พรรคเดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ปี 2569 พลิกครองเสียงข้างมากทั้ง 2 สภา แย่งที่นั่งวุฒิสภาจากรีพับลิกัน 7 ที่นั่ง รวมถึงรัฐฐานเสียงสำคัญอย่างเท็กซัสและแคนซัส หลังผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงความไม่พอใจปัญหาค่าครองชีพ สงครามอิหร่าน และการบริหารงานของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น ปรากฏว่า พรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะและกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสทั้ง 2 สภา หลังพรรครีพับลิกันสูญเสียที่นั่งทั้งในเขตเลือกตั้งที่มีการแข่งขันสูสีและรัฐที่เคยสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์อย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งปี 2567 ส่งผลให้รัฐบาลทรัมป์ต้องเผชิญกับสภาคองเกรสที่ฝ่ายค้านครองเสียงข้างมากในช่วง 2 ปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2
ผลการนับคะแนนสภาผู้แทนราษฎรล่าสุดจาก Fox News ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน ตามเวลาไทย เดโมแครตชนะแล้ว 240 ที่นั่ง รีพับลิกัน 147 ที่นั่ง จากทั้งหมด 435 ที่นั่ง โดยยังเหลือ 48 เขตที่ไม่ประกาศผู้ชนะ
ขณะที่วุฒิสภาเดโมแครตและสมาชิกอิสระที่ร่วมลงคะแนนกับพรรคมีรวม 54 ที่นั่ง รีพับลิกัน 44 ที่นั่ง และเหลืออีก 2 ที่นั่งยังไม่ประกาศผล ได้แก่ อะแลสกาและมิสซิสซิปปี
เดโมแครตพลิกชนะวุฒิสภา 7 ที่นั่งจากรีพับลิกัน ได้แก่ เท็กซัส แคนซัส เซาท์แคโรไลนา ไอโอวา โอไฮโอ นอร์ทแคโรไลนา และเมน โดยแคนซัสมีสมาชิกวุฒิสภาจากเดโมแครตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2475 ขณะที่เท็กซัสกลับมาเลือกสมาชิกวุฒิสภาจากเดโมแครตเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี
เท็กซัสเป็นหนึ่งในรัฐที่รีพับลิกันพ่ายแพ้ครั้งสำคัญที่สุด โดยเจมส์ ทาลาริโก จากเดโมแครต เอาชนะเคน แพกซ์ตัน ในการเลือกตั้งวุฒิสภา ขณะที่จีนา อิโนโฮซา ชนะเกร็ก แอบบอตต์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ ยุติการครองตำแหน่งผู้ว่าการรัฐของรีพับลิกันที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2538 นอกจากนี้ เดโมแครตยังกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรระดับรัฐได้อีกครั้ง
ความพ่ายแพ้ของรีพับลิกันยังเกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะไอโอวาที่เดโมแครตพลิกชนะ 3 จาก 4 เขตเลือกตั้ง ซึ่งเดิมรีพับลิกันครองทั้งหมด ขณะที่ความพยายามปรับเขตเลือกตั้งเพื่อเพิ่มโอกาสชนะของรีพับลิกันในรัฐสำคัญอย่างเท็กซัสและฟลอริดาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ 36 รัฐ เดโมแครตชนะแล้ว 22 รัฐ รีพับลิกัน 12 รัฐ และอีก 2 รัฐยังไม่ประกาศผู้ชนะ โดยเดโมแครตสามารถแย่งตำแหน่งผู้ว่าการรัฐจากรีพับลิกันได้ในเท็กซัส จอร์เจีย ไอโอวา เนวาดา และโอไฮโอ ขณะที่รีพับลิกันยังรักษาตำแหน่งสำคัญไว้ได้หลายรัฐ รวมถึงฟลอริดา
