ไทยรับทราบแต่งตั้ง ‘แคทรีนา คูเปอร์’ นั่งประธานคณะกรรมาธิการประนอม UNCLOS ไทย-กัมพูชา คาดประชุมแรก ก.ย. 2569
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (Permanent Court of Arbitration: PCA) ออกแถลงการณ์แต่งตั้ง เอกอัครราชทูตแคทรีนา คูเปอร์ (Katrina Cooper) ชาวออสเตรเลีย เป็นผู้ประนอมบุคคลที่ 5 และทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission) ภายใต้กระบวนการประนอมตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) เพื่อดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา โดยประเทศไทยได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวจาก PCA แล้ว
กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS เพื่อแสวงหาทางออกอย่างสันติสำหรับข้อพิพาททางทะเลกับไทย ภายหลังไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน พ.ศ. 2544 (MOU 2544) โดยไทยระบุว่าต้องการปรับไปสู่การหารือบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและ UNCLOS ซึ่งทั้งสองประเทศต่างเป็นรัฐภาคี
สำหรับเอกอัครราชทูตคูเปอร์ กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า เป็นนักการทูตและนักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ไทยสนับสนุน และได้รับการยอมรับในวงการกฎหมายระหว่างประเทศ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ทั้งด้านกฎหมายระหว่างประเทศและการเจรจา รวมถึงด้านการทูตและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งเอื้อต่อความเข้าใจบริบทและประเด็นละเอียดอ่อนในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ที่ผ่านมา เอกอัครราชทูตคูเปอร์เคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำเม็กซิโก และเป็นตัวแทนร่วม (Co-Agent) ของรัฐบาลออสเตรเลียในการประนอมภายใต้ UNCLOS ระหว่างออสเตรเลียกับติมอร์-เลสเต ซึ่งสะท้อนถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการประนอมประกอบด้วยผู้ประนอมอิสระ 5 คน โดยฝ่ายกัมพูชาแต่งตั้ง เอกอัครราชทูตปีเตอร์ ทักโซ-เจนเซน (Peter Taksøe-Jensen) และ ศาสตราจารย์ฌอง-มาร์ค ทูเวนิน (Jean-Marc Thouvenin) ขณะที่ฝ่ายไทยแต่งตั้ง ผู้พิพากษารือดิเกอร์ โวล์ฟรัม (Rüdiger Wolfrum) และ อัลเบิร์ต ฮอฟฟ์มันน์ (Albert Hoffmann) จากนั้นผู้ประนอมทั้ง 4 คนได้แต่งตั้งคูเปอร์เป็นประธาน หลังจากหารือกับทั้งสองฝ่ายแล้ว
ในขั้นตอนต่อไป คณะกรรมาธิการประนอมจะกำหนดวันประชุมครั้งแรก โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถจัดขึ้นได้ภายในเดือนกันยายน 2569 วาระสำคัญจะรวมถึงการพิจารณาจัดทำข้อบังคับ (Rules of Procedure) เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และกรอบการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯ ตลอดจนเป็นแนวทางสำหรับการประชุมและการดำเนินกระบวนการที่เกี่ยวข้องในระยะต่อไป
ฝ่ายกัมพูชาระบุว่า การแต่งตั้งประธานคณะกรรมาธิการประนอมครั้งนี้เป็นขั้นตอนสำคัญของกระบวนการประนอมภาคบังคับ และคาดหวังว่ากระบวนการดังกล่าวจะช่วยหาทางออกให้กับข้อขัดแย้งเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลระหว่างสองประเทศ รวมถึงเปิดทางให้มีการพัฒนาทรัพยากรน้ำมันและก๊าซในพื้นที่ที่มีการอ้างสิทธิทับซ้อนกัน
กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ประเทศไทยพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการประนอมอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นกลไกระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีภายใต้ UNCLOS ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติอย่างดีที่สุด และพร้อมเข้าร่วมกระบวนการบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อมุ่งสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนสำหรับทั้งสองประเทศต่อไป




