News Logo
หน้าแรก
เยอรมนีพัฒนา WiFi ระบุตัวคนแม่นยำเกือบ 100% แม้ไม่มีกล้อง

เยอรมนีพัฒนา WiFi ระบุตัวคนแม่นยำเกือบ 100% แม้ไม่มีกล้อง

27 พ.ค. 2569 20:18
ผู้ชม 12 คน

เยอรมนีพัฒนาเทคโนโลยีใช้สัญญาณ WiFi ระบุตัวบุคคลได้แม่นยำถึง 99.5% นักวิจัยเตือนว่าเราเตอร์ทั่วไปอาจกลายเป็นเครื่องมือเฝ้าติดตามผู้คนได้ในอนาคต หลังงานวิจัยจาก Karlsruhe Institute of Technology (KIT) พบว่า สัญญาณ WiFi สามารถใช้แยกแยะตัวบุคคลได้แม้ไม่มีการใช้กล้องหรืออุปกรณ์ติดตัว ก่อให้เกิดความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล

เยอรมนีพัฒนาเทคโนโลยีใช้สัญญาณไวไฟระบุตัวตนคนได้แม่นยำ 99.5% จุดกระแสกังวลด้านความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล หลังนักวิจัยพบว่าเราเตอร์ไวไฟทั่วไปอาจกลายเป็นเครื่องมือเฝ้าติดตามผู้คนได้ แม้ไม่มีการใช้กล้องหรืออุปกรณ์ติดตัวใดๆ

รายงานจาก ScienceDaily เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า นักวิจัยจาก Karlsruhe Institute of Technology (KIT) ประเทศเยอรมนี พัฒนาระบบชื่อ BFId ซึ่งสามารถใช้สัญญาณไวไฟมาตรฐานในการระบุตัวบุคคลได้ด้วยความแม่นยำเกือบสมบูรณ์แบบ โดยอาศัยการวิเคราะห์รูปแบบการเคลื่อนที่และลักษณะร่างกายจากคลื่นวิทยุที่สะท้อนกลับภายในอาคาร

ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ KIT ระบุว่า ระบบดังกล่าวใช้ข้อมูลตอบกลับจากเทคโนโลยีกำหนดทิศทางสัญญาณในไวไฟรุ่นใหม่ ซึ่งอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อจะส่งกลับไปยังเราเตอร์เป็นประจำ ข้อมูลส่วนนี้ไม่ได้ถูกเข้ารหัส ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถดักจับได้ผ่านอุปกรณ์ไวไฟทั่วไปโดยไม่ต้องเข้าถึงเครือข่ายโดยตรง

เมื่อบุคคลเดินผ่านพื้นที่ คลื่นวิทยุจะเปลี่ยนแปลงตามรูปร่าง สัดส่วน และลักษณะการเคลื่อนไหวของแต่ละคน จากนั้นระบบปัญญาประดิษฐ์จะประมวลผลข้อมูลเหล่านี้เพื่อสร้างภาพจำลองลักษณะเฉพาะของบุคคลในลักษณะใกล้เคียงเรดาร์

ทีมวิจัยของ KIT ทดสอบระบบกับอาสาสมัคร 197 คน และพบว่าสามารถระบุตัวตนได้แม่นยำเกือบ 100% โดยไม่ขึ้นอยู่กับทิศทางการเดินหรือรูปแบบการเคลื่อนไหว

ศาสตราจารย์ ทอร์สเทน ชตรูเฟอ จากสถาบัน KASTEL ภายใต้ KIT ระบุว่า การวิเคราะห์การกระจายตัวของคลื่นวิทยุสามารถสร้างภาพของสภาพแวดล้อมและผู้คนภายในพื้นที่ได้ คล้ายการทำงานของกล้อง เพียงแต่ใช้คลื่นวิทยุแทนแสง

ด้าน ยูเลียน ท็อดท์ นักวิจัยหลักของโครงการ เตือนว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจทำให้เราเตอร์ไวไฟทุกเครื่องกลายเป็นอุปกรณ์เฝ้าติดตามผู้คนได้ แม้บุคคลนั้นจะไม่ได้พกอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ตาม

นักวิจัยระบุเพิ่มเติมว่า ระบบ BFId แตกต่างจากวิธีเดิมที่ใช้ข้อมูลสถานะช่องสัญญาณ ซึ่งมักต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง เพราะระบบใหม่นี้ใช้ข้อมูลจากเครือข่ายทั่วไป ทำให้ต้นทุนต่ำและนำไปประยุกต์ใช้งานได้ง่ายกว่าเดิม

ทีมวิจัยยังเตือนว่า แม้เพียงเดินผ่านร้านกาแฟหรือพื้นที่สาธารณะที่มีไวไฟเป็นประจำ ก็อาจทำให้บุคคลถูกติดตามและจดจำตัวตนได้ในอนาคต

การพัฒนาดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เทคโนโลยีตรวจจับผ่านสัญญาณไวไฟกำลังได้รับความสนใจทั่วโลก โดยมาตรฐาน IEEE 802.11bf กำลังถูกพัฒนาเพื่อนำไปใช้ในระบบบ้านอัจฉริยะ เช่น การตรวจจับการล้มของผู้สูงอายุ หรือการควบคุมอุปกรณ์อัตโนมัติภายในบ้าน

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยจาก KIT เรียกร้องให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในมาตรฐานใหม่นี้ เพื่อป้องกันการนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

รายงานจาก TechExplorist ระบุเพิ่มเติมว่า หลังระบบปัญญาประดิษฐ์ผ่านการฝึกข้อมูลแล้ว เทคโนโลยีนี้สามารถทำงานได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

ความกังวลสำคัญคือ หากหน่วยงานรัฐหรือองค์กรขนาดใหญ่สามารถเข้าถึงเครือข่ายไวไฟจำนวนมาก ก็อาจใช้เทคโนโลยีลักษณะนี้เพื่อตรวจสอบว่ามีใครอยู่ในพื้นที่ใด โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งกล้องวงจรปิด

นักวิจัยยังย้ำว่า วิธีการดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเจาะเข้าสู่ระบบเครือข่าย เพียงดักรับสัญญาณจากภายนอกก็สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ได้

ผลการวิจัยถูกเปิดเผยในงานประชุม ACM Conference on Computer and Communications Security หรือ CCS 2025 ท่ามกลางการถกเถียงอย่างกว้างขวางในวงการความปลอดภัยไซเบอร์เกี่ยวกับขอบเขตของเทคโนโลยีไร้สายในอนาคต

แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ยังอยู่ในขั้นทดสอบภายในห้องปฏิบัติการ และยังไม่มีข้อมูลว่าถูกนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์แล้วหรือไม่ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าวิธีการดังกล่าวสามารถพัฒนาต่อยอดได้อย่างรวดเร็วในอนาคต

นักวิจัยอธิบายว่า คลื่นวิทยุที่สะท้อนจากร่างกายแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะคล้ายลายนิ้วมือ ทำให้ระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถแยกแยะบุคคลได้ แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนหรือมืดสนิท

การค้นพบครั้งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งคำเตือนสำคัญว่า เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน อาจมาพร้อมความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวที่ผู้คนจำนวนมากยังไม่ทันตระหนัก ขณะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่สัญญาณไร้สายอยู่รอบตัวแทบทุกพื้นที่

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตำรวจเกาหลีใต้จับยูทูบเบอร์ ใช้ AI ปลอมเสียง-แชท ใส่ร้ายนักแสดงดัง
ตำรวจเกาหลีใต้จับยูทูบเบอร์ ใช้ AI ปลอมเสียง-แชท ใส่ร้ายนักแสดงดัง