เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ USS Abraham Lincoln พร้อมเรือรบสหรัฐฯ อีก 2 ลำ เตรียมแวะภาคตะวันออกของไทยช่วงต้นเดือนกันยายน หลังปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลางนานกว่า 200 วัน โฆษกกองทัพเรือยืนยัน แวะพักเพื่อให้กำลังพลฟื้นฟูร่างกายและรับการส่งกำลังบำรุงเท่านั้น ก่อนเดินทางกลับสหรัฐฯ
เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา พร้อมเรืออีก 2 ลำจากหมู่เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี มีกำหนดแวะพักในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทยในช่วงสัปดาห์หน้า หลังเสร็จสิ้นภารกิจทางทะเลที่ยาวนานในตะวันออกกลาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังพลพักผ่อน ฟื้นฟูสภาพร่างกาย รวมถึงรับการส่งกำลังบำรุงและบริการที่จำเป็น ก่อนเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เรือทั้ง 3 ลำจากหมู่เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีมีกำหนดแวะพักระยะสั้นในพื้นที่ภาคตะวันออกของไทย หลังเสร็จสิ้นภารกิจ โดยเป็นการเยือนเมืองท่าตามแผนปกติ เพื่อให้กำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้พักผ่อนและฟื้นฟูสภาพร่างกาย ตลอดจนรับการส่งกำลังบำรุงและบริการที่จำเป็น
การแวะพักครั้งนี้ดำเนินการภายใต้กรอบข้อตกลงและความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความร่วมมือด้านความมั่นคงและการทหารมาอย่างต่อเนื่อง โดยโฆษกกองทัพเรือระบุว่า การแวะพักไม่ใช่การฝึกหรือการปฏิบัติการทางทหารร่วมกับกองทัพเรือไทย และไม่ได้มีวัตถุประสงค์หรือความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ของประเทศใดประเทศหนึ่ง
กองทัพเรือยังไม่ได้เปิดเผยชื่อเรือ ตำบลที่จอดเรือ และกำหนดการโดยละเอียด เนื่องจากเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าทุกขั้นตอนจะดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรการรักษาความปลอดภัยของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด
สำหรับ USS Abraham Lincoln เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ และเป็นเรือธงของหมู่เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลางมาเป็นเวลานาน ก่อนเริ่มเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา โดยมีกำหนดแวะพักในประเทศไทยระหว่างเส้นทาง
ด้านสื่อต่างประเทศรายงานรายละเอียดเกี่ยวกับภารกิจของหมู่เรือดังกล่าวเพิ่มเติม โดย Reuters รายงานว่า USS Abraham Lincoln ซึ่งมีกำลังพลประมาณ 5,000 นาย ออกจากตะวันออกกลางเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และเตรียมแวะพักเพื่อให้กำลังพลได้พักผ่อนและนันทนาการ หลังปฏิบัติภารกิจทางทะเลต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยการแวะพักในประเทศไทยเกิดขึ้นก่อนเดินทางกลับฐานทัพในสหรัฐอเมริกา
USS Abraham Lincoln ออกจากฐานทัพประจำเมืองซานดิเอโกเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 โดยเดิมวางแผนภารกิจไว้ประมาณ 6-9 เดือน แต่ต่อมาถูกส่งไปสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่าน ทำให้ระยะเวลาปฏิบัติภารกิจยืดเยื้อออกไป โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครตระบุว่า เรือไม่ได้แวะเทียบท่าเต็มรูปแบบมานานกว่า 200 วัน ซึ่งถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเป็นพิเศษสำหรับภารกิจของเรือบรรทุกเครื่องบิน
สื่อต่างประเทศรายงานในช่วงเดือนนี้ถึงสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพลบนเรือ รวมถึงปัญหาด้านสุขภาพจิตและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการพยายามกระโดดลงทะเล ขณะที่ Washington Post รายงานว่า เรือใช้เวลาอยู่ในทะเลต่อเนื่องมากกว่า 250 วัน โดยมีเพียงการแวะจอดระยะสั้นที่กวมในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2568 หลังจากนั้นต้องพึ่งพาการส่งเสบียงจากระยะไกล เนื่องจากข้อจำกัดด้านการส่งกำลังบำรุงในพื้นที่ปฏิบัติการ
El País รายงานว่า ภารกิจของหมู่เรือครอบคลุมการปฏิบัติการในทะเลอาหรับและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นเวลาหลายเดือน ก่อนเริ่มเดินทางกลับสหรัฐอเมริกา หลัง USS George Washington เข้าประจำการในพื้นที่เพื่อรับช่วงภารกิจ ขณะที่ Forbes รายงานว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความเห็นในทันทีเกี่ยวกับรายละเอียดการเคลื่อนย้ายของหมู่เรือ โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติการ
หมู่เรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี USS Abraham Lincoln ออกจากพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ 5 หลังปฏิบัติภารกิจเกือบ 7 เดือน และเข้าสู่พื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ 7 ซึ่งครอบคลุมมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกตะวันตก โดยหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงระหว่างทาง การเดินทางกลับสหรัฐอเมริกาอาจใช้เวลาประมาณ 4-5 สัปดาห์ ขณะที่สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานถึงข้อความที่กำลังพลส่งถึงครอบครัว ซึ่งระบุถึงแผนการแวะพักในประเทศไทยช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 ก่อนเดินทางต่อ
ข้อมูลจากสื่อต่างประเทศยังระบุว่า การปฏิบัติภารกิจที่ยาวนานกว่ากำหนดเดิมของ USS Abraham Lincoln ทำให้สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ บางส่วนเรียกร้องข้อมูลเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพลและการวางแผนภารกิจในอนาคต
ทั้งนี้ กองทัพเรือไทยยืนยันว่า การแวะพักของเรือสหรัฐฯ ทั้ง 3 ลำในภาคตะวันออกของไทยมีวัตถุประสงค์เพื่อพักฟื้นกำลังพลและรับการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุงเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการฝึกหรือการปฏิบัติการทางทหารร่วมกับไทย และทุกขั้นตอนจะอยู่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ และมาตรการรักษาความปลอดภัยของประเทศไทย
อ้างอิง:




