News Logo
หน้าแรก
ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐฯ ยกระดับรับมือ 'ฮันตาไวรัส' เป็นภาวะฉุกเฉินระดับ 3

ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐฯ ยกระดับรับมือ 'ฮันตาไวรัส' เป็นภาวะฉุกเฉินระดับ 3

9 พ.ค. 2569 14:19
ผู้ชม 59 คน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินและยกระดับการรับมือฮันตาไวรัสบนเรือสำราญเป็นภาวะฉุกเฉินระดับ 3 หลังพบผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 8 ราย เสียชีวิตแล้ว 3 ราย จากเชื้อสายพันธุ์แอนเดสที่สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ในวงจำกัด

สำนักข่าว ABC News รายงานว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (Emergency Operations Center) เพื่อรับมือการระบาดของฮันตาไวรัสบนเรือสำราญ MV Hondius พร้อมยกระดับการตอบสนองเป็น ภาวะฉุกเฉินระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับเริ่มต้นของระบบตอบสนองเหตุฉุกเฉินของหน่วยงาน

การระบาดดังกล่าวเกิดขึ้นบนเรือสำราญสัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่เดินทางผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ โดยขณะนี้มีผู้ติดเชื้อยืนยันและผู้ป่วยต้องสงสัยอย่างน้อย 8 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ได้รับรายงานการพบกลุ่มผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจรุนแรงบนเรือ MV Hondius ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือรวมประมาณ 140-150 คนจากหลายประเทศ โดยเชื้อที่ตรวจพบคือ ไวรัสฮันตา สายพันธุ์แอนเดส ซึ่งเป็นสายพันธุ์หายากในอเมริกาใต้ และเป็นสายพันธุ์เดียวที่มีข้อมูลยืนยันว่าสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ แม้จะเกิดขึ้นได้ในวงจำกัดและต้องสัมผัสใกล้ชิดเป็นเวลานาน

CDC ระบุว่า ขณะนี้กำลังติดตามผู้โดยสารชาวอเมริกันที่เดินทางกลับประเทศก่อนมีการยืนยันการระบาด โดยอย่างน้อย 5 รัฐ ได้แก่ จอร์เจีย เท็กซัส แคลิฟอร์เนีย เวอร์จิเนีย และแอริโซนา ได้เริ่มเฝ้าระวังผู้โดยสารที่เดินทางกลับถึงบ้านแล้ว อย่างไรก็ตาม CDC ย้ำว่า ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปในสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับต่ำมาก

ข้อมูลจากบริษัท Oceanwide Expeditions ระบุว่า เรือ MV Hondius ออกเดินทางจากเมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 โดยมีจุดหมายปลายทางที่หมู่เกาะคานารีส์ของสเปน แต่หลังพบผู้โดยสารหลายรายมีอาการป่วยรุนแรง เรือถูกปฏิเสธไม่ให้เทียบท่าที่ประเทศเคปเวิร์ด และขณะนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองเตเนรีเฟ ประเทศสเปน ซึ่งคาดว่าจะถึงภายในไม่กี่วันข้างหน้า

ขณะที่ European Centre for Disease Prevention and Control (ECDC) รายงานว่า ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยทั้งหมด 8 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยยืนยัน 5 ราย ผู้ป่วยเข้าข่าย 2 ราย และผู้ป่วยต้องสงสัย 1 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดยผู้ป่วยบางส่วนถูกลำเลียงทางอากาศไปรักษาที่โรงพยาบาลในแอฟริกาใต้และเนเธอร์แลนด์

WHO อธิบายว่า ฮันตาไวรัสโดยทั่วไปติดต่อผ่านการสัมผัสมูล ปัสสาวะ หรือสารคัดหลั่งของสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ เช่น หนูป่า โดยการติดเชื้อส่วนใหญ่มักเกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนเชื้อ ไม่ใช่การแพร่กระจายทางอากาศแบบเดียวกับโควิด-19

อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์แอนเดสแตกต่างจากฮันตาไวรัสสายพันธุ์อื่น เพราะมีหลักฐานยืนยันการแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ แม้จะพบไม่บ่อยนัก ขณะเดียวกัน WHO ย้ำว่า ความเสี่ยงโดยรวมต่อสาธารณสุขโลกยังอยู่ในระดับต่ำ และกิจกรรมท่องเที่ยวทั่วไปแทบไม่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

CDC ยังเปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินในเมืองแอตแลนตาจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานงานกับหน่วยงานสาธารณสุขทั้งในระดับรัฐบาลกลาง ระดับรัฐ และหน่วยงานระหว่างประเทศ โดยการยกระดับเป็นภาวะฉุกเฉินระดับ 3 หมายถึงการจัดทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าควบคุมสถานการณ์ พร้อมการสนับสนุนจากบุคลากรบางส่วนของศูนย์ปฏิบัติการ แต่ยังไม่ใช่ระดับสูงสุดของระบบฉุกเฉิน

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ผู้โดยสารชาวอเมริกันที่ยังคงอยู่บนเรือจะถูกนำตัวกลับสหรัฐฯ ภายใต้การประสานงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และ CDC โดยบางส่วนอาจถูกกักตัวเฝ้าสังเกตอาการในหน่วยดูแลผู้ป่วยชีวอันตราย (Biocontainment unit) ในรัฐเนแบรสกา

สำหรับอาการของโรค ผู้ติดเชื้อมักเริ่มจากมีไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และอาจลุกลามไปสู่ภาวะระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือ Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

เบื้องต้น ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเชื้ออาจถูกนำขึ้นเรือจากกิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ห่างไกลที่มีสัตว์ฟันแทะอาศัยอยู่ เช่น พื้นที่ดูนกบนเกาะต่างๆ ระหว่างเส้นทางเดินเรือ โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่าผู้โดยสารชาวดัตช์คู่หนึ่งเริ่มมีอาการป่วยก่อนพบการระบาดบนเรือ

แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะสร้างความกังวลต่ออุตสาหกรรมเรือสำราญ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขหลายฝ่ายระบุว่า มาตรการตอบสนองของหน่วยงานระหว่างประเทศยังอยู่ในกรอบมาตรฐาน และสถานการณ์ยังสามารถควบคุมได้

จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานการแพร่ระบาดของเชื้อออกสู่ชุมชนทั่วไปนอกเรือสำราญ ขณะที่หลายประเทศซึ่งมีผู้โดยสารเดินทางกลับก่อนหน้านี้ยังคงติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

AI ช่วยแฮกเกอร์หาช่องโหว่ลับ Google สกัดการโจมตีครั้งใหญ่ได้ทัน
AI ช่วยแฮกเกอร์หาช่องโหว่ลับ Google สกัดการโจมตีครั้งใหญ่ได้ทัน