ผลสำรวจ AP Voter Poll พบว่า ประมาณ 8 ใน 10 ของผู้ลงคะแนนได้รับความเดือดร้อนทางการเงินจากเงินเฟ้อในระดับปานกลางถึงรุนแรง ขณะที่ประมาณ 3 ใน 4 ประเมินว่าสภาพเศรษฐกิจไม่ดีหรือย่ำแย่ โดยปัญหาค่าครองชีพ การทุจริตในรัฐบาล และสงครามอิหร่าน เป็นประเด็นสำคัญที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำมาประกอบการตัดสินใจ นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งวัยหนุ่มสาวและกลุ่มเชื้อสายละตินอเมริกันยังหันมาสนับสนุนเดโมแครตเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งปี 2567
ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า “ผมไม่ได้อยู่ในบัตรเลือกตั้ง” และไม่ถือว่าผลครั้งนี้เป็นความพ่ายแพ้ส่วนตัว โดยให้เหตุผลว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ชอบผู้สมัครบางรายของรีพับลิกัน พร้อมยืนยันว่าจะยอมรับผลเลือกตั้ง แต่จะใช้สิทธิยับยั้งกฎหมายของเดโมแครตที่ไม่เห็นด้วย ขณะที่แกนนำรีพับลิกันประกาศเดินหน้าคัดค้านนโยบายฝ่ายค้าน
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เดโมแครตกลับมาควบคุมอำนาจนิติบัญญัติทั้ง 2 สภา และสามารถเพิ่มการตรวจสอบรัฐบาลทรัมป์ รวมถึงมีบทบาทกำหนดทิศทางกฎหมายและงบประมาณตลอดช่วงที่เหลือของวาระประธานาธิบดีสมัยที่สอง โดยสภาคองเกรสชุดใหม่จะเริ่มวาระวันที่ 3 มกราคม 2570 ทั้งนี้ ผลที่ประกาศผู้ชนะแล้วเป็นผลจากการนับคะแนนและการประเมินของสำนักข่าว ยังไม่ใช่ผลที่ทุกหน่วยงานเลือกตั้งระดับรัฐรับรองอย่างเป็นทางการ
ผลคะแนนวุฒิสภารายรัฐที่ประกาศผู้ชนะแล้ว
สำหรับผลการเลือกตั้งวุฒิสภาสหรัฐฯ ทั้ง 35 รัฐ ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.33 น. ตามเวลาไทย มีการประกาศผู้ชนะแล้ว 33 รัฐ เหลือเพียง อะแลสกา และ มิสซิสซิปปี ที่ยังไม่ทราบผล โดยคะแนนแต่ละรัฐยังอยู่ระหว่างการนับและรอการรับรองอย่างเป็นทางการ
อะแลสกา
เดโมแครต 102,962 คะแนน (48.17%) | รีพับลิกัน 102,325 คะแนน (47.88%) ยังไม่ประกาศผู้ชนะ
แอละแบมา
เดโมแครต 759,336 คะแนน (45.29%) | รีพับลิกัน 917,347 คะแนน (54.71%) รีพับลิกันชนะ
อาร์คันซอ
เดโมแครต 375,647 คะแนน (42.41%) | รีพับลิกัน 480,627 คะแนน (54.26%) รีพับลิกันชนะ
โคโลราโด
เดโมแครต 1,417,321 คะแนน (59.93%) | รีพับลิกัน 844,951 คะแนน (35.73%) เดโมแครตชนะ
เดลาแวร์
เดโมแครต 240,347 คะแนน (63.57%) | รีพับลิกัน 137,764 คะแนน (36.43%) เดโมแครตชนะ
ฟลอริดา
เดโมแครต 3,969,303 คะแนน (47.99%) | รีพับลิกัน 4,208,022 คะแนน (50.87%) รีพับลิกันชนะ
จอร์เจีย
เดโมแครต 2,466,207 คะแนน (59.03%) | รีพับลิกัน 1,711,747 คะแนน (40.97%) เดโมแครตชนะ
ไอโอวา
เดโมแครต 686,487 คะแนน (50.51%) | รีพับลิกัน 630,615 คะแนน (46.40%) เดโมแครตชนะ
ไอดาโฮ
รีพับลิกัน 401,731 คะแนน (56.53%) | ผู้สมัครอิสระ 238,348 คะแนน (33.54%) รีพับลิกันชนะ โดยตารางสรุป 2 อันดับแรกไม่แสดงคะแนนเดโมแครต
อิลลินอยส์
เดโมแครต 2,431,012 คะแนน (60.84%) | รีพับลิกัน 1,501,458 คะแนน (37.58%) เดโมแครตชนะ
แคนซัส
เดโมแครต 559,853 คะแนน (50.99%) | รีพับลิกัน 504,950 คะแนน (45.99%) เดโมแครตชนะ
เคนทักกี
