โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ หลังสหรัฐฯ เอาชนะอิหร่าน จะประกาศช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐฯ พร้อมอ้างว่าสหรัฐฯ ควบคุมการเดินเรือผ่านการปิดล้อมทางทะเล ขณะที่อิหร่านโต้ทันที ยืนยันช่องแคบฮอร์มุซเป็นของอิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการปราศรัยในเมืองการ์เดนซิตี รัฐนิวยอร์ก ว่า หลังสหรัฐฯ เอาชนะอิหร่าน จะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐฯ พร้อมกล่าวอ้างว่าสหรัฐฯ มีอำนาจควบคุมเส้นทางเดินเรือดังกล่าวผ่านมาตรการปิดล้อมทางทะเล โดยระบุว่าไม่มีเรือลำใดสามารถผ่านช่องแคบได้ เว้นแต่สหรัฐฯ จะอนุญาต
รายงานของ Al Jazeera และ Washington Examiner ระบุว่า ทรัมป์กล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวระหว่างการปราศรัยที่ David S. Mack Center for Training and Intelligence ซึ่งเนื้อหาหลักเกี่ยวข้องกับประเด็นความมั่นคงภายในประเทศและการสนับสนุนผู้สมัครท้องถิ่น โดยช่วงหนึ่งทรัมป์กล่าวว่า “หลังจากที่เราเอาชนะอิหร่าน ซึ่งกำลังถูกปราบอย่างหนักได้ในเร็วๆ นี้ ผมจะประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐฯ” ก่อนย้ำว่า “เป็นเรื่องจริง”
ทรัมป์เรียกร้องให้ชาวอเมริกันยอมรับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในระดับหนึ่ง โดยมองว่าเป็นต้นทุนจากการป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมยืนยันว่า สหรัฐฯ กำลังดำเนินการเพื่อประโยชน์ของโลก และจะไม่กล่าวขอโทษต่อการโจมตีอิหร่าน
แนวคิดเกี่ยวกับการเข้ามามีบทบาทควบคุมช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่เรื่องที่ทรัมป์เพิ่งกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรก โดย Politico รายงานเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า ทรัมป์เคยเสนอให้สหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็น “ผู้พิทักษ์” ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละ 20 จากสินค้าที่ผ่านเส้นทางดังกล่าว เพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัย นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเคยกล่าวถึงมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ โดยอ้างว่าทำให้สหรัฐฯ สามารถควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบได้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิหร่านออกมาตอบโต้ถ้อยแถลงดังกล่าวอย่างรวดเร็ว คาเซม การิบาบาดี รองรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านฝ่ายกฎหมายและกิจการระหว่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ โดยระบุว่า “ช่องแคบฮอร์มุซไม่สามารถถูกยึดได้ด้วยข้อความบนเอ็กซ์ (โซเชียลมีเดีย) เรือบรรทุกเครื่องบิน คำสั่ง หรือสุนทรพจน์หาเสียง” พร้อมยืนยันว่า “ช่องแคบฮอร์มุซเคยเป็นของอิหร่าน เป็นของอิหร่าน และจะยังคงเป็นของอิหร่านต่อไป”
รองรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังระบุว่า การเปิดหรือปิดช่องแคบฮอร์มุซจะขึ้นอยู่กับคำสั่งของอิหร่าน พร้อมยืนยันว่าอิหร่านจะยังคงใช้มาตรการปิดกั้นการเดินเรือต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะยอมรับความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์
ขณะที่ Washington Times รายงานว่า น้ำเสียงของทรัมป์ในช่วงที่กล่าวถึงการประกาศช่องแคบฮอร์มุซเป็นดินแดนของสหรัฐฯ มีลักษณะคล้ายการพูดติดตลก โดย The Wall Street Journal รายงานคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นการพูดเล่น และทรัมป์ไม่ได้หารือเรื่องการประกาศเช่นนี้กับที่ปรึกษาในรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังได้รับการตอบโต้จากฝ่ายอิหร่าน ซึ่งยืนยันจุดยืนเรื่องอำนาจควบคุมช่องแคบอย่างต่อเนื่อง
Brookings และ International Energy Agency รายงานว่า การหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อตลาดพลังงานโลก แม้จะมีการนำมาตรการสำรองน้ำมันและเส้นทางขนส่งอื่นมาใช้เพื่อลดผลกระทบ แต่ปริมาณน้ำมันและก๊าซที่สามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ยังมีข้อจำกัดเมื่อเทียบกับปริมาณที่เคยขนส่งผ่านช่องแคบแห่งนี้
ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างบริเวณที่แคบที่สุดประมาณ 21 ไมล์ทะเล และมีน่านน้ำของอิหร่านและโอมานอยู่บริเวณสองฝั่งของเส้นทางเดินเรือ โดยก่อนเกิดสงคราม ช่องแคบแห่งนี้รองรับการขนส่งน้ำมันดิบประมาณ 15 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติเหลว และสินค้าอื่นๆ ซึ่งมีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานของโลก
ประเด็นเรื่องสถานะและอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ โดยช่องแคบแห่งนี้ถือเป็นช่องแคบสากลที่มีหลักการคุ้มครองการเดินเรือผ่านระหว่างประเทศ แม้สหรัฐฯ จะไม่ได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลก็ตาม ขณะที่อิหร่านยืนยันสิทธิและอำนาจของตนเหนือพื้นที่และการเดินเรือผ่านช่องแคบ
ด้านราคาพลังงานในสหรัฐฯ รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4.08 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในช่วงที่ทรัมป์กล่าวปราศรัย สูงกว่าระดับก่อนเกิดสงครามประมาณร้อยละ 37 โดยทรัมป์เชื่อมโยงราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นกับต้นทุนจากการดำเนินการทางทหารเพื่อสกัดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน
อ้างอิง:




