยพมุสลิมก่อจลาจลฝรั่งเศสครั้งใหญ่