"...ล่าสุด ข้อกล่าวหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าข่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สินเกิน 3 พันบาท จากกรณีการครอบครองนาฬิกาหรู จำนวน 22 เรือน ก็ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตีตกข้อกล่าวหาไปแล้ว ตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 ที่ผ่านมา ปัจจุบันผ่านมาเกือบ 3 ปี สำนักงาน ป.ป.ช. ก็ยังไม่ได้มีการเผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องนี้อย่างเป็นทางการต่อสาธารณชนแต่อย่างใด..."
การตีตกคดีกล่าวหานักการเมืองชื่อดัง ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยไม่มีการเปิดแถลงชี้แจงมติต่อสาธารณชนเป็นทางการ กำลังถูกจับตามองมากขึ้น
เมื่อสำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลสำคัญว่า นอกจากกรณี คดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินจากการไม่แจ้งข้อมูลการเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่นตัวจริง หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่านายศักดิ์สยาม ยังคงถือครองไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ตัวจริง รวมไปถึงในส่วนของคดีอาญาที่เป็นผลพ่วงมาจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่านายศักดิ์สยาม ยังคงถือครองไว้ซึ่งหุ้นส่วนและยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของ หจก.บุรีเจริญฯ ตัวจริง เรื่องการเข้าเป็นคู่สัญญาหน่วยงานภาครัฐ จากการที่ หจก.บุรีเจริญฯ เข้าไปเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐสังกัดกระทรวงคมนาคม อาทิ แขวงการทางหลวงบุรีรัมย์ แขวงทางหลวงชนบทบุรีรัมย์ และการรถไฟแห่งประเทศไทย
ที่สำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันข้อมูลพบว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตีตกข้อกล่าวหานายศักดิ์สยามทั้ง 2 กรณีไปตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2568 แต่ไม่มีการเปิดเผยมติเป็นทางการต่อสาธารณชน ก่อนที่สำนักงาน ป.ป.ช. จะเผยแพร่คำชี้แจงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569

ภาพประกอบรายงาน
ล่าสุด ข้อกล่าวหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าข่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สินเกิน 3 พันบาท จากกรณีการครอบครองนาฬิกาหรู จำนวน 22 เรือน ก็ถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตีตกข้อกล่าวหาไปแล้ว ตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 ที่ผ่านมา ปัจจุบันผ่านมาเกือบ 3 ปี สำนักงาน ป.ป.ช. ก็ยังไม่ได้มีการเผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องนี้อย่างเป็นทางการต่อสาธารณชนแต่อย่างใด
สำหรับกรณีนี้ กล่าวหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้าข่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สินเกิน 3 พันบาทนั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากในช่วงเดือนธันวาคม 2561 ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติ 5 ต่อ 3 ให้ข้อกล่าวหากรณีการครอบครองนาฬิกาหรู และแหวนมารดา ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตกไป
โดย พล.อ.ประวิตร ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้วว่า นาฬิกาทั้งหมด 22 เรือน ยืมจากนายปัฐวาท ศรีสุขวงศ์ ที่เป็นเพื่อนสนิท และได้คืนไปหมดแล้ว ไม่มีมูลเพียงพอว่า พล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่า มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สิน
แต่มีการยืนยันข้อมูลว่า ป.ป.ช. ได้แยกเรื่องเข้าข่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สินเกิน 3 พันบาท จากกรณีนาฬิกาหรู มาสอบเพิ่มอีกสำนวนหนึ่ง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
โดยกรณีนี้ นายประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักข่าว Next News เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารสถาบันอิศรา เคยเปิดประเด็นตั้งคำถามครั้งแรกในการจัดกิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ประเทศไทย ไม่ทน ไม่เฉย รวมไทยต้านโกง เมื่อวันที่ 09 ธันวาคม 2564 ว่า คดียืมนาฬิกามูลค่า 3 ล้านบาทต่อเนื่องกันเป็นเวลา 10 เดือนเป็นอย่างน้อยตั้งแต่ผู้ให้ยืมเสียชีวิต การยืมแบบนี้นั้นถือว่าเป็นการให้ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาทหรือไม่?
ขณะที่ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. (ในขณะนั้น) ตอบคำถามว่า ในประเด็นการกล่าวหาเรื่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในกรณีเรื่องการยืมนาฬิกาเพื่อนนั้น ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการวินิจฉัยไปแล้วว่า การยืมทรัพย์สินตัวนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินของเขาเอง เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องลงรายการในบัญชีทรัพย์สิน เรื่องนี้จบไปแล้ว
"ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือว่า แล้วการยืมนั้นเป็นการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเกินกว่า 3,000 บาท ตามประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในมาตรา 103 ตามกฎหมายเดิมหรือไม่ เรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่เจ้าของเรื่องได้มีการตรวจสอบรายละเอียดรวมทั้งมูลค่า มีการขอทราบข้อเท็จจริงไปยังกรมศุลกากร กรณีที่มีบุตรสาวของทางผู้ให้ยืมนาฬิกาไปเสียค่าปรับนาฬิกา เพราะฉะนั้นขั้นตอนในกระบวนการเหล่านี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริง และมันจะมีข้อกฎหมายตามมาว่า การให้ยืมนั้นถือเป็นประโยชน์อื่นใดหรือไม่"
นายนิวัติไชย ยังกล่าวด้วยว่า "นี่ถือเป็นประเด็นกฎหมายที่สำคัญ เพราะว่าการยืมมันจะมีอยู่สองกรณี คือยืมแบบมีมูลค่า เช่น เวลาที่เราไปเช่าสินค้าหรือเช่ารถยนต์ในทางธุรกิจ มันก็จะมีลักษณะของการประกอบธุรกิจซึ่งมันมีมูลค่าอยู่ แต่ในกรณีที