ผบ.สส.เมียนมา หารือ เลขาฯ สมช.ไทย กดดันหนัก สกัดเส้นทางอาวุธให้กลุ่มต่อต้าน หลังสูญเสียหนักในสนามรบ ในรัฐกะเหรี่ยง ตะนาวศรี
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวอิรวดีของเมียนมารายงานข่าวว่า พล.อ.เย วิน อู ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา ได้กดดัน ให้ไทยยุติการไหลเวียนของอาวุธข้ามพรมแดนไปยังกลุ่มต่อต้าน ในระหว่างการหารือกับนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ของไทย ณ กรุงเนปิดอว์
การหารือครั้งนี้เป็นไปเพื่อกระชับมาตรการรักษาความปลอดภัยชายแดน เพื่อปราบปรามการลักลอบขนส่งอาวุธ ยาเสพติด และสารเคมีควบคุม ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากการประชุมสุดยอดประจำปีระหว่างผูู้นำกองทัพสองชาติที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19-20 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีวาระสำคัญในการหยุดยั้งการสนับสนุนกลุ่มต่อต้านเมียนมาข้ามพรมแดน
ก่อนหน้านี้ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย หัวหน้าคณะรัฐประหารและประธานาธิบดีเมียนมา ได้ผลักดันเรื่องการปิดกั้นเส้นทางส่งกำลังบำรุงดังกล่าวเป็นครั้งแรกในการประชุมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม และ พล.อ.เย วิน อู ก็ได้หารือประเด็นเดียวกันนี้กับ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย ในระหว่างการเยือนประเทศไทยที่ผ่านมา
การผลักดันให้มีการสกัดกั้นเส้นทางสนับสนุนดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางรายงานความสูญเสียอย่างหนักของทหารเมียนมา ที่ประสบปัญหาในการแทรกซึมเข้าไปในพื้นที่ของกลุ่มต่อต้านตามแนวชายแดนในรัฐกะเหรี่ยง รัฐกะยา (คะเรนนี) และภาคตะนาวศรี
นอกจากประเด็นด้านความมั่นคงชายแดนแล้ว ในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมายังได้มีการหารือถึงเรื่องการค้าชายแดน การปราบปรามการหลอกลวงทางไซเบอร์ และการพนัน ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่ได้รับแรงสนับสนุนจากปฏิบัติการค้ามนุษย์ข้ามชาติ โดยมีการพูดคุยถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบเรียลไทม์ระหว่างกัน
สื่อเมียนมาระบุทิ้งท้ายว่าเป็นที่น่าสังเกตว่า การตัดสินใจของรัฐบาลไทยในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมา เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รัฐบาลทหารเมียนมาเผชิญข้อกล่าวหาอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมสงครามและการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อพลเรือน ซึ่งสิ่งนี้ได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากนักการเมืองไทยและกลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ




