ฝรั่งเศสเผชิญการประท้วงครั้งใหญ่ ประชาชนกว่า 550,000 คนทั่วประเทศออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาค่าครองชีพ ก่อนเกิดเหตุจลาจล เผาอาคารราชการ และปล้นร้านค้าในหลายเมือง ศาลากลางเก่าแก่กว่า 140 ปีถูกไฟไหม้เสียหายหนัก ขณะที่รัฐบาลรายงานผู้ถูกจับกุมประมาณ 1,200 คน และเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 150 คน
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ประชาชนหลายแสนคนทั่วฝรั่งเศสออกมาเดินขบวนประท้วงปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และการลดลงของคุณภาพบริการสาธารณะ ก่อนเกิดเหตุปะทะระหว่างกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายเมืองใหญ่ ทั้งกรุงปารีส ลียง มาร์เซย์ และลีมอฌ โดย Reuters รายงานว่า ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เดินขบวนอย่างสงบ แต่มีบุคคลบางกลุ่มก่อเหตุเผาทำลายทรัพย์สิน บุกอาคารราชการ และปล้นร้านค้า ส่งผลให้สถานการณ์ยืดเยื้อจนถึงช่วงกลางคืน
โลรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส เปิดเผยว่า มีประชาชนเข้าร่วมการเดินขบวนทั่วประเทศประมาณ 550,000 คน จากการชุมนุม 110 ขบวน โดยเฉพาะในกรุงปารีสที่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 110,000 คน ขณะที่สหภาพแรงงาน CGT ประเมินจำนวนผู้ชุมนุมทั่วประเทศสูงถึง 800,000 คน ซึ่งมากกว่าตัวเลขของรัฐบาลประมาณ 250,000 คน
สำหรับที่มาของการประท้วงครั้งนี้ Euronews และ Le Parisien รายงานว่า การเคลื่อนไหววันที่ 17 ตุลาคม มีจุดเริ่มต้นจากการเรียกร้องผ่านสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน เพื่อประท้วงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าครองชีพ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มเสื้อกั๊กเหลือง ซึ่งเคยเคลื่อนไหวต่อต้านความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในฝรั่งเศสเมื่อปี 2561 จึงไม่ใช่การประท้วงของกลุ่มนักเรียนที่เรียกร้องการปฏิรูปการศึกษาในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้โดยตรง แต่ต่อมากลุ่มนักเรียนและนักศึกษาได้เข้าร่วมการชุมนุมครั้งนี้ด้วย ทำให้ข้อเรียกร้องขยายไปสู่ปัญหาการศึกษา ความเหลื่อมล้ำ และการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล
ด้าน AP รายงานว่า การประท้วงได้รับการสนับสนุนจากสหภาพแรงงาน CGT รวมถึงองค์กรนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคม โดยมีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มค่าจ้างและเงินบำนาญ ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภค และรักษาคุณภาพบริการสาธารณะ ขณะที่นักเรียนมัธยมซึ่งเคลื่อนไหวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกันยายน ยังคงเรียกร้องให้แก้ปัญหาขาดแคลนครู อาคารเรียนทรุดโทรม และความแออัดภายในห้องเรียน
สถานการณ์ในกรุงปารีสเริ่มรุนแรงบริเวณจัตุรัสสาธารณรัฐ ซึ่งเป็นจุดรวมตัวสำคัญของผู้ชุมนุม โดย AP รายงานว่า กลุ่มบุคคลสวมหน้ากากและเสื้อผ้าสีดำขว้างพลุ ก้อนหิน และสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนตำรวจตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อควบคุมสถานการณ์ มีรายงานการจุดไฟเผารถยนต์ ถังขยะ และแผงจำหน่ายหนังสือพิมพ์ รวมถึงการทุบกระจกร้านค้าและเข้าไปขโมยสินค้า ขณะที่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ยังคงเดินขบวนไปตามเส้นทางที่กำหนด
กลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามบุกเข้าไปในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าหลายแห่งในใจกลางกรุงปารีส มีการทุบทำลายธนาคาร ปล้นร้านเสื้อผ้าและร้านโทรศัพท์มือถือ รวมถึงจุดไฟเผารถยนต์ตามถนนหลายสาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องปิดสถานีรถไฟใต้ดินบางแห่งใกล้สถานที่ราชการสำคัญ เพื่อจำกัดการเข้าถึงพื้นที่เสี่ยงต่อการปะทะ
ความรุนแรงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกรุงปารีส โดยที่เมืองลียง กลุ่มผู้ก่อเหตุบุกทำลายสำนักงานการท่องเที่ยวและจุดไฟเผาอาคาร ก่อนเกิดเหตุปล้นร้านค้าในย่านการค้าช่วงเย็น ส่วนที่เมืองมาร์เซย์ กลุ่มผู้ก่อเหตุหลายสิบคนพังประตูและบุกเข้าไปภายในโถงศาลากลางเมือง พร้อมพ่นสีข้อความบนผนัง ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์และผลักดันออกจากอาคาร
นอกจากนี้ ยังเกิดเหตุทำลายทรัพย์สินและพยายามบุกอาคารราชการในเมืองบอร์โดซ์ ลีล กาแล และแบรสต์ รวมถึงเหตุปะทะในเมืองแรนส์ ตูลูส มงเปลิเยร์ และเกรอนอบล์ โดยเจ้าหน้าที่ต้องกระจายกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์หลายพื้นที่พร้อมกัน ขณะที่นายโลรองต์ นูเนซ ระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุบางส่วนเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วและแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยเพื่อโจมตีสถานที่หลายแห่ง
หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายหนักที่สุดเกิดขึ้นที่เมืองลีมอฌ ทางตอนกลางของฝรั่งเศส เมื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุบุกเข้าไปในศาลากลางเมืองซึ่งเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2426 หรือมีอายุประมาณ 143 ปี ก่อนจุดไฟเผาอาคารจนเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว โดย AFP รายงานว่า ก่อนเกิดเหตุวางเพลิง มีการจุดไฟเผารถตำรวจเทศบาลบริเวณด้านหน้าอาคาร จากนั้นกลุ่มบุคคลสวมหน้ากากได้ทุบกระจกและบุกเข้าไปภายในศาลากลางเพื่อก่อเหตุ
มอริซ บาราต ผู้ว่าราชการจังหวัดโอต-เวียนน์ เปิดเผยกับ AFP ว่า เพลิงไหม้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่ออาคารประวัติศาสตร์ หลังคาส่วนใหญ่พังถล่มลงมายังชั้นล่าง เหลือเพียงส่วนปีกตะวันตกที่ไม่ได้รับความเสียหายในลักษณะเดียวกัน ขณะที่ผนังภายนอกอาคารประมาณสองในสามส่วนถูกทำลาย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็น “หายนะต่อมรดกทางประวัติศาสตร์” และยืนยันว่าเป็นการวางเพลิงโดยเจตนาของกลุ่มผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่การกระทำของผู้ชุมนุมทั่วไป ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่และบุคลากรอยู่ภายในอาคารขณะเกิดเหตุ แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ศาลากลาง
สำหรับยอดความเสียหายและผู้ถูกจับกุม นายโลรองต์ นูเนซ รายงานในช่วงเย็นของวันที่ 17 ตุลาคมว่า มีผู้ถูกจับกุมประมาณ 400 คนทั่วประเทศ ก่อนที่ เซบาสเตียง เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส จะเปิดเผยตัวเลขล่าสุดในช่วงกลางคืนว่า จำนวนผู้ถูกจับกุมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,200 คน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและตำรวจทหารได้รับบาดเจ็บรวม 150 คน จากเหตุปะทะและการใช้ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในหลายเมือง
โลรองต์ นูเนซ กล่าวโทษกลุ่มฝ่ายซ้ายสุดโต่งว่ามีบทบาทในการก่อเหตุรุนแรง โดยระบุว่ามีการรวมกลุ่มเพื่อโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาคารสาธารณะ ขณะที่บุคคลอีกส่วนหนึ่งอาศัยสถานการณ์ความวุ่นวายเข้าปล้นร้านค้า อย่างไรก็ตาม Le Monde รายงานว่า ลักษณะของกลุ่มผู้ก่อเหตุในหลายพื้นที่มีความหลากหลาย ทั้งผู้ที่มีส่วนร่วมกับขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองและผู้ที่เข้ามาก่อเหตุปล้นทรัพย์สินระหว่างความวุ่นวาย
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสได้เปิดการสอบสวนกรณีผู้ชุมนุมวัยรุ่นได้รับบาดเจ็บสาหัสจนสูญเสียมือข้างหนึ่งที่เมืองแซ็งเตเตียนน์ โดยมีรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อาการบาดเจ็บจะเกี่ยวข้องกับระเบิดที่ตำรวจใช้ควบคุมฝูงชน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้ยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข้อวิจารณ์เกี่ยวกับวิธีควบคุมการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ หลังมีผู้ประท้วงได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะหลายครั้งในช่วงก่อนหน้านี้
ด้าน ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า “ไม่มีที่ว่างสำหรับความรุนแรงในสาธารณรัฐของเรา” พร้อมยืนยันว่าผู้ที่ทำลายทรัพย์สิน โจมตีสถานที่ราชการ และปล้นร้านค้าจะต้องถูกดำเนินคดีและได้รับโทษตามกฎหมาย รวมถึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันต่อต้านกลุ่มผู้สร้างความวุ่นวายที่ขัดขวางประชาชนจากการใช้สิทธิชุมนุมอย่างสงบ
เซบาสเตียง เลอกอร์นู กล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้กลุ่มที่ใช้ความรุนแรงเข้ามาข่มขู่หรือกำหนดทิศทางทางการเมือง พร้อมเตือนบุคคลที่ต้องการใช้เหตุการณ์นี้เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในปี 2570 ว่า จะไม่สามารถบังคับให้รัฐบาลยอมรับข้อเรียกร้องด้วยวิธีการรุนแรงได้
ล่าสุดวันที่ 18 ตุลาคม 2569 สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประเมินความเสียหายจากเหตุจลาจลและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเหตุเพลิงไหม้ศาลากลางเมืองลีมอฌ ซึ่งอาคารประวัติศาสตร์ได้รับความเสียหายอย่างหนักและยังต้องประเมินขอบเขตความเสียหายทั้งหมด ขณะที่มีการเตรียมจัดการเดินขบวนในเมืองลีมอฌเพื่อต่อต้านความรุนแรงและแสดงจุดยืนปกป้องสถาบันของรัฐ
อ้างอิง:
BBC News: France protests: Violent clashes, looting and buildings ablaze as over 1,000 arrested
Reuters: Mass protests in France spiral into worst riots in years
Al Jazeera: Tear gas and unrest as hundreds of thousands protest for reforms in France
RFI: Violence mars day of action over poor state of French schools and rising prices
dpa: Half a million protest in France as hundreds detained over riots




