News Logo
หน้าแรก
ฮานอยตัดดอกตีนเป็ดเกือบพันต้น รับฟังชาวเมืองร้องกลิ่นฉุนกระทบสุขภาพ

ฮานอยตัดดอกตีนเป็ดเกือบพันต้น รับฟังชาวเมืองร้องกลิ่นฉุนกระทบสุขภาพ

21 ต.ค. 2569 13:38
ผู้ชม 10 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ฮานอยตัดแต่งดอกตีนเป็ดเกือบ 1,000 ต้น หลังชาวเมืองร้องกลิ่นฉุนจนปวดหัว วิงเวียน กระทบชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อพิจารณาย้ายต้นไม้ออกจากชุมชนหนาแน่นในระยะยาว

ทางการกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เดินหน้าตัดแต่งช่อดอก “ต้นตีนเป็ด” หรือพญาสัตบรรณเกือบ 1,000 ต้น บนถนน 13 สายทั่วเมือง หลังประชาชนจำนวนมากร้องเรียนว่ากลิ่นดอกไม้ที่รุนแรงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งอาการปวดศีรษะ วิงเวียน และหายใจลำบาก ขณะที่เมืองหลวงเวียดนามมีต้นไม้ชนิดนี้อยู่ประมาณ 14,400 ต้น และกำลังพิจารณาย้ายบางส่วนออกจากพื้นที่ชุมชนหนาแน่นในระยะยาว

สำนักข่าว VnExpress ของเวียดนาม รายงานว่า ทางการกรุงฮานอยดำเนินการตัดแต่งช่อดอกตีนเป็ดครั้งใหญ่เป็นเวลา 5 วัน สิ้นสุดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมต้นไม้เกือบ 1,000 ต้น หรือประมาณร้อยละ 7 ของต้นตีนเป็ดทั้งหมดในเมือง โดยเจ้าหน้าที่ใช้รถกระเช้าและอุปกรณ์เฉพาะทางตัดช่อดอกและกิ่งที่กำลังออกดอก เพื่อลดกลิ่นที่ฟุ้งกระจาย โดยเฉพาะในช่วงเย็นและกลางคืน

พื้นที่ดำเนินการส่วนใหญ่เป็นถนนที่มีต้นตีนเป็ดขึ้นหนาแน่นใกล้บ้านเรือน โรงเรียน และโรงพยาบาล โดยถนนที่มีการตัดแต่งมากที่สุด ได้แก่ ถนนโฮตุงเมา 179 ต้น ถนนเลทันหงี 170 ต้น ถนนจุงฮวา 139 ต้น และถนนเลกวางดาว 125 ต้น รวมถึงถนนสายอื่นในเขตฮาดอง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการโดยไม่กระทบต่อรูปทรง ความแข็งแรง และการเจริญเติบโตของต้นไม้

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ทางการกรุงฮานอยออกแถลงการณ์ยอมรับว่า กลิ่นดอกตีนเป็ดส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน แม้ต้นไม้ชนิดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์และวัฒนธรรมของเมืองมาอย่างยาวนาน โดยต้นตีนเป็ดมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Alstonia scholaris ชาวเวียดนามเรียกว่า ฮวาเสือ (hoa sữa) ถูกนำมาปลูกตั้งแต่สมัยอาณานิคมฝรั่งเศส และกลายเป็นสัญลักษณ์ของฤดูใบไม้ร่วงที่ปรากฏในบทเพลงและบทกวีของเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม ต้นตีนเป็ดจะออกดอกในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม โดยดอกมีสีขาวอมเขียวและส่งกลิ่นหอมแรง โดยเฉพาะช่วงพลบค่ำและกลางคืน ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีต้นไม้ชนิดนี้หนาแน่นได้รับผลกระทบ ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นของ VnExpress พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณร้อยละ 80 สนับสนุนให้กำจัดหรือย้ายต้นตีนเป็ดออกจากพื้นที่ชุมชนหนาแน่น แต่ยังมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งต้องการอนุรักษ์ต้นไม้เหล่านี้ไว้ เนื่องจากเป็นเอกลักษณ์และความทรงจำของชาวฮานอยหลายรุ่น

ข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า กลิ่นดอกตีนเป็ดไม่ได้มีพิษหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพโดยตรง แต่กลิ่นที่มีความเข้มข้นสูงอาจรบกวนการพักผ่อนและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในถนนแคบหรือพื้นที่ที่มีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นใกล้บ้านเรือน จึงมีข้อเสนอให้หลีกเลี่ยงการปลูกต้นตีนเป็ดจำนวนมากในพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น

นอกจากมาตรการตัดแต่งช่อดอกเพื่อลดกลิ่นในระยะสั้นแล้ว VnExpress รายงานว่า ศูนย์บริหารโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค สังกัดกรมการก่อสร้างกรุงฮานอย ได้สั่งให้หน่วยงานท้องถิ่นสำรวจจำนวนและตำแหน่งต้นตีนเป็ด รวมถึงรวบรวมข้อร้องเรียนจากประชาชน โดยเฉพาะบริเวณใกล้ที่พักอาศัย โรงเรียน และโรงพยาบาล เพื่อประเมินความเหมาะสมในการย้ายต้นไม้บางส่วนออกจากพื้นที่

หลังการสำรวจ หน่วยงานท้องถิ่นจะจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนชุมชน เพื่อพิจารณาทางเลือกทั้งการเก็บต้นไม้ไว้ตามเดิม การตัดแต่งช่อดอกอย่างต่อเนื่อง หรือการย้ายบางส่วนไปปลูกในพื้นที่โล่งที่เหมาะสมกว่า พร้อมปลูกต้นไม้ชนิดอื่นทดแทน โดยทุกขั้นตอนต้องมีแผนดำเนินงานและได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

ด้านรองประธานคณะกรรมาธิการวัฒนธรรมและสังคมของรัฐสภาเวียดนาม ระบุว่า การแก้ไขปัญหาควรให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่าคุณค่าทางสัญลักษณ์ของต้นไม้ ขณะที่ ต่า ดิ่ง ที รองประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม เห็นว่า ไม่ควรเร่งตัดต้นไม้ที่เติบโตเต็มที่แล้ว เนื่องจากต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสามารถปลูกทดแทนให้มีขนาดและให้ร่มเงาได้เท่าเดิม

ก่อนหน้านี้ ในปี 2562 ทางการฮานอยเคยย้ายต้นตีนเป็ดประมาณ 100 ต้นไปยังพื้นที่ชานเมือง ส่วนแผนย้ายต้นไม้ 80 ต้นในปี 2566 ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากประชาชนบางส่วนคัดค้าน โดยทางการยืนยันว่าการดำเนินงานครั้งล่าสุดไม่มีแผนกำจัดต้นตีนเป็ดทั้งหมดหรือเปลี่ยนต้นไม้ทั้งถนนเป็นชนิดอื่น แต่จะพิจารณาตามปัญหาของแต่ละพื้นที่

สำหรับขั้นตอนต่อไป หน่วยงานท้องถิ่นต้องส่งข้อเสนอเกี่ยวกับจำนวนต้นไม้ที่จะย้าย พื้นที่ปลูกใหม่ ชนิดต้นไม้ทดแทน และงบประมาณให้กรมการก่อสร้างกรุงฮานอยภายในวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เพื่อเสนอคณะกรรมการบริหารเมืองพิจารณาอนุมัติ โดยแนวทางระยะยาวจะเน้นลดผลกระทบต่อประชาชนควบคู่กับการรักษาพื้นที่สีเขียวและเอกลักษณ์ของกรุงฮานอย

อ้างอิง:  

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อินโดฯ ประท้วงเดือด ครบ 2 ปี รบ. ‘ปราโบโว’ จี้แก้ไฟป่า-น้ำท่วมล่าช้า
อินโดฯ ประท้วงเดือด ครบ 2 ปี รบ. ‘ปราโบโว’ จี้แก้ไฟป่า-น้ำท่วมล่าช้า