ฝนตกหนักต่อเนื่องจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำที่เคลื่อนออกจากประเทศไทยไปปกคลุมอ่าวมะตะบัน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในภูมิภาคตะนาวศรี ทางตอนใต้ของเมียนมา อาสาสมัครกู้ภัยรายงานพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน และยังมีผู้สูญหายอีกประมาณ 20-30 คน หลายหมู่บ้านถูกตัดขาด ถนนและสะพานเสียหาย ขณะที่การช่วยเหลือยังเป็นไปอย่างยากลำบากท่ามกลางฝนที่ตกต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 อาสาสมัครกู้ภัยในภูมิภาคตะนาวศรี ทางตอนใต้ของเมียนมา รายงานว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเมืองดาเวและเมืองละอองลอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน และมีผู้สูญหายประมาณ 20-30 คน
สำนักข่าว AFP รายงานโดยอ้างข้อมูลจาก เฮน เท็ต สมาชิกกลุ่มอาสาสมัคร People’s Administration Team ว่า พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 8 คนในเมืองละอองลอน และยังมีผู้สูญหายอีกราว 20-30 คน ในจำนวนผู้เสียชีวิตมีวัยรุ่น 3 คน ซึ่งมารวมตัวกันที่วัดเมื่อวันอาทิตย์ ก่อนเกิดดินถล่มพัดอาคารและบ้านเรือนประมาณ 18 หลังเสียหาย
ด้าน เมียว มิน ประธานกลุ่มอาสาสมัคร Dawei Zabuthiri Emergency Medical Service ให้ข้อมูลกับ AFP ว่า ข้อมูลเบื้องต้นประเมินว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจอยู่ระหว่าง 7-10 คน ส่วนผู้สูญหายอยู่ที่ประมาณ 20-30 คน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางการเมียนมา
หลายหมู่บ้านในพื้นที่ประสบภัยไม่สามารถเข้าถึงด้วยรถยนต์ได้ และต้องเดินเท้าเข้าไปเท่านั้น ขณะที่ผู้ประสบภัยหลายร้อยคนต้องย้ายไปพักพิงตามวัดและที่พักชั่วคราว ส่วนระบบโทรคมนาคมในบางพื้นที่ยังไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้การติดต่อและประเมินสถานการณ์เป็นไปอย่างจำกัด
Democratic Voice of Burma รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมและดินถล่มอย่างน้อย 5 คน ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน ขณะที่ Tavoyan National Federation ระบุว่า บ้านเรือนอย่างน้อย 20 หลังได้รับความเสียหายจากดินถล่มในพื้นที่ประมาณ 40 หมู่บ้านรอบเมืองดาเว และระบบโทรคมนาคมในหลายพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้
รายงานเดียวกันระบุว่า ผู้ประสบภัยเกือบ 400 คนต้องย้ายออกจากบ้านไปอาศัยในที่พักชั่วคราวที่หมู่บ้านออคยาแอพยู ในเมืองละอองลอน ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองดาเวประมาณ 19 กิโลเมตร ขณะที่ทางการรายงานผ่านสื่อว่า สามารถรวบรวมประชาชนจาก 4 เขตในเมืองละอองลอนได้แล้ว 8,431 คน ส่วนเมืองปาเลาและเมืองทาเยตฉ่องยังเผชิญน้ำท่วม แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในพื้นที่ดังกล่าว
Eleven Media Group รายงานเมื่อวันที่ 27 กันยายนว่า เมืองดาเวมีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 11.02 นิ้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 80 ปี หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน และทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันกับดินถล่มในหลายพื้นที่ของเขตดาเว
พื้นที่เมืองละอองลอนได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีหมู่บ้านมากกว่า 20 แห่งเผชิญน้ำท่วมและดินถล่ม ที่หมู่บ้านกายินจี มีรายงานว่าบ้านเรือนประมาณ 30 หลังถูกดินถล่มฝัง ขณะที่เส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านจอกนิเมาถูกตัดขาด ส่วนพื้นที่ตามทางหลวงหมายเลข 8 ในเมืองทาเยตฉ่องมีน้ำท่วมหลายสิบหมู่บ้าน
ในเขตเมืองดาเว น้ำยังเข้าท่วมหลายพื้นที่ รวมถึงบริเวณสำนักงานรัฐบาลภูมิภาค และมีรายงานว่าน้ำเข้าท่วมชั้นล่างของบ้านเรือนในบางย่านที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วม
Myanmar International TV รายงานว่า ถนนหลายสายในเมืองดาเวเริ่มมีน้ำท่วมตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 26 กันยายน โดย ซอ ไนง์ อู ผู้ว่าราชการภูมิภาคตะนาวศรี พร้อมรัฐมนตรีภูมิภาคและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ และสั่งการให้เร่งซ่อมแซมถนน จัดลำดับความสำคัญด้านการสัญจรของประชาชน ปรับปรุงระบบระบายน้ำ และติดตามระดับน้ำในช่วงน้ำทะเลหนุน
การช่วยเหลือยังดำเนินต่อเนื่องในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ มีการแจกจ่ายน้ำดื่ม อาหาร ยา และสิ่งของจำเป็น ขณะที่พื้นที่ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าถึงได้ยากต้องอาศัยชาวบ้านในพื้นที่และองค์กรการกุศลช่วยลำเลียงสิ่งของเข้าไป
ด้านสถานการณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยาของไทย รายงานเมื่อวันที่ 27 กันยายนว่า หย่อมความกดอากาศต่ำที่ก่อนหน้านี้เคลื่อนผ่านประเทศไทยได้เคลื่อนออกไปปกคลุมบริเวณชายฝั่งเมียนมาและอ่าวมะตะบันแล้ว ก่อนที่รายงานเมื่อวันที่ 28 กันยายนจะระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำยังคงปกคลุมอ่าวมะตะบัน และมีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกผ่านชายฝั่งตอนกลางของเมียนมา ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
กรมอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาของเมียนมารายงานเมื่อวันที่ 28 กันยายนว่า พื้นที่ชายฝั่งตะนาวศรียังมีแนวโน้มเผชิญฝนตกหนัก โดยสภาพอากาศในบริเวณทะเลอันดามันตอนเหนือ ชายฝั่งรัฐมอน และภูมิภาคตะนาวศรียังคงได้รับอิทธิพลจากระบบความกดอากาศต่ำและมรสุม ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วม ดินถล่ม ลมแรง และคลื่นลมแรงในทะเล
สำหรับประเทศไทย ผลกระทบจากระบบอากาศดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่หย่อมความกดอากาศต่ำจะเคลื่อนออกไปทางเมียนมา โดย AFP รายงานว่า น้ำท่วมในไทยส่งผลกระทบต่อกว่า 500,000 ครัวเรือน หรือประชาชนประมาณ 1.7 ล้านคน ใน 27 จังหวัด ขณะที่กรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมง และมีประชาชนประมาณ 4,900 คนย้ายเข้าสู่ที่พักชั่วคราว
สำหรับเมียนมา การช่วยเหลือและการประเมินความเสียหายยังเผชิญข้อจำกัดจากสถานการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเข้าถึงบางพื้นที่ได้ยาก เฮน เท็ต ให้ข้อมูลกับ AFP ว่า ทีมช่วยเหลือต้องรับมือทั้งกับขนาดของน้ำท่วมและข้อจำกัดด้านทรัพยากร เนื่องจากภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ยังมีความขัดแย้ง
อาสาสมัครกู้ภัยจากรัฐมอนและรัฐกะเหรี่ยงที่อยู่ใกล้เคียงกำลังเดินทางเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ที่ยังติดค้าง ขณะที่บางหมู่บ้านยังอยู่ในพื้นที่อันตราย และทีมช่วยเหลือยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยทั้งหมดได้ เนื่องจากถนนหลายสายถูกน้ำท่วมและได้รับความเสียหาย
สื่อท้องถิ่นรายงานเพิ่มเติมว่า ระดับน้ำในแม่น้ำตะนาวศรียังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นใกล้ระดับอันตราย ทำให้การเคลื่อนย้ายประชาชนและการขนส่งสิ่งของช่วยเหลือล่าช้าในบางพื้นที่
ภูมิภาคตะนาวศรีตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเมียนมา และเผชิญฝนมรสุมหนักในช่วงปลายเดือนกันยายน โดยเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นน้ำท่วมครั้งใหญ่ครั้งที่สามในภูมิภาคภายในระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือน ก่อนหน้านี้ช่วงปลายเดือนสิงหาคม มีประชาชนมากกว่า 2,000 คนในเมืองตะนาวศรีต้องอพยพ หลังระดับน้ำในแม่น้ำตะนาวศรีเพิ่มสูงกว่าระดับอันตรายที่ 24 ฟุต
จนถึงวันที่ 28 กันยายน การค้นหาผู้สูญหายและช่วยเหลือผู้ประสบภัยยังดำเนินต่อไป ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากหลายพื้นที่ยังเข้าถึงได้ยาก และทางการเมียนมายังไม่ได้ประกาศยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ
อ้างอิง:
The Straits Times: Myanmar rescuers fear 10 dead in cut-off flood zone
RTL Today: Tolls mount in Thailand, Myanmar floods
Eleven Media Group: Record Rainfall Triggers Deadly Floods and Landslides in Dawei District
Myanmar International TV: Inundation in Dawei: Heavy rainfall triggered floods in Tanintharyi Region




