สหรัฐฯ ขยายหยุดยิงอิหร่านท่ามกลางการปิดล้อมฮอร์มุซ ยื้อเวลาการทูตเปราะบาง เสี่ยงปะทุใหม่
สำนักข่าว The Associated Press (AP) รายงานความเคลื่อนไหวจากทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัดสินใจขยายระยะเวลาข้อตกลงหยุดยิงกับ อิหร่าน ออกไปจากกำหนดเดิมซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 22 เมษายน โดยให้เหตุผลว่าสหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่าง การพิจารณาอย่างละเอียด ต่อข้อเสนอทางการทูตฉบับใหม่ที่ส่งผ่าน ปากีสถาน ในฐานะคนกลาง
อย่างไรก็ตาม มาตรการปิดล้อมทางทะเลบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลให้สถานการณ์ในภูมิภาคยังตึงเครียด แม้จะไม่มีการปะทะด้วยอาวุธหนักในช่วงเวลานี้
รายงานจาก Reuters ระบุว่า ปัจจัยสำคัญของการขยายเวลาครั้งนี้คือ ข้อเสนอ 10 ประการ จากอิหร่าน ซึ่งถูกส่งผ่านรัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถานไปยังสหรัฐฯ โดยหนึ่งในเงื่อนไขหลักคือ การขอผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมัน แลกกับการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
แหล่งข่าวในสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ยอมรับว่า แม้ยังไม่เชื่อมั่นในความจริงใจของอิหร่าน แต่จำเป็นต้องรับข้อเสนอไว้พิจารณา เพื่อลดแรงกดดันจากพันธมิตรใน NATO ที่กำลังเผชิญต้นทุนพลังงานพุ่งสูง
ปากีสถาน มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ ได้หารือโดยตรงกับผู้นำสหรัฐฯ เพื่อยืนยันว่าการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดมีความคืบหน้าในระดับโครงสร้าง พร้อมเสนอแนวคิดจัดตั้งเขตปลอดทหารชั่วคราวในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อเปิดทางให้เรือบรรทุกสินค้าและ LNG ที่ติดค้างสามารถเข้าสู่ตลาดโลก ข้อแลกเปลี่ยนสำคัญคือ อิหร่านต้องระงับกระบวนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในโรงงานนิวเคลียร์ใต้ดินชั่วคราว ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญสูงสุด
ขณะที่ The Wall Street Journal วิเคราะห์ว่า การขยายเวลาหยุดยิงเปรียบเสมือนการถอดสลักระเบิดชั่วคราว สำหรับตลาดน้ำมันโลก โดยราคาน้ำน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส และน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยหลังข่าวการเจรจา อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงอยู่ เนื่องจากกองเรือที่ 5 ของสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือสำคัญของอิหร่าน ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันดีดตัวได้ทุกเมื่อ หากการเจรจาล้มเหลว
รายงานจาก The New York Times ชี้ว่า แรงกดดันภายในอิหร่านเองเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยมาตรการปิดล้อมส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อสูงกว่า 60% ในกรุงเตหะราน และเริ่มมีการประท้วงในพื้นที่อุตสาหกรรม สหรัฐฯ จึงใช้จังหวะนี้ขยายเวลาหยุดยิงเพื่อจับตาว่าแรงกดดันภายในจะบีบให้อิหร่านยอมถอยในประเด็นนิวเคลียร์หรือไม่
แม้มีการขยายเวลา แต่สหรัฐฯ กลับเสริมกำลังทางทหารเพิ่มเติม ทั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ Patriot และกำลังพลในซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สะท้อนยุทธศาสตร์กดดันสูงสุดควบคู่เปิดทางเจรจา
พื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเสี่ยงสูง โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านยังซ้อมรบโดรนใกล้เส้นทางเดินเรือ ขณะที่การเผชิญหน้าในระดับต่ำและสงครามไซเบอร์ยังดำเนินต่อเนื่อง
ขณะที่ CNBC ชี้ว่า ปัจจัยการเมืองภายในสหรัฐฯ ก็มีบทบาทสำคัญ เนื่องจากทรัมป์ต้องการหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบในช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง แต่ยังคงแรงกดดันต่ออิหร่านเพื่อรักษาความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์
ในมิติด้านมนุษยธรรม The Independent รายงานว่า องค์กรระหว่างประเทศกำลังเร่งส่งความช่วยเหลือเข้าไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง โดยสหรัฐฯ อนุญาตให้เปิด เส้นทางมนุษยธรรม (Humanitarian Corridor) สำหรับเรือของสหประชาชาติ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในสัญญาณเชิงบวกไม่กี่ประการ ท่ามกลางวิกฤตที่ยังไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลายลงในเร็ววัน
อ้างอิง:
AP: Trump says the US will extend its ceasefire with Iran at Pakistan’s request
CBS News: Trump extends ceasefire as uncertainty over U.S.-Iran peace talks remains
CNBC: Trump extends ceasefire in Iran, citing ‘seriously fractured’ Iranian government
The Wall Street Journal: Trump Says He’ll Extend Iran Cease-Fire, Maintain Blockade




