News Logo
หน้าแรก
UN เปิดเวทีโลกกำกับ AI ครั้งแรก หวั่นเทคโนโลยีแซงหน้ากฎเกณฑ์

UN เปิดเวทีโลกกำกับ AI ครั้งแรก หวั่นเทคโนโลยีแซงหน้ากฎเกณฑ์

6 ก.ค. 2569 12:36
ผู้ชม 7 คน

องค์การสหประชาชาติเปิดการประชุม Global Dialogue on AI Governance ที่เจนีวาเป็นครั้งแรก เพื่อหารือกรอบกำกับดูแล AI ระดับโลก ท่ามกลางความกังวลว่าเทคโนโลยีพัฒนาเร็วกว่ากฎหมายควบคุม

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 องค์การสหประชาชาติ (UN) เปิดการประชุม Global Dialogue on AI Governance เป็นครั้งแรกที่ศูนย์ประชุม Palexpo เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีผู้แทนรัฐบาลจากทั่วโลก ภาคเอกชน นักวิชาการ และองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วมหารือเพื่อวางกรอบความร่วมมือด้านการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ในระดับนานาชาติ ท่ามกลางความกังวลว่าเทคโนโลยี AI กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วจนกฎหมายและกลไกกำกับดูแลของหลายประเทศตามไม่ทัน

ข้อมูลจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของการประชุมระบุว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นตามมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเลขที่ A/RES/79/325 ซึ่งรับรองเมื่อปี 2568 เพื่อจัดตั้งเวทีหารือถาวรด้านการกำกับดูแล AI โดยมีเป้าหมายส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ แลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี และเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางการกำกับดูแลที่เปิดกว้าง โปร่งใส และครอบคลุม

การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน Global Digital Compact ซึ่งได้รับการรับรองในการประชุม Summit of the Future เมื่อปี 2567 โดยกำหนดวิสัยทัศน์ด้านดิจิทัลที่เปิดกว้าง ปลอดภัย และครอบคลุม พร้อมกำหนดให้มีการจัดตั้งกลไกหารือระดับโลกด้าน AI เพื่อรองรับผลกระทบของเทคโนโลยีที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ด้าน UN News รายงานว่า แม้ AI จะสร้างโอกาสมหาศาลต่อเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต แต่การกำกับดูแลยังไม่สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ ความมั่นคง สิทธิมนุษยชน และผลกระทบข้ามพรมแดนที่ประเทศใดประเทศหนึ่งไม่สามารถรับมือได้เพียงลำพัง

ขณะที่ UNESCO ระบุว่า ทุกประเทศต่างเผชิญทั้งโอกาสและความท้าทายจาก AI แต่ไม่มีประเทศใดสามารถบริหารจัดการผลกระทบของเทคโนโลยีดังกล่าวได้ด้วยตนเอง จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยการกำกับดูแลควรสะท้อนเสียงของทุกประเทศ ไม่ใช่เฉพาะประเทศที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีสูง เพื่อให้ประโยชน์จาก AI กระจายสู่ทุกภูมิภาคอย่างเท่าเทียม

การประชุมครั้งนี้จัดควบคู่กับงาน AI for Good Global Summit ของ International Telecommunication Union (ITU) และ World Summit on the Information Society (WSIS) Forum โดยมี เอกริเซลดา โลเปซ เอกอัครราชทูตเอลซัลวาดอร์ และ ไรน์ ทัมซาร์ เอกอัครราชทูตเอสโตเนีย ทำหน้าที่ประธานร่วมของการประชุม หลังได้รับการแต่งตั้งจากประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

ในแถลงการณ์ก่อนการประชุม ประธานร่วมทั้งสองคนระบุว่า เวทีดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ทุกประเทศมีโอกาสเข้าร่วมการหารือเรื่องการกำกับดูแล AI บนพื้นฐานของความเท่าเทียม โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายร่วมเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือในอนาคต

ในวันแรกของการประชุมมีการนำเสนอรายงานเบื้องต้นของ Independent International Scientific Panel on AI ซึ่งจัดทำขึ้นโดยคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ข้อมูลเชิงวิชาการที่เป็นกลางและปราศจากอิทธิพลจากรัฐบาลหรือภาคธุรกิจ โดยคณะดังกล่าวมี โยชัว เบนจิโอ นักวิทยาศาสตร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ และ มาเรีย เรสซา เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ร่วมเป็นประธาน

การประชุมมุ่งหารือ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่...

  1. โอกาสและผลกระทบของ AI ต่อสังคม เศรษฐกิจ จริยธรรม วัฒนธรรม ภาษา และเทคโนโลยี

  2. การลดช่องว่างด้าน AI ผ่านการเสริมสร้างศักยภาพและการเข้าถึงเทคโนโลยี

  3. การพัฒนา AI ที่มีความปลอดภัย มั่นคง และเชื่อถือได้ พร้อมส่งเสริมความสอดคล้องของแนวทางการกำกับดูแลระหว่างประเทศ

  4. การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนด้วยหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการกำกับดูแลโดยมนุษย์

กำหนดการประชุมเริ่มต้นด้วยพิธีเปิด การนำเสนอรายงานของคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระ การประชุมระดับสูงของผู้แทนรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ก่อนเข้าสู่การหารือเชิงลึกในแต่ละประเด็นตลอดวันที่สอง

สำนักข่าวและนักวิเคราะห์ต่างประเทศหลายแห่งรายงานตรงกันว่า การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ AI กำลังพัฒนาเร็วกว่าการออกกฎหมายของหลายประเทศ โดยเฉพาะประเด็นความมั่นคง ผลกระทบทางเศรษฐกิจ และผลกระทบต่อสังคม ซึ่งอาจลุกลามข้ามพรมแดนและต้องอาศัยกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในการรับมือ

ข้อมูลจากเอกสารประกอบการจัดตั้งเวทีหารือของ UN ระบุว่า กลไก Global Dialogue on AI Governance ไม่ได้มีเป้าหมายจัดทำสนธิสัญญาหรือกฎหมายที่มีผลผูกพัน แต่เน้นสร้างความเข้าใจร่วม ส่งเสริมความร่วมมือ และลดความแตกต่างของแนวทางกำกับดูแล AI ระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ การประชุมยังเปิดพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรมคู่ขนานทั้งภายในสถานที่และผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้รัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมนำเสนอข้อริเริ่มใหม่และประกาศความร่วมมือด้าน AI เพิ่มเติม

เอกสารเตรียมการของ UN ยังให้ความสำคัญกับการลดช่องว่างทางเทคโนโลยีระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา โดยเสนอให้สนับสนุนการเสริมสร้างศักยภาพ การพัฒนาแบบจำลอง AI แบบเปิด และการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลสมรรถนะสูง เพื่อให้ทุกประเทศสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเท่าเทียม

ส่วนการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนยังเป็นอีกประเด็นสำคัญของการหารือ โดยมุ่งเน้นให้การพัฒนาและการใช้งาน AI เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้หลักความโปร่งใส การตรวจสอบได้ ความรับผิดชอบ และการกำกับดูแลโดยมนุษย์

สำหรับผลลัพธ์ของการประชุม เว็บไซต์ของ UN ระบุว่า จะมีการจัดทำสรุปโดยประธานร่วมเพื่อรวบรวมข้อเสนอและมุมมองจากผู้เข้าร่วม ก่อนนำไปใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการประชุมรอบต่อไป ซึ่งกำหนดจัดขึ้นที่นครนิวยอร์กในเดือนพฤษภาคม 2570

ทั้งนี้ Independent International Scientific Panel on AI และ Global Dialogue on AI Governance ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 ตามมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ภายหลังการเจรจาระหว่างประเทศสมาชิกและการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายภาคส่วน โดยกำหนดให้มีการประชุมอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI และส่งเสริมความร่วมมือด้านการกำกับดูแลในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

IMF เตือน Tokenization เขย่าระบบการเงินโลก แต่เสี่ยงวิกฤตเร็วขึ้น
IMF เตือน Tokenization เขย่าระบบการเงินโลก แต่เสี่ยงวิกฤตเร็วขึ้น