จับตาผู้โดยสารกว่า 24 คนจาก 12 ประเทศลงจากเรือก่อนยืนยันการระบาดของไวรัสฮันตา สายพันธุ์แอนดาสที่แพร่จากคนสู่คนได้ในระดับจำกัด เสียชีวิตแล้ว 3 ราย
องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) จับตาการระบาดไวรัส “ฮันตา” บนเรือสำราญ หลังผู้โดยสารกว่า 24 คนจาก 12 ประเทศ ลงจากเรือก่อนยืนยันการระบาดอย่างเป็นทางการ ทำให้หลายประเทศเร่งติดตามผู้สัมผัส ขณะที่เชื้อสายพันธุ์แอนเดส (Andes virus) สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ในระดับจำกัดผ่านการสัมผัสใกล้ชิด
รายงานของ WHO เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2026 ระบุว่า เรือสำราญ MV Hondius ซึ่งออกเดินทางจากเมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา พบผู้โดยสารและลูกเรือป่วยด้วยอาการทางเดินหายใจรุนแรง ก่อนยืนยันภายหลังว่าเป็นเชื้อไวรัสฮันตา สายพันธุ์แอนดาส ซึ่งแตกต่างจากสายพันธุ์ทั่วไปตรงที่มีรายงานการแพร่จากคนสู่คนได้ในบางกรณี
ด้าน France 24 รายงานว่า ล่าสุด ณ วันที่ 7 พฤษภาคม พบผู้ป่วยรวม 8 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยยืนยัน 5 ราย และผู้ป่วยสงสัย 3 ราย โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ได้แก่ คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ และชาวเยอรมันอีก 1 ราย
ผู้ป่วยรายแรกเป็นชายชาวดัตช์วัย 70 ปี เริ่มมีอาการไข้ ปวดศีรษะ และท้องเสียตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน ขณะเรือกำลังมุ่งหน้าไปยังเกาะเซนต์เฮเลนา ก่อนเสียชีวิตบนเรือเมื่อวันที่ 11 เมษายน ส่วนภรรยาของเขาป่วยตามมาและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในแอฟริกาใต้เมื่อวันที่ 26 เมษายน โดยผลตรวจยืนยันติดเชื้อไวรัสฮันตา
จุดที่ WHO กังวลมากที่สุด คือมีผู้โดยสารมากกว่า 24 คน จากอย่างน้อย 12 ประเทศ ลงจากเรือที่เกาะเซนต์เฮเลนาเมื่อวันที่ 24 เมษายน ก่อนมีการยืนยันการระบาดอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ Infectious Disease Advisor ส่งผลให้ช่วงแรกไม่สามารถติดตามผู้สัมผัสได้ครบถ้วน และทำให้หลายประเทศต้องเร่งติดตามผู้โดยสารที่เดินทางกลับด้วยเที่ยวบินพาณิชย์
12 ประเทศที่ WHO แจ้งเตือน เกี่ยวกับผู้โดยสารที่ลงจากเรือ MV Hondius ที่เกาะ St. Helena เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2026 มีดังนี้ (ตามข้อมูลจาก WHO ล่าสุด) แคนาดา, เดนมาร์ก, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, เซนต์คิตส์และเนวิส, สิงคโปร์, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ตุรกี, สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
แต่บางแหล่งรายงานว่ามีราวๆ 40 คน (รวมคู่สามีภรรยาชาวดัตช์ที่ผู้ชายเสียชีวิตแล้ว) จากอย่างน้อย 12 ประเทศนี้
เรือลำดังกล่าวมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 147 คน จาก 23 ประเทศ โดยหลังเกิดเหตุ เรือถูกกักกันนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด ก่อนมุ่งหน้าไปยังเมืองเตเนรีเฟ หมู่เกาะคะเนรี ของสเปน เพื่อให้ผู้โดยสารที่ไม่มีอาการทยอยลงจากเรือภายใต้มาตรการควบคุมโรค
WHO ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยบางส่วนถูกส่งไปรักษาในเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ และสหราชอาณาจักร ขณะที่มีรายงานผู้โดยสารชาวสวิสรายหนึ่ง ซึ่งลงจากเรือก่อนหน้านี้ ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในนครซูริก หลังได้รับอีเมลแจ้งเตือนจากบริษัทเดินเรือ
มาเรีย แวน เคอร์โคฟ ผู้อำนวยการฝ่ายเตรียมความพร้อมโรคระบาดของ WHO กล่าวย้ำว่า “นี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการระบาดใหญ่ และไม่ใช่โควิด” พร้อมระบุว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากไวรัสฮันตาส่วนใหญ่มักติดต่อจากสัตว์ฟันแทะ และไม่ได้แพร่กระจายง่ายเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป
ขณะที่ นพ.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO เตือนว่า ด้วยระยะฟักตัวที่อาจยาวนานถึง 6 สัปดาห์ ยังมีโอกาสพบผู้ป่วยเพิ่มเติมในอีกระยะหนึ่ง แต่คาดว่าจะเป็นการระบาดวงจำกัด หากสามารถติดตามผู้สัมผัสและใช้มาตรการสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับไวรัสฮันตาสายพันธุ์แอนเดสพบได้ในอเมริกาใต้ และเคยเกิดการระบาดที่มีการแพร่จากคนสู่คนในอาร์เจนตินาและชิลี โดยโรคนี้ทำให้เกิดภาวะ Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการไข้เฉียบพลัน ก่อนลุกลามเป็นภาวะหายใจล้มเหลวและช็อก โดยมีอัตราเสียชีวิตค่อนข้างสูงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ด้านบริษัทเดินเรือ Oceanwide Expeditions ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเรือสัญชาติเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า ขณะนี้ไม่มีผู้ป่วยที่มีอาการหลงเหลืออยู่บนเรือแล้ว ขณะที่ทางการสเปนอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ทางระบาดวิทยา ก่อนอนุญาตให้เรือเข้าเทียบท่า
ส่วนทางการอาร์เจนตินา กำลังตรวจสอบต้นตอของการติดเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองอูซัวยาและบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากเชื่อว่าผู้ป่วยรายแรกอาจติดเชื้อมาตั้งแต่ก่อนขึ้นเรือสำราญลำดังกล่าว
อ้างอิง:




