News Logo
หน้าแรก
อินโดนีเซียฝันเก็บค่าผ่าน 'ช่องแคบมะละกา' แต่กฎหมายโลกปิดประตูตาย

อินโดนีเซียฝันเก็บค่าผ่าน 'ช่องแคบมะละกา' แต่กฎหมายโลกปิดประตูตาย

23 เม.ย. 2569 16:29
ผู้ชม 11 คน

อินโดนีเซียฝันเก็บค่าผ่าน ‘ช่องแคบมะละกา’ เลียนแบบ ‘ฮอร์มุซ’ แต่ชนกำแพงกฎหมายโลก ก่อนกลับลำในไม่ถึง 24 ชั่วโมง

วันที่ 23 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แนวคิดเก็บค่าธรรมเนียมเรือสินค้าที่ผ่าน ช่องแคบมะละกา ของอินโดนีเซีย ถูกปัดตกแทบจะทันทีทั้งในทางการเมืองและกฎหมายระหว่างประเทศ หลังรัฐมนตรีคลังกลับลำภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากสิงคโปร์และมาเลเซีย

สำนักข่าว Jakarta Globe รายงานว่า แนวคิดดังกล่าวถูกหยิบยกโดย ปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ระหว่างการสัมมนาที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันที่ 22 เมษายน โดยระบุว่า อินโดนีเซียตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าและพลังงานโลก แต่กลับไม่ได้รับค่าธรรมเนียมจากเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบมะละกา พร้อมตั้งคำถามว่า “การที่เรือผ่านโดยไม่ต้องจ่ายอะไรเลยนั้นถูกต้องหรือไม่”

ตามรายงานของ The Diplomat ข้อเสนอดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจากสถานการณ์ใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านเคยพิจารณาเก็บค่าผ่านทางในบริบทความขัดแย้งทางทหาร โดยรัฐมนตรีคลังอินโดนีเซียมองว่าอาจเป็น โมเดลที่นำมาปรับใช้ได้

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Free Malaysia Today รายงานเพิ่มเติมว่า ข้อเสนอของอินโดนีเซียยังรวมถึงการแบ่งรายได้ระหว่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยอินโดนีเซียคาดหวังจะได้สัดส่วนมากที่สุด เนื่องจากมีแนวชายฝั่งติดช่องแคบยาวที่สุด

ช่องแคบมะละกา ถือเป็นหนึ่งในเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก รองรับการขนส่งสินค้าประมาณ 40% ของโลก และในปี 2568 มีเรือผ่านมากกว่า 100,000 ลำเป็นครั้งแรก

แต่แนวคิดดังกล่าวถูกตอบโต้ทันที สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า วิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ระบุชัดว่า “สิทธิในการผ่านทางเป็นสิทธิพื้นฐาน ไม่ใช่สิทธิพิเศษที่รัฐชายฝั่งจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้” และย้ำว่าสิงคโปร์จะไม่สนับสนุนมาตรการใดที่เป็นการกีดขวางเสรีภาพในการเดินเรือ

ด้าน Channel News Asia รายงานว่า โลค ซิว ฟุก รัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย แสดงจุดยืนสอดคล้องกัน โดยยืนยันว่ามาเลเซียยึดมั่นต่อหลักเสรีภาพในการเดินเรือระหว่างประเทศ

แรงกดดันดังกล่าวทำให้ ปูร์บายา ยูดี ซาเดวา ต้องเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว โดย Lowy Institute รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซียให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า “ถ้าทำได้ก็คงดี แต่ในความเป็นจริงมันทำไม่ได้” ซึ่งถูกมองว่าเป็นการยอมรับความพ่ายแพ้ทางการทูตโดยปริยาย

ในมิติทางกฎหมาย นักวิเคราะห์จาก Lowy Institute ชี้ว่า แนวคิดดังกล่าวขัดต่อ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยตรง เนื่องจากช่องแคบมะละกาเป็น ช่องแคบที่ใช้สำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้หลัก สิทธิการผ่านทางในช่องแคบ (Transit Passage) ที่รัฐชายฝั่งไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือกีดขวางการสัญจร

บทวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นความย้อนแย้งสำคัญว่า กรอบกฎหมายเดียวกันนี้เองที่ทำให้อินโดนีเซียได้รับสถานะรัฐหมู่เกาะ และมีอธิปไตยเหนือน่านน้ำขนาดมหาศาล ดังนั้นการผลักดันแนวคิดเก็บค่าผ่านทางจึงเสี่ยงกระทบผลประโยชน์ของตนเอง

ขณะเดียวกัน The Diplomat ตั้งข้อสังเกตว่า การนำกรณีของอิหร่านมาเป็นต้นแบบอาจไม่สอดคล้องบริบท เนื่องจากมาตรการดังกล่าวเกิดขึ้นในภาวะสงคราม ไม่ใช่นโยบายเศรษฐกิจในยามปกติ

เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นในช่วงที่ความร่วมมือด้านความมั่นคงในช่องแคบกำลังถูกตอกย้ำ โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน USS Miguel Keith ของสหรัฐฯ เพิ่งเดินทางผ่านพื้นที่ และสามประเทศชายฝั่งได้ร่วมกันยืนยันพันธะในการรักษาช่องแคบให้เปิดและปลอดภัยตามกฎหมายระหว่างประเทศ

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส่องรายงาน กมธ.คองเกรส เมื่อไทยเป็นหนึ่งเส้นทางลักลอบ ขนชิป AI ไปจีน
ส่องรายงาน กมธ.คองเกรส เมื่อไทยเป็นหนึ่งเส้นทางลักลอบ ขนชิป AI ไปจีน