กระทรวงการต่างประเทศโต้ ทอม แอนดรูว์ส ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ปมกัมพูชา ยืนยันไทยเคยชี้แจงข้อมูลแล้ว และตอบอีเมลขอความชัดเจนแต่ไม่ได้รับคำตอบกลับ พร้อมวิจารณ์ว่าการนำเสนอข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่รอบด้าน และเตรียมยกข้อกังวลเข้าสู่ HRC
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงกรณี ทอม แอนดรูว์ส ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Special Rapporteur Cambodia ต่อท่าทีของไทย ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนกัมพูชา โดยฝ่ายไทยยืนยันว่าการชี้แจงก่อนหน้านี้เป็นเรื่องของหลักการและการนำเสนอข้อเท็จจริง หลังเห็นว่าแถลงการณ์ของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ พาดพิงประเทศไทยอย่างไม่เป็นธรรม มีข้อมูลบิดเบือนและไม่ได้ตรวจสอบอย่างรอบด้าน พร้อมตั้งคำถามถึงแนวทางและความเหมาะสมในการทำงาน และเตรียมนำข้อห่วงกังวลดังกล่าวเข้าสู่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC)
ก่อนหน้านี้ แอนดรูว์สระบุว่า ได้ส่งร่างข้อความส่วนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งชายแดน รวมถึงประเด็นการพลัดถิ่นของชาวกัมพูชา ให้รัฐบาลไทยล่วงหน้า 2 วันก่อนเผยแพร่แถลงการณ์ แต่ไม่ได้รับคำตอบ พร้อมยืนยันว่าตัวเลขผู้พลัดถิ่นประมาณ 650,000 คนอ้างอิงจากรายงานของสหประชาชาติ
นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงท่าทีของไทย ดังนี้
1. ไทยให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือกับกลไกผู้เสนอรายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชน
ที่ผ่านมา ไทยให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือกับผู้เสนอรายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนในด้านต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนทั้งหมดกว่า 40 คน ขณะเดียวกัน ไทยเป็นประเทศสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ Human Rights Council: HRC ซึ่งที่ประชุม HRC มีหน้าที่รับรองการแต่งตั้งผู้เสนอรายงานพิเศษดังกล่าว
2. ไทยยืนยันว่าการชี้แจงก่อนหน้านี้เป็นเรื่องของหลักการและข้อเท็จจริง
กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า การออกแถลงการณ์และการชี้แจงของไทยก่อนหน้านี้เป็นเรื่องของหลักการและการนำเสนอข้อเท็จจริง สืบเนื่องจากแถลงการณ์ของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ที่พาดพิงถึงประเทศไทยอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งนอกจากเป็นการดำเนินการนอกเหนือหน้าที่แล้ว ยังมีข้อมูลที่บิดเบือนและไม่มีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน
3. ตั้งคำถามต่อแนวทางและความเหมาะสมในการทำงาน
ฝ่ายไทยระบุว่า ก่อนหน้านี้ไม่ได้ต้องการลงรายละเอียดเรื่องการทำงานของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ อย่างไรก็ตาม หลังผู้เสนอรายงานพิเศษฯ เผยแพร่ความเห็นส่วนบุคคลที่ยังคงนำเสนอข้อมูลไม่ครบถ้วนและไม่รอบด้านอีกครั้ง จึงยิ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับแนวทางและความเหมาะสมของการทำงานของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ซึ่งฝ่ายไทยเห็นว่าไม่สอดคล้องกับประมวลจรรยาบรรณของกลไกพิเศษและผู้ถืออาณัติของ HRC
4. ไทยโต้ข้ออ้างเรื่องส่งร่างให้ล่วงหน้า ระบุไทยเคยชี้แจงแล้ว และตอบอีเมลกลับไปแต่ไม่ได้รับคำตอบ
กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ไทยได้มีคำชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นสิทธิมนุษยชนในบริบทสถานการณ์ไทย-กัมพูชาแล้วก่อนหน้านี้ โดยตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้มีหนังสือถึงสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งได้บันทึกและเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการแล้ว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ ระบุว่า ผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ไม่ได้นำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการจัดทำแถลงการณ์สิ้นสุดภารกิจภายหลังการเยือนกัมพูชา และไม่ได้ประสานงานอย่างเป็นทางการหรือปรึกษาหารือกับไทยในฐานะประเทศที่ถูกพาดพิง
ส่วนกรณีที่แอนดรูว์สระบุว่า ได้ส่งร่างรายงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยให้ทางการไทยล่วงหน้า กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า เป็นเพียงการส่งอีเมลร่างข้อความบางส่วน ซึ่งฝ่ายไทยเห็นว่า “ผิดวิสัยและไม่เป็นไปตามแนวทางการสื่อสารของกลไกผู้เสนอรายงานพิเศษฯ” อีกทั้งเมื่อฝ่ายไทยตอบอีเมลเพื่อสอบถามความชัดเจนเพิ่มเติม ฝ่ายผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ก็ไม่ได้ตอบกลับแต่อย่างใด
5. ไทยวิจารณ์การทำงาน “ไม่เป็นมืออาชีพ-ไม่เป็นกลาง” เตรียมยกเรื่องเข้าสู่ HRC
กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า วิธีการทำงานของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ดังกล่าว “สะท้อนความไม่เป็นมืออาชีพ ไม่เป็นกลาง ไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงและมุมมองจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้านและครอบคลุมก่อนการนำเสนอ และไม่ให้เกียรติประเทศไทยในฐานะประเทศที่ถูกพาดพิง”
ฝ่ายไทยยังระบุว่า การทำงานลักษณะนี้สามารถถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองได้ โดยไทยจะมีหนังสือถึงประธาน HRC และข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อแสดงข้อห่วงกังวล และจะหยิบยกประเด็นดังกล่าวใน HRC ตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งต่อสื่อมวลชนไว้ก่อนหน้านี้
ด้านแอนดรูว์สระบุว่า จะจัดทำรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาเสนอต่อ HRC ในเดือนหน้า และจะติดต่อรัฐบาลไทยอีกครั้งเพื่อรับฟังมุมมองก่อนเผยแพร่รายงาน พร้อมระบุว่าต้องการทำงานร่วมกับทั้งรัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทยในประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง รวมถึงการพลัดถิ่นของประชาชน

ทอม แอนดรูว์ส แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Special Rapporteur Cambodia ต่อท่าทีของไทย




