News Logo
หน้าแรก
เปิดโปง ตร.เกาหลีใต้ หมกเม็ด 298 คดีคนหาย พบศพเกลื่อนเกาะเชจู

เปิดโปง ตร.เกาหลีใต้ หมกเม็ด 298 คดีคนหาย พบศพเกลื่อนเกาะเชจู

26 ส.ค. 2569 14:37
ผู้ชม 3 คน

ตำรวจเกาหลีใต้เร่งสอบ 298 คดี หลังพบเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจเชจูซอบูถูกกล่าวหาปิดคดีคนหายผู้ใหญ่โดยไม่ตรวจสอบ ก่อนพบร่างผู้สูญหายหลายรายบนเกาะเชจู ประธานาธิบดีสั่งทบทวนระบบติดตามคนหายทั่วประเทศ

ตำรวจเกาหลีใต้เร่งตรวจสอบกระบวนการจัดการคดีคนหายบนเกาะเชจู หลังพบร่างผู้ที่เคยถูกรายงานหายหลายรายต่อเนื่องภายในไม่กี่วัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจเชจูซอบู (Jeju Seobu) ถูกกล่าวหาว่า ปิดคดีคนหายผู้ใหญ่โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ ส่งผลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ (National Police Agency) สั่งตรวจสอบคดีทั้งหมด 298 คดี ที่เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวรับผิดชอบ รวมถึงทบทวนระบบจัดการคดีคนหายผู้ใหญ่ทั่วประเทศ ขณะที่ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง สั่งตรวจสอบกระบวนการทำงานของตำรวจและปรับปรุงระบบจัดการคดีคนหายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันอีก

Korea JoongAng Daily รายงานเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ว่า ร่างที่เชื่อว่าเป็นของผู้สูญหาย จัง มี-รัน อายุ 37 ปี ถูกพบในฟาร์มต้นปาล์มพื้นที่ฮัลลิม-อึบ ใกล้ที่พักระยะยาว หลังหายตัวไปนาน 104 วัน โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดีซึ่งใช้นามสกุลบู และมีอายุประมาณ 34-35 ปี ปิดคดีภายในเวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่งหลังได้รับแจ้ง โดยระบุว่าสามารถติดต่อผู้สูญหายได้และผู้สูญหายไม่ต้องการเปิดเผยที่อยู่กับครอบครัว

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบภายหลัง ตำรวจไม่พบประวัติการโทรติดต่อดังกล่าว ขณะที่ระบบทะเบียนคดีคนหายของตำรวจกลับบันทึกเหตุผลการปิดคดีว่า เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจร ส่งผลให้ข้อมูลถูกนำออกจากกระบวนการติดตาม ต่อมาร่างที่พบใกล้ที่พักได้รับการยืนยันตัวตนเบื้องต้นจากการตรวจสอบทางทันตกรรมและดีเอ็นเอ โดยตำรวจระบุว่าสภาพร่างเน่าเปื่อยอย่างมาก และในเบื้องต้นยังไม่พบร่องรอยการฆาตกรรมอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต

The Korea Herald รายงานเพิ่มเติมว่า ชายอายุมากกว่า 60 ปี ซึ่งครอบครัวแจ้งหายเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ก็ถูกเจ้าหน้าที่บูปิดคดีด้วยวิธีการลักษณะเดียวกัน โดยระบุว่าสามารถติดต่อได้และไม่ต้องการให้ครอบครัวทราบที่อยู่ ก่อนที่ครอบครัวจะเข้าแจ้งความอีกครั้งและพบร่างในเวลาต่อมา ตำรวจจึงเริ่มตรวจสอบการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่รายนี้อย่างละเอียด

ข้อมูลของตำรวจระบุว่า เจ้าหน้าที่บูทำงานในทีมคดีคนหายเป็นเวลาประมาณ 1 ปี 5 เดือน และรับผิดชอบคดีคนหายทั้งหมด 298 คดีในช่วงดังกล่าว ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบทั้ง 298 คดี เพื่อพิจารณาว่ามีคดีอื่นที่ถูกปิดโดยไม่ดำเนินการตามขั้นตอนหรือไม่

Korea JoongAng Daily รายงานด้วยว่า ในช่วง 3-4 วันหลังตำรวจเริ่มค้นหาคดีที่ถูกปิดใหม่ มีการพบร่างผู้ที่เคยถูกรายงานหายอย่างน้อย 4 รายบนเกาะเชจู โดย 2 รายเกี่ยวข้องโดยตรงกับคดีที่เจ้าหน้าที่บูรับผิดชอบ ขณะที่ตำรวจยังไม่สรุปว่าการเสียชีวิตของบุคคลเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หรือไม่ และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายคดี

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบระบบจัดการคดีคนหายผู้ใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่ง The Korea Herald อ้างข้อมูลจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ ว่า ในปี 2568 มีการแจ้งคนหายผู้ใหญ่ทั่วประเทศ 70,814 คดี โดย 99.7% ถูกปิดคดี และ 99% ของคดีทั้งหมดถูกปิดภายใน 30 วัน ขณะที่ 89.4% ถูกปิดภายในวันเดียวกับที่มีการแจ้งหาย

ตามระบบปัจจุบัน คดีคนหายผู้ใหญ่มักได้รับการพิจารณาแตกต่างจากกรณีเด็กหรือบุคคลเปราะบาง เนื่องจากผู้ใหญ่มีสิทธิเดินทางหรือเลือกไม่เปิดเผยที่อยู่ให้ครอบครัวทราบ ทำให้ในหลายกรณีตำรวจสามารถยุติการติดตามได้เมื่อได้รับข้อมูลว่าผู้สูญหายปลอดภัยหรือไม่ประสงค์ให้เปิดเผยสถานที่อยู่ อย่างไรก็ตาม กรณีบนเกาะเชจูทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ต้องตรวจสอบว่ากระบวนการดังกล่าวถูกนำไปใช้โดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลอย่างเพียงพอหรือไม่

ข้อมูลที่ Herald Business รายงานระบุว่า ระหว่างปี 2566 จนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569 เกาะเชจูมีการแจ้งคนหายผู้ใหญ่รวม 2,914 คดี มากกว่าคดีคนหายเด็กที่มี 1,341 คดี และยังมีผู้ใหญ่ที่ไม่พบตัว 15 ราย ขณะที่เด็กที่ยังไม่พบตัวมี 3 ราย

ในระดับประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ ระบุว่า จำนวนคดีคนหายผู้ใหญ่ลดลงจาก 74,936 คดีในปี 2565 เหลือ 74,847 คดีในปี 2566, 71,854 คดีในปี 2567 และ 70,814 คดีในปี 2568 ส่วนช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2569 มีการแจ้งคนหายผู้ใหญ่แล้ว 41,894 คดี ขณะที่เกาะเชจูมีคดีคนหายผู้ใหญ่ 944 คดีในปี 2566, 814 คดีในปี 2567, 786 คดีในปี 2568 และ 370 คดีในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569

The Korea Herald รายงานว่า นายตำรวจนามสกุลบู ถูกดำเนินคดีในข้อหาละเลยหน้าที่ ปลอมแปลงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของทางราชการ และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ โดยหลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในระยะแรก ศาลได้มีคำสั่งกักขังในเวลาต่อมา ขณะที่เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาการปิดคดีโดยมิชอบ และยืนยันว่าเคยติดต่อผู้สูญหายได้จริง แม้ตำรวจจะไม่พบหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวอ้างดังกล่าว

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ยังสั่งพักงานผู้บังคับบัญชา 4 รายในสายการบังคับบัญชาของสถานีตำรวจเชจูซอบู รวมถึงหัวหน้าสถานีคนปัจจุบันและอดีตหัวหน้าสถานี หัวหน้าหน่วยสืบสวน และหัวหน้าทีมคดีคนหาย เพื่อสอบสวนความรับผิดชอบด้านการกำกับดูแล ขณะที่ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง สั่งให้ตรวจสอบกระบวนการปิดคดีคนหายและจัดทำแนวทางปฏิรูปการทำงานของตำรวจ หลังเกิดกรณีเจ้าหน้าที่ถูกกล่าวหาว่าปิดคดีโดยไม่มีการตรวจสอบอย่างเหมาะสม

เจ้าหน้าที่บูยังเคยถูกตรวจสอบในกรณีอื่นระหว่างปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงกรณีเข้าไปในห้องน้ำหญิงภายในสถานีตำรวจเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 และข้อกล่าวหาความรุนแรงในครอบครัวที่ตำรวจเคยเข้าระงับเหตุในพื้นที่ แต่รายละเอียดของคดีเหล่านี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อกล่าวหาการปิดคดีคนหาย

สำหรับคดีของจัง มี-รัน ครอบครัวยังคงติดตามหลังไม่เชื่อคำอธิบายของตำรวจเกี่ยวกับการปิดคดี จนนำไปสู่การแจ้งความและค้นหาอีกครั้ง ก่อนพบร่างในพื้นที่ห่างจากที่พักเพียงไม่กี่ร้อยเมตร หลังจากหายตัวไปนานกว่า 3 เดือน ขณะนี้ตำรวจเกาหลีใต้ยังคงตรวจสอบคดีทั้ง 298 คดีที่เจ้าหน้าที่บูเคยรับผิดชอบ รวมถึงตรวจสอบกระบวนการจัดการคดีคนหายผู้ใหญ่ในพื้นที่อื่น เพื่อหาว่ามีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นเพิ่มเติมหรือไม่

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เรือนิวเคลียร์สหรัฐฯ เตรียมจอดพักไทย หลังลุยศึกตะวันออกกลางนาน 250 วัน
เรือนิวเคลียร์สหรัฐฯ เตรียมจอดพักไทย หลังลุยศึกตะวันออกกลางนาน 250 วัน