News Logo
หน้าแรก
'เนเธอร์แลนด์' แชมป์จัดการน้ำ ทุ่ม 554 ล้าน 4 ปี พัฒนา AI เสริมระบบระดับโลก

'เนเธอร์แลนด์' แชมป์จัดการน้ำ ทุ่ม 554 ล้าน 4 ปี พัฒนา AI เสริมระบบระดับโลก

29 ก.ย. 2569 17:01
ผู้ชม 13 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

จากมหาอุทกภัยปี 2496 สู่เขื่อน ประตูกั้นคลื่น ระบบสูบน้ำ และการคืนพื้นที่ให้แม่น้ำ เนเธอร์แลนด์ลงทุน 14.5 ล้านยูโร (ราว 554 ล้านบาท) ในกรอบเวลา 4 ปี พัฒนาแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ด้านภูมิอากาศ-น้ำ

เนเธอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในประเทศที่ต้องรับมือกับความเสี่ยงจากน้ำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพื้นที่จำนวนมากอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ขณะเดียวกันยังมีแม่น้ำสายสำคัญหลายสายไหลผ่านประเทศ แต่ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เนเธอร์แลนด์พัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำตั้งแต่เขื่อน คันกั้นน้ำ ประตูกั้นคลื่น ระบบสูบน้ำ ไปจนถึงการเปิดพื้นที่ให้แม่น้ำรองรับน้ำได้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไปได้ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง

PBL Netherlands Environmental Assessment Agency ระบุว่า ประมาณ 26% ของพื้นที่เนเธอร์แลนด์อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ขณะที่ประมาณ 59% ของพื้นที่ประเทศมีความเสี่ยงจากน้ำท่วมทั้งจากทะเลและแม่น้ำ และประมาณ 55% ของพื้นที่ได้รับการป้องกันด้วยเนินทราย คันกั้นน้ำ เขื่อน และโครงสร้างป้องกันประเภทต่างๆ

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี 2496 เมื่อพายุรุนแรงจากทะเลเหนือเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงน้ำขึ้นสูง ทำให้คันกั้นน้ำแตกมากกว่า 150 จุดในพื้นที่เซลันด์ เซาท์ฮอลแลนด์ และนอร์ทบราบันต์ มีผู้เสียชีวิต 1,836 คน ประชาชนประมาณ 72,000 คนต้องอพยพ บ้านเรือน พื้นที่เกษตร และโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้รัฐบาลเร่งวางระบบป้องกันน้ำทะเลขนาดใหญ่ เพื่อลดโอกาสเกิดภัยพิบัติในลักษณะเดียวกันซ้ำ

หลังมหาอุทกภัยปี 2496 เนเธอร์แลนด์เริ่มพัฒนาโครงการ “เดลตาเวิร์กส์” (Delta Works) ซึ่งเป็นเครือข่ายเขื่อน คันกั้นน้ำ ประตูระบายน้ำ และประตูกั้นคลื่นตามแนวชายฝั่งและปากแม่น้ำ การก่อสร้างโครงสร้างสำคัญดำเนินต่อเนื่องหลายสิบปีและกลายเป็นแกนหลักของระบบป้องกันน้ำทะเลของประเทศ ก่อนมีการเสริมความแข็งแรง ปรับปรุง และพัฒนาโครงสร้างเพิ่มเติมตามความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม เนเธอร์แลนด์ไม่ได้พึ่งการสร้างเขื่อนหรือกำแพงกั้นน้ำเพียงอย่างเดียว หลังระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงอย่างรุนแรงในปี 2536 และ 2538 ประเทศเริ่มปรับแนวทางจากการพยายามสร้างคันกั้นน้ำให้สูงขึ้นเพียงอย่างเดียว ไปสู่การเพิ่มพื้นที่ให้แม่น้ำสามารถรองรับและระบายน้ำได้อย่างปลอดภัย

หน่วยงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการน้ำของรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ (Rijkswaterstaat) ระบุว่า แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่โครงการ “คืนพื้นที่ให้แม่น้ำ” ซึ่งดำเนินมาตรการในพื้นที่ตามแนวแม่น้ำสายสำคัญ ทั้งการขยับแนวคันกั้นน้ำออกจากแม่น้ำ ลดระดับพื้นที่ริมแม่น้ำ ขุดช่องทางระบายน้ำเพิ่มเติม และปรับพื้นที่บางส่วนให้สามารถรับน้ำได้เมื่อระดับแม่น้ำสูง เป้าหมายคือเพิ่มพื้นที่ให้น้ำสามารถกระจายตัว แทนการบีบให้อยู่ภายในร่องน้ำและพึ่งการยกคันกั้นน้ำเพียงอย่างเดียว

โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณรวมประมาณ 2.3 พันล้านยูโร หรือราว 87,851 ล้านบาท และดำเนินงานต่อเนื่องกว่าทศวรรษ ก่อนงานหลักจะแล้วเสร็จในช่วงปลายทศวรรษ 2560 ขณะที่รัฐบาลยังเดินหน้าวางแผนพื้นที่แม่น้ำระยะใหม่ เพื่อรับมือทั้งช่วงน้ำมาก น้ำน้อย ภัยแล้ง การกระจายน้ำจืด และสภาพแม่น้ำที่เปลี่ยนแปลงในระยะยาว

จากการสร้างโครงสร้างป้องกันน้ำ การเปิดพื้นที่ให้แม่น้ำ ไปจนถึงการสร้างระบบตรวจวัดและแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ เนเธอร์แลนด์ใช้เวลาหลายสิบปีพัฒนาระบบเหล่านี้ ก่อนเพิ่มเครื่องมืออีกชั้นหนึ่งเข้ามาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นั่นคือ ปัญญาประดิษฐ์ (AI)

สถาบันวิจัยด้านน้ำและดินเดลตาเรส (Deltares) รายงานว่า Deltares ร่วมกับ สถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งเนเธอร์แลนด์ (Royal Netherlands Meteorological Institute: KNMI) และ Rijkswaterstaat ได้รับเงินลงทุน 14.5 ล้านยูโร (ประมาณ 554 ล้านบาท) เพื่อพัฒนาห้องปฏิบัติการแบบจำลองอัจฉริยะด้านสภาพอากาศ ภูมิอากาศ และน้ำ ภายใต้โครงการ iML-WKW โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 4 ปี ตั้งแต่ปลายปี 2568 ถึงปลายปี 2572 และได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงเศรษฐกิจแห่งเนเธอร์แลนด์ (Ministry of Economic Affairs) ผ่านโครงการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการวิจัยประยุกต์

วงเงินประมาณ 554 ล้านบาทไม่ได้ใช้ซื้อระบบปัญญาประดิษฐ์สำเร็จรูปเพียงระบบเดียว แต่ครอบคลุมการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลางสำหรับพัฒนา ทดสอบ และนำแบบจำลองรุ่นใหม่ไปใช้ในงานด้านอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศ และการจัดการน้ำ โดย Deltares, KNMI และ Rijkswaterstaat นำทั้งความรู้ด้านน้ำ ข้อมูลสังเกตการณ์ แบบจำลองเดิม และโจทย์จากการปฏิบัติงานจริงเข้ามาพัฒนาร่วมกัน ขณะที่ระบบยังเปิดทางให้สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาในระยะต่อไป

เป้าหมายสำคัญของการนำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาใช้คือการลดข้อจำกัดด้านเวลาของแบบจำลองเดิม Deltares ระบุว่า แบบจำลองทางคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ที่ใช้คำนวณระดับน้ำ คลื่น และพฤติกรรมของน้ำสามารถให้ข้อมูลที่มีรายละเอียดสูง แต่ต้องใช้กำลังประมวลผลและเวลาจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น การคำนวณคลื่นหนึ่งครั้งอาจใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อจำกัดเมื่อเจ้าหน้าที่ต้องประเมินสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แนวทางใหม่จึงใช้การเรียนรู้ของเครื่องสร้างแบบจำลองตัวแทนจากผลการคำนวณของแบบจำลองทางฟิสิกส์ที่มีอยู่แล้ว ทำให้การคำนวณบางประเภทซึ่งเคยใช้เวลาหลายชั่วโมงสามารถลดลงเหลือระดับวินาที ความเร็วที่เพิ่มขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจำลองสถานการณ์ได้จำนวนมากกว่าเดิมภายในเวลาจำกัด และสามารถประเมินความเป็นไปได้หลายรูปแบบก่อนตัดสินใจ

จุดสำคัญคือปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เข้ามาแทนแบบจำลองทางฟิสิกส์ทั้งหมด แต่ใช้ผลลัพธ์และองค์ความรู้จากระบบเดิมเป็นฐานในการเรียนรู้ พร้อมเชื่อมข้อมูลจากเรดาร์ เซ็นเซอร์ และข้อมูลตรวจวัดอื่นๆ เพื่อให้การคำนวณเร็วขึ้น ขณะเดียวกันยังรักษาความเชื่อมโยงกับหลักวิทยาศาสตร์ที่ระบบพยากรณ์ใช้อยู่

Deltares ระบุว่า โครงการ iML-WKW เริ่มเดินหน้าพัฒนาอย่างเป็นทางการในปี 2569 โดยนำงานด้านอากาศ ภูมิอากาศ และน้ำมาพัฒนาร่วมกันบนโครงสร้างพื้นฐานกลางเดียวกัน ทีมงานเริ่มจากการทดลองกรอบปัญญาประดิษฐ์สำหรับแบบจำลองอากาศ ก่อนขยายไปยังการใช้งานด้านอื่น และคาดว่าจะเริ่มเห็นการประยุกต์ใช้บางส่วนตั้งแต่ช่วงแรกของโครงการ ขณะที่การพัฒนาทั้งหมดจะดำเนินต่อเนื่องถึงปลายปี 2572

นอกจาก iML-WKW เนเธอร์แลนด์ยังพัฒนาโครงการปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์น้ำท่วม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลสภาพอากาศ การเตรียมข้อมูล แบบจำลองน้ำ การประเมินผลกระทบ ไปจนถึงการปรับค่าระบบจากข้อมูลที่ได้รับระหว่างการปฏิบัติงานจริง โดยมีทั้งการสร้างชุดข้อมูลสำหรับฝึกระบบและการพัฒนาแบบจำลองที่ผสมหลักฟิสิกส์เข้ากับการเรียนรู้ของเครื่อง

อีกแนวทางหนึ่งคือการพัฒนาผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์เฉพาะด้านน้ำเพื่อทำงานร่วมกับ Delft-FEWS ซึ่งเป็นระบบที่หน่วยงานบริหารจัดการน้ำใช้ติดตามและพยากรณ์สถานการณ์ ผู้ช่วยดังกล่าวสามารถเชื่อมข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา และช่วยเจ้าหน้าที่ค้นข้อมูลจากระบบ เช่น ระดับน้ำเปลี่ยนแปลงอย่างไรหลังฝนตก หรือเครื่องสูบน้ำตอบสนองอย่างไรในแต่ละสถานการณ์ โดยการพัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานจัดการน้ำโดยตรง เพื่อให้ระบบเข้าใจบริบทของงานด้านน้ำมากกว่าการพึ่งแบบจำลองภาษาทั่วไปเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม Deltares ยังไม่ได้ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์สามารถลดความเสียหายจากน้ำท่วมของประเทศได้แล้วกี่เปอร์เซ็นต์ หรือประหยัดความเสียหายทางเศรษฐกิจได้เป็นมูลค่าเท่าใด ผลที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนในระยะนี้อยู่ที่ความเร็วในการคำนวณ การเพิ่มจำนวนสถานการณ์ที่สามารถจำลอง และการทำให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น

ขนาดของเงินลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ยังต้องพิจารณาร่วมกับระบบจัดการน้ำของเนเธอร์แลนด์ทั้งประเทศ เอกสาร National Delta Programme 2026 ระบุว่า ในปี 2569 กองทุนสำหรับงานด้านน้ำของรัฐบาลมีวงเงินประมาณ 1.9 พันล้านยูโร หรือราว 72,572 ล้านบาท โดยประมาณ 700 ล้านยูโร หรือราว 26,737 ล้านบาท ใช้สำหรับเป้าหมายภายใต้แผนจัดการน้ำระยะยาว

เมื่อพิจารณาเฉพาะขนาดของตัวเลข เงิน 14.5 ล้านยูโร หรือประมาณ 554 ล้านบาท สำหรับโครงการแบบจำลองอัจฉริยะตลอด 4 ปี มีขนาดไม่ถึง 1% ของวงเงินกองทุนด้านน้ำ 1.9 พันล้านยูโรในปี 2569 เพียงปีเดียว อย่างไรก็ตาม เงินสองส่วนมาจากคนละแหล่งและใช้กับวัตถุประสงค์ต่างกัน จึงไม่สามารถนำตัวเลขดังกล่าวมาใช้ตัดสินประสิทธิภาพของการใช้จ่ายโดยตรงได้

ในระยะยาว National Delta Programme 2026 ระบุว่า ช่วงปี 2558-2593 คาดว่าจะมีเงินสำหรับมาตรการจัดการน้ำประมาณ 2.9 หมื่นล้านยูโร หรือราว 1.11 ล้านล้านบาท ขณะที่ต้นทุนของมาตรการที่จำเป็นประเมินไว้ประมาณ 3.8 หมื่นล้านยูโร หรือราว 1.45 ล้านล้านบาท บวกลบราว 4 พันล้านยูโร ทำให้ค่าประมาณกลางยังมีช่องว่างระหว่างเงินที่มีและต้นทุนประมาณ 9 พันล้านยูโร หรือราว 343,764 ล้านบาท

งบประมาณด้านปัญญาประดิษฐ์จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบที่มีการลงทุนในโครงสร้างทางกายภาพ การตรวจวัด การวิจัย บุคลากร และการบำรุงรักษาอยู่แล้ว ไม่ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักเพียงอย่างเดียวในการรับมือกับน้ำท่วม

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ยังวางเป้าหมายว่า ภายในปี 2593 แนวป้องกันน้ำท่วมหลักทั่วประเทศจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยตามกฎหมาย ขณะที่การวางแผนด้านแม่น้ำ น้ำจืด พื้นที่เมือง และการใช้ประโยชน์ที่ดินมองต่อไปถึงช่วงปลายศตวรรษ เนื่องจากประเทศต้องเตรียมพร้อมต่อระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ฝนที่รุนแรงขึ้น ภัยแล้ง และการรุกล้ำของน้ำเค็ม

ระบบดังกล่าวยังไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานส่วนกลางเพียงแห่งเดียว Rijkswaterstaat รับผิดชอบโครงสร้างและระบบน้ำระดับประเทศ ขณะที่หน่วยงานบริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ดูแลคันกั้นน้ำ ระดับน้ำ คุณภาพน้ำ และระบบน้ำภายในพื้นที่ ทำให้การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้เกิดขึ้นบนระบบที่มีทั้งหน่วยงานรับผิดชอบ ข้อมูลตรวจวัด แบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ และโครงสร้างพื้นฐานรองรับอยู่ก่อนแล้ว

กรณีของเนเธอร์แลนด์จึงแสดงให้เห็นว่า การนำปัญญาประดิษฐ์เข้าสู่งานพยากรณ์และบริหารจัดการน้ำไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นหลังประเทศพัฒนาระบบป้องกันน้ำต่อเนื่องมาตั้งแต่มหาอุทกภัยปี 2496 ผ่านทั้งเขื่อน ประตูกั้นคลื่น การคืนพื้นที่ให้แม่น้ำ ระบบตรวจวัด และแบบจำลองทางวิทยาศาสตร์ ก่อนเพิ่มเงินลงทุน 14.5 ล้านยูโร หรือประมาณ 554 ล้านบาท ในกรอบเวลา 4 ปี เพื่อเพิ่มความเร็วและความสามารถในการจำลองสถานการณ์ ขณะที่ประสิทธิผลด้านการลดความเสียหายจากน้ำท่วมในระดับประเทศยังต้องติดตามจากการพัฒนาและใช้งานจริงต่อไป

อ้างอิง:

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พิษหย่อมความกดอากาศต่ำ! ไทยท่วม 27 จว. ซ้ำเมียนมาดินถล่มดับ-สูญหายอื้อ
พิษหย่อมความกดอากาศต่ำ! ไทยท่วม 27 จว. ซ้ำเมียนมาดินถล่มดับ-สูญหายอื้อ