เจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านล่ม! "เจดี เวนซ์" ชี้ไม่เห็นพันธสัญญาด้านนิวเคลียร์อิหร่าน ขณะนักวิเคราะห์ชี้ "ช่องแคบฮอร์มุซ" คือจุดแตกหัก ทำเจรจาเหลว-แฉ 'ทรัมป์' ไม่ยอมติดตามผลเจรจา แต่ไปดูมวยกรงที่ไมอามีพร้อมกับ รมว.กต.
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวอ้างอิงสำนักข่าวอัลจาซีรา ที่รายงานว่าการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เพื่อยุติคววามขัดแย้ง ได้สิ้นสุดลงโดยไร้ข้อตกลง หลังจากการหารืออันยาวนานกว่า 21 ชั่วโมง โดยนายเจดี เวนซ์ (JD Vance) รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผู้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนอเมริกัน ประกาศว่ายังไม่เห็นพันธสัญญาจากกรุงเตหะรานในประเด็นนิวเคลียร์ และสหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอ "ดีที่สุดและขั้นสุดท้าย" ไปแล้ว ขณะที่สื่ออิหร่านชี้ว่า "ช่องแคบฮอร์มุซ" คือประเด็นสำคัญที่ทำให้การเจรจาต้องหยุดชะงัก
สหรัฐฯ ถอนตัวจากปากีสถาน ไร้ข้อตกลงกับอิหร่าน
รองประธานาธิบดีเจดี เวนซ์ ได้จัดการแถลงข่าวสั้นๆ เพียง 1 นาที หลังการเจรจาที่ยืดเยื้อ ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียด โดยเขาระบุว่าคณะผู้แทนสหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้ เนื่องจากอิหร่านเลือกที่จะไม่ยอมรับเงื่อนไขของวอชิงตัน แม้ว่าการพูดคุยจะใช้เวลานานถึง 21 ชั่วโมง ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการหารือประเด็นสำคัญอย่างจริงจัง
ทางด้านแหล่งข่าวใกล้ชิดกับคณะผู้แทนอิหร่านได้ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวฟาร์ส (Fars News Agency) ว่า สหรัฐฯ กำลัง "มองหาข้ออ้าง" ที่จะออกจากโต๊ะเจรจา และมีความต้องการ "ทุกสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถได้รับจากสงคราม" ระหว่างการเจรจาในอิสลามาบัด
ช่องแคบฮอร์มุซ: "เส้นแดง" ที่อิหร่านไม่ยอมอ่อนข้อ
นายโมห์เซน ฟาร์คานี (Mohsen Farkhani) ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยอิสฟาฮาน (University of Isfahan) ให้สัมภาษณ์กับอัลจาซีรา (Al Jazeera) ว่า อิหร่านเข้าร่วมการเจรจาครั้งนี้ด้วย "ความสงสัยอย่างลึกซึ้ง" และด้วยความเคารพต่อปากีสถาน ไม่ใช่เพราะความเชื่อใจในสหรัฐฯ เขาย้ำว่าการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็น "เส้นแดง" สำหรับอิหร่าน
"ไม่ใช่เรื่องของอเมริกาที่จะต้องมาลาดตระเวนในช่องแคบนี้ หรือแสวงหาความร่วมมือเพื่อควบคุมมัน" นายฟาร์คานีกล่าว และเสริมว่าอิหร่านได้ทำลายฐานและสิ่งติดตั้งของอเมริกาในภูมิภาคเพื่อส่งสารนี้ไปแล้ว และเตหะรานจะไม่มี "ความยืดหยุ่นใดๆ" ในเส้นทางน้ำที่สำคัญนี้ สำนักข่าวฟาร์สยังรายงานด้วยว่าอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขที่ทะเยอทะยานของอเมริกาเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซและพลังงานนิวเคลียร์เชิงสันติ
สหรัฐฯ เปลี่ยนท่าที ต้องการ "พันธสัญญาถาวร" ด้านนิวเคลียร์
รายงานจากนายไมค์ แฮนนา (Mike Hanna) ผู้สื่อข่าวจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า แม้คำแถลงของรองประธานาธิบดีเวนซ์จะสั้น แต่ก็มีประเด็นสำคัญที่น่าสังเกต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่สหรัฐฯ กำลังมองหาพันธสัญญาจากอิหร่านว่าจะ "ไม่แสวงหา" อาวุธนิวเคลียร์โดยเด็ดขาด นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากเดิมที่เพียงต้องการให้ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ไปสู่การห้ามคิดแม้แต่จะทำ
อย่างไรก็ตาม อิหร่านอ้างว่าตนเองเข้าสู่กระบวนการเจรจาหลังจาก "เงื่อนไขสิบข้อของอิหร่านได้รับการยอมรับจากสหรัฐฯ" และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของ "พันธสัญญาที่ปฏิบัติได้จริงทีละขั้นตอนจากฝั่งสหรัฐฯ"
ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ในขณะที่การเจรจาสำคัญกำลังดำเนินอยู่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กลับไม่ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากทำเนียบขาว โดยเขาเลือกที่จะไปชมการแข่งขัน UFC (การต่อสู้ในศิลปะป้องกันตัวแบบผสม ที่สู้กันในกรง 8 เหลี่ยม) ที่เมืองไมอามี พร้อมกับนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงเป็นที่น่าสงสัย โดยเขาเคยแสดงจุดยืนที่ไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซในช่วง 10 วันที่ผ่านมา
การเจรจา "ไม่มีความก้าวหน้า แต่ก็ไม่ล่มสลายโดยสมบูรณ์"
ด้านนายโอซามา บิน จาวิด (Osama Bin Javaid) ผู้สื่อข่าวจากกรุงอิสลามาบัด ปากีสาน รายงานว่า หลังความพยายามทั้งหมดแล้ว ก็ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ เกิดขึ้น แต่ก็มี "ความเข้าใจ" บนโต๊ะเจรจา แหล่งข่าวระบุว่า "สิ่งที่ดีคือไม่มีการแตกหัก แต่สิ่งที่ไม่ดีคือไม่มีความก้าวหน้า" แม้ว่าการเจรจาจะล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลง แต่ช่องทางการเจรจาผ่านตัวกลางปากีสถานยังคงเปิดอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจดจำ
การเจรจาครั้งนี้อาจไม่มี "ความก้าวหน้า" แต่ก็ยังไม่ถึงกับ "ล่มสลายโดยสมบูรณ์" โดยอิหร่านเชื่อว่าหนทางสู่ข้อตกลงขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐฯ จะต้องเปลี่ยนแปลง "ข้อเรียกร้องที่ไม่มีเหตุผล" ซึ่งประเด็นช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในหลายประเด็นที่ยังรอการแก้ไข




