กลุ่มหลอกลวงจีนเทาผงาดฐานใหม่ชายแดนไทย ภายใต้การคุ้มครอง KNA ย้ายจากเมียวดีสู่เมืองปายจ่อญ ค่าจ้างล่อใจนับหมื่น สังคมหวั่นกระทบภาพลักษณ์กะเหรี่ยง เป้าหมายหลักคนอเมริกัน-ญี่ปุ่น ขยายพื้นที่เกือบพันไร่
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 สำนักข่าวอิรวดีของเมียนมา รายงานข่าวความเคลื่อนไหวกลุ่มฉ้อโกงออนไลน์ที่ดำเนินการโดยชาวจีน โดยระบุว่าได้กลุ่มนี้ได้จัดตั้งฐานปฏิบัติการแห่งใหม่ภายใต้การคุ้มครองของกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Army - KNA) ของพันเอก ซอว์ ชิต ตู่ ซึ่งเคยรู้จักกันในชื่อกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (Karen Border Guard Force) ในพื้นที่เมาะปอยคะและแม่ละ (Maw Poe Kay and Mae La) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีชื่อเสียงจากการสู้รบครั้งสำคัญในการปฏิวัติกะเหรี่ยง
กลุ่ม KNA ซึ่งเป็นพันธมิตรกับระบอบการปกครองทหารของเมียนมา ได้รับผลประโยชน์จากการดูแลการปฏิบัติการฉ้อโกงที่สร้างรายได้มหาศาล แลกกับการเป็นกันชนป้องกันการต่อต้านของชาวกะเหรี่ยงที่นำโดยสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union - KNU)
รายงานระบุว่า ฐานปฏิบัติการแห่งใหม่เหล่านี้ตั้งอยู่ในเมืองปายจ่อญ (Paingkyon) อำเภอผาอัน เริ่มรับสมัครพนักงานมาตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม โดยมีประกาศรับสมัครงานบน Telegram เสนอเงินเดือนเริ่มต้นอย่างน้อย 15,000 บาท สำหรับตำแหน่งพนักงานหาเป้าหมาย ในขณะที่ล่ามหญิงจีน-เมียนมาที่มีประสบการณ์จะได้รับค่าตอบแทนสูงถึง 12,000 หยวน หรือประมาณกว่า 45,000 บาท
กลุ่มฉ้อโกงได้ย้ายมาจากศูนย์กลางการหลอกลวงที่มีชื่อเสียงในเมืองเมียวดี เช่น ชเวโก๊กโก่ (Shwe Kokko) และเคเคปาร์ค (KK Park) รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงอย่าง มินเลตปัน (Min Let Pan), ฟาลู (Falu), จ่อคเค็ต (Kyauk Khet) และมูลาเอ่ (Mula Ei) โดยผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกจะถูกขนส่งจากเมียวดีไปยังฐานแห่งใหม่
คนในพื้นที่เผยว่า การก่อสร้างในพื้นที่เมาะปอยคะ และ แม่ละ ดำเนินมานานกว่า 6 เดือนแล้ว และมีศูนย์ฉ้อโกงบางแห่งเริ่มดำเนินการแล้ว โดยประกาศรับสมัครงานบ่งชี้ว่าสถานที่เหล่านี้มุ่งเป้าหลอกลวงไปที่พลเมืองชาวสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเป็นหลัก แตกต่างจากฐานปฏิบัติการเดิมที่มักจะกระจุกตัวกัน สถานที่ใหม่เหล่านี้กระจายตัวอยู่ตามเทือกเขาดอว์นา โดยบางแห่งมีพนักงานหลายร้อยคน และบางแห่งอาจมีพนักงานมากถึง 800 คน ชาวบ้านยังรายงานถึงถนนในป่าที่ซ่อนอยู่ซึ่งนำไปสู่สถานที่เหล่านี้ และมีการคุ้มกันโดยทหาร KNA
หมู่บ้านเมาะปอยคะ ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการสรรหาพนักงาน ตั้งอยู่ริมชายแดนไทยตรงข้ามอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก โดยทางตะวันออกเป็นฐานประวัติศาสตร์ของ KNU ส่วนแม่ละอยู่ทางตะวันตก ชาวบ้านคาดการณ์ว่าเขตฉ้อโกงแห่งใหม่อาจครอบคลุมพื้นที่เกือบ 1,000 เอเคอร์ตามแนวภูเขา พื้นที่นี้เคยเป็นสมรภูมิใหญ่ระหว่าง KNU และกองทัพเมียนมาตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1980 ถึงปลายคริสต์ทศวรรษ 1990 ซึ่งทำให้ชาวกะเหรี่ยงหลายหมื่นคนต้องอพยพหนีภัยไปในประเทศไทย ปัจจุบันแม่ละเป็นค่ายผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีชาวกะเหรี่ยงพลัดถิ่นราว 30,000 คน
นักสังเกตการณ์เตือนว่า การแพร่กระจายของการปฏิบัติการฉ้อโกงในพื้นที่ประวัติศาสตร์ของการต่อต้านนี้ คุกคามภาพลักษณ์ของการต่อสู้ของ KNU โดยนายซอว์ บา อู เลย์ ทนายความและนักวิเคราะห์ชายแดน กล่าวว่า "กลุ่มเหล่านี้ไม่ใช่กองกำลังปฏิวัติ พวกเขาแสวงหาผลกำไรโดยไม่คำนึงถึงอุดมการณ์ของชาวกะเหรี่ยง การมีอยู่ของพวกเขาบ่อนทำลายภาพลักษณ์ของการปฏิวัติกะเหรี่ยง"
KNU ได้ทำสงครามกับระบอบการปกครองทหารเมียนมาตั้งแต่เกิดรัฐประหาร โดยถอนตัวจากข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ ในช่วงต้นปี 2568 กองพลที่ 7 ของ KNU ได้เข้ายึดฐานหลายแห่งตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา รวมถึงแม่ละและเมาะปอยคะ
ก่อนหน้านี้ ภายใต้แรงกดดันจากนานาชาติที่เพิ่มขึ้น เผด็จการทหารเมียนมาและกองกำลังพิทักษ์ชายแดนของเมียนมาได้ดำเนินการรื้อถอนอาคารในชเวโก๊กโก่และเคเคปาร์คในช่วงปลายปี 2568 อย่างเปิดเผย แต่กลุ่มฉ้อโกงได้ย้ายไปอยู่ในเมืองต่างๆ ที่ห่างจากชายแดนอย่างรวดเร็ว และในที่สุดก็ย้ายมาที่ปายจ่อญ




