น้ำป่าและดินโคลนถล่มรุนแรงซัดพื้นที่ชายแดนเนปาล-ทิเบต บ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานเสียหายหนัก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 คน สูญหาย 384 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้ประสบภัยท่ามกลางความเสี่ยงน้ำท่วมระลอกใหม่
เกิดน้ำป่าและดินโคลนถล่มรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต ส่งผลให้บ้านเรือน ถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานเสียหายเป็นวงกว้าง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 คน บาดเจ็บ 93 คน และสูญหายกว่า 384 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 291 คน ขณะที่ทางการเนปาลและจีนเร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ท่ามกลางความเสี่ยงเกิดน้ำป่าระลอกใหม่
BBC รายงานว่า เหตุเกิดในเขตราสุวา ทางตอนเหนือของเนปาล ช่วงเช้าวันที่ 26 สิงหาคม 2569 หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาดประมาณ 4.4 บริเวณชายแดน โดย ชิชิร คานาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเนปาล แถลงต่อรัฐสภาว่า ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าแรงสั่นสะเทือนอาจทำให้หิมะและมวลหินจากธารน้ำแข็งถล่มลงสู่แม่น้ำเลนเด โคลา ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำโภเตโกสี ก่อนกีดขวางทางน้ำและพังทลายลง ส่งผลให้มวลน้ำจำนวนมากไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างฉับพลัน
Reuters ระบุว่า กระแสน้ำและโคลนไหลเข้าท่วมชุมชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ชยาพรูเบซีและติมูเร ซึ่งมีประชากรราว 50,000 คน บ้านเรือน ถนน สะพาน และโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งได้รับความเสียหาย ระดับน้ำที่เพิ่มสูงยังทำให้เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยไม่สามารถลงจอดได้ในช่วงแรก
Nepal Tourism Board ระบุว่า มีผู้สูญหาย 384 คน แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 291 คน และชาวเนปาล 93 คน ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และแรงงานที่อยู่ระหว่างเดินทางไปยังเขาไกรลาสในทิเบต ในจำนวนผู้สูญหายพบชาวอินเดียอย่างน้อย 105 คน ชาวอังกฤษ 12 คน ชาวมาเลเซีย 17 คน และชาวอเมริกันอย่างน้อย 3 คน รวมถึงชาวแอฟริกาใต้ 4 คน และชาวเกาหลีใต้ 8 คนที่ทำงานในโครงการก่อสร้างไฟฟ้าพลังน้ำ
กองทัพเนปาลส่งเฮลิคอปเตอร์ 15 ลำเข้าปฏิบัติการกู้ภัย สามารถนำผู้รอดชีวิตออกจากพื้นที่ได้แล้ว 88 คน และพยายามเข้าถึงผู้ติดค้างอีก 115 คนในหมู่บ้านไมลุง ขณะที่รัฐบาลระดมทหาร ตำรวจ และหน่วยกู้ภัย พร้อมขอให้ประชาชนตามแนวแม่น้ำตรีชูลีและแม่น้ำโภเตโกสีอพยพขึ้นพื้นที่สูง
ฝั่งทิเบต บริเวณด่านจีหรงซึ่งเป็นจุดผ่านแดนสำคัญระหว่างจีนกับเนปาลได้รับความเสียหายเช่นกัน อาคารและยานพาหนะหลายแห่งถูกกระแสน้ำและโคลนพัดถล่ม โดยยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตและสูญหายอย่างเป็นทางการจากฝั่งจีน ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สั่งเร่งค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงเพิ่มการเฝ้าระวังและระบบเตือนภัย
International Centre for Integrated Mountain Development ระบุว่า เหตุการณ์อาจเกิดจากหิมะและมวลหินจากธารน้ำแข็งถล่มลงมาปิดกั้นลำน้ำชั่วคราว ก่อนแนวกั้นพังและปลดปล่อยมวลน้ำจำนวนมากลงสู่พื้นที่ด้านล่าง สอดคล้องกับข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาเนปาลที่ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้มีฝนตกหนัก และยังพบเศษหินกับน้ำแข็งอุดตันบริเวณต้นน้ำ ทำให้ยังมีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมซ้ำ
กระทรวงพลังงานเนปาลรายงานว่า โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งได้รับผลกระทบ รวมกำลังการผลิตราว 430 เมกะวัตต์ หรือมากกว่า 12% ของกำลังผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั้งประเทศ ขณะที่สะพานมิตรภาพซึ่งเพิ่งซ่อมแซมหลังได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเมื่อปีก่อน ถูกกระแสน้ำพัดเสียหายอีกครั้ง ทำให้เส้นทางหลักด้านการค้าและการเดินทางระหว่างเนปาลกับจีนถูกตัดขาด
Reuters ระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเนปาลอย่างน้อย 26 นาย ตำรวจติดอาวุธ 9 นาย และทหาร 44 นาย สูญหายจากบริเวณด่านและจุดตรวจชายแดน รวมถึงเจ้าหน้าที่ศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดฝั่งทิเบตเผยให้เห็นผู้คนพยายามวิ่งหนี ก่อนที่มวลน้ำและโคลนจะไหลเข้าถึงพื้นที่อย่างรวดเร็ว
ผลกระทบยังขยายไปยังเขตนุวาโกต ธาดิง และกอรกา ขณะที่อินเดียออกคำเตือนประชาชนตามพื้นที่ริมแม่น้ำในรัฐอุตตรประเทศและพิหาร เนื่องจากแม่น้ำโภเตโกสีเชื่อมต่อกับแม่น้ำตรีชูลีและแม่น้ำคัณฑัก ซึ่งไหลต่อเข้าสู่อินเดีย
พื้นที่ตามแนวแม่น้ำโภเตโกสีเคยเผชิญน้ำป่ารุนแรงเมื่อปี 2568 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน ส่วนเหตุการณ์ครั้งล่าสุด การค้นหาและช่วยเหลือผู้สูญหายยังคงดำเนินต่อไป พร้อมการเฝ้าระวังมวลน้ำ เศษหิน และน้ำแข็งจากต้นน้ำที่อาจไหลลงมาเพิ่มเติม
อ้างอิง:




