'ปูติน' โทรดีลตรง 'ทรัมป์' เสนอตัวรับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับ 60% ของอิหร่านมาเก็บที่รัสเซีย ฝั่งสหรัฐฯ ปฏิเสธ ชี้ต้องการควบคุมเองโดยตรง
สำนักข่าว Axios รายงานเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้หารือกันผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์โดยตรง โดยฝ่ายรัสเซียเสนอให้โอนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับ 60% ของอิหร่าน ซึ่งมีปริมาณราว 450 กิโลกรัม และเป็นระดับที่สามารถพัฒนาไปสู่อาวุธนิวเคลียร์ได้ในระยะเวลาไม่นาน ไปเก็บรักษาในรัสเซีย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางลดความตึงเครียดในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
ท่ามกลางความพยายามเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง รัสเซียย้ำหลายครั้งว่าพร้อมรับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะแล้วของอิหร่านหากทุกฝ่ายเห็นชอบ ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันจุดยืนว่าต้องการให้มีการควบคุมและรักษาความปลอดภัยโดยตรง
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 อ้างคำกล่าวของ มารีอา ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียว่า รัสเซียเคยเสนอให้ส่งออกคลังสำรองยูเรเนียมของอิหร่านมายังดินแดนของตน และข้อเสนอนี้ยังคงอยู่บนโต๊ะ โดยย้ำว่าการตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับอิหร่าน
รายละเอียดจาก Axios ยังระบุถึงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างปูตินกับทรัมป์ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งผู้นำรัสเซียได้เสนอหลายทางเลือกเพื่อยุติความขัดแย้ง รวมถึงการโอนย้ายยูเรเนียมไปยังรัสเซีย แต่ฝ่ายสหรัฐฯ ปฏิเสธ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าข้อเสนอนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และยังไม่เป็นที่ยอมรับ
ขณะที่ Reuters รายงานเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 อ้างคำกล่าวของ คาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐอเมริกาว่า อิหร่านส่งสัญญาณพร้อมส่งมอบสต็อกยูเรเนียมดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อกำหนดหลักของสหรัฐฯ ในการเจรจา
ด้านข้อมูลจากทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency: IAEA) ระบุว่า ก่อนเกิดการโจมตีทางทหารในปีที่ผ่านมา อิหร่านมียูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับ 60% ประมาณ 440.9 กิโลกรัม ซึ่งสามารถยกระดับสู่เกรดอาวุธได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ และเพียงพอสำหรับการผลิตอาวุธนิวเคลียร์มากกว่า 10 ลูก
ยูเรเนียมส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ในอุโมงค์ใต้ดินของศูนย์นิวเคลียร์อิสฟาฮาน ซึ่งได้รับความเสียหายจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอล อย่างไรก็ตาม IAEA ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงพื้นที่
ก่อนความขัดแย้งรอบล่าสุด อิหร่านเคยปฏิเสธแนวคิดการส่งยูเรเนียมออกนอกประเทศ และเสนอให้เจือจางภายในประเทศภายใต้การกำกับของ IAEA แทน
ทั้งนี้ รัสเซียเคยมีบทบาทในการรับเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะต่ำของอิหร่าน ภายใต้ข้อตกลง JCPOA ซึ่งสะท้อนศักยภาพทางเทคนิคของมอสโกในการจัดการวัสดุนิวเคลียร์
ดิมิทรี เปสคอฟ โฆษกประจำทำเนียบเครมลินของรัสเซีย และเป็นหนึ่งในผู้ใกล้ชิดปูติน ย้ำว่ารัสเซียพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลาง โดยเสนอทั้งการเก็บรักษาและประมวลผลยูเรเนียมส่วนเกิน เพื่อลดความกังวลด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ และอิสราเอล
ด้าน พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามของสหรัฐอเมริกา ระบุว่าสหรัฐฯ มีทางเลือกหลากหลาย ในการจัดการกับยูเรเนียมของอิหร่าน รวมถึงการใช้ปฏิบัติการพิเศษ หากจำเป็น แต่ยังเปิดทางต่อการส่งมอบโดยสมัครใจ
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า ขณะนี้สหรัฐฯ ยังไม่ได้มุ่งเน้นประเด็นดังกล่าวเป็นหลัก แต่ยอมรับว่าในอนาคตอาจต้องดำเนินการ พร้อมเปิดเผยว่ารัสเซียอาจให้ความช่วยเหลือด้านข่าวกรองแก่อิหร่านในความขัดแย้งครั้งนี้
ปัจจุบัน IAEA ยังไม่สามารถยืนยันปริมาณและตำแหน่งที่แน่ชัดของยูเรเนียมอิหร่านได้ทั้งหมด ขณะที่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับ 60% ถือว่าเข้าใกล้ระดับอาวุธ (90%) อย่างมาก
อ้างอิง:
Axios: Scoop: Trump rejected Putin offer to move Iran's uranium to Russia
Reuters: Russia says uranium proposal for Iran is still on the table
Reuters: Iran has indicated it would turn over enriched uranium, White House says
Al Jazeera: IAEA eyes Isfahan nuclear complex as it urges Iran to allow inspections