เดโมแครต 612,357 คะแนน (42.91%) | รีพับลิกัน 784,869 คะแนน (55.00%) รีพับลิกันชนะ
ลุยเซียนา
เดโมแครต 720,106 คะแนน (49.12%) | รีพับลิกัน 745,963 คะแนน (50.88%) รีพับลิกันชนะ
แมสซาชูเซตส์
เดโมแครต 1,590,089 คะแนน (63.25%) | รีพับลิกัน 811,327 คะแนน (32.27%) เดโมแครตชนะ
เมน
เดโมแครต 368,429 คะแนน (53.41%) | รีพับลิกัน 320,926 คะแนน (46.52%) เดโมแครตชนะ
มิชิแกน
เดโมแครต 2,507,454 คะแนน (52.50%) | รีพับลิกัน 2,172,586 คะแนน (45.49%) เดโมแครตชนะ
มินนิโซตา
เดโมแครต 1,520,869 คะแนน (53.71%) | รีพับลิกัน 1,233,470 คะแนน (43.56%) เดโมแครตชนะ
มิสซิสซิปปี
เดโมแครต 464,926 คะแนน (49.01%) | รีพับลิกัน 463,788 คะแนน (48.89%) ยังไม่ประกาศผู้ชนะ
มอนแทนา
รีพับลิกัน 230,117 คะแนน (48.58%) | ผู้สมัครอิสระ 177,762 คะแนน (37.53%) รีพับลิกันชนะ โดยตารางสรุป 2 อันดับแรกไม่แสดงคะแนนเดโมแครต
นอร์ทแคโรไลนา
เดโมแครต 2,467,963 คะแนน (58.72%) | รีพับลิกัน 1,643,088 คะแนน (39.09%) เดโมแครตชนะ
เนแบรสกา
รีพับลิกัน 373,122 คะแนน (50.44%) | ผู้สมัครอิสระ 322,627 คะแนน (43.62%) รีพับลิกันชนะ โดยตารางสรุป 2 อันดับแรกไม่แสดงคะแนนเดโมแครต
นิวแฮมป์เชียร์
เดโมแครต 341,737 คะแนน (55.96%) | รีพับลิกัน 257,453 คะแนน (42.16%) เดโมแครตชนะ
นิวเจอร์ซีย์
เดโมแครต 1,787,172 คะแนน (62.12%) | รีพับลิกัน 1,015,941 คะแนน (35.31%) เดโมแครตชนะ
นิวเม็กซิโก
เดโมแครต 455,165 คะแนน (63.15%) | รีพับลิกัน 265,557 คะแนน (36.85%) เดโมแครตชนะ
โอไฮโอ
เดโมแครต 2,301,042 คะแนน (50.01%) | รีพับลิกัน 2,077,748 คะแนน (45.15%) เดโมแครตชนะ
โอคลาโฮมา
เดโมแครต 439,109 คะแนน (39.28%) | รีพับลิกัน 639,510 คะแนน (57.20%) รีพับลิกันชนะ
ออริกอน
เดโมแครต 915,903 คะแนน (56.76%) | รีพับลิกัน 650,021 คะแนน (40.28%) เดโมแครตชนะ
โรดไอแลนด์
เดโมแครต 239,701 คะแนน (66.76%) | รีพับลิกัน 105,139 คะแนน (29.28%) เดโมแครตชนะ
เซาท์แคโรไลนา
เดโมแครต 1,042,362 คะแนน (51.13%) | รีพับลิกัน 951,165 คะแนน (46.65%) เดโมแครตชนะ
เซาท์ดาโคตา
รีพับลิกัน 184,584 คะแนน (60.50%) | ผู้สมัครอิสระ 120,502 คะแนน (39.50%) รีพับลิกันชนะ โดยตารางสรุป 2 อันดับแรกไม่แสดงคะแนนเดโมแครต
เทนเนสซี
เดโมแครต 886,974 คะแนน (42.91%) | รีพับลิกัน 1,138,457 คะแนน (55.08%) รีพับลิกันชนะ
เท็กซัส
เดโมแครต 5,445,121 คะแนน (55.08%) | รีพับลิกัน 4,249,752 คะแนน (42.99%) เดโมแครตชนะ
เวอร์จิเนีย
เดโมแครต 2,183,072 คะแนน (61.16%) | รีพับลิกัน 1,376,676 คะแนน (38.57%) เดโมแครตชนะ
เวสต์เวอร์จิเนีย
เดโมแครต 172,922 คะแนน (37.91%) | รีพับลิกัน 266,068 คะแนน (58.33%) รีพับลิกันชนะ
ไวโอมิง
เดโมแครต 65,097 คะแนน (34.76%) | รีพับลิกัน 122,157 คะแนน (65.24%) รีพับลิกันชนะ
หมายเหตุ: ร้อยละที่แสดงเป็นสัดส่วนคะแนนของผู้สมัครแต่ละคนจากคะแนนทั้งหมดในรัฐนั้น จึงไม่จำเป็นต้องรวมกันได้ 100% เนื่องจากบางรัฐมีผู้สมัครจากพรรคอื่นหรือผู้สมัครอิสระร่วมแข่งขัน และเป็นคะแนนวุฒิสภา ไม่ใช่จำนวนที่นั่งสภาผู้แทนราษฎรรายรัฐ
อ้างอิง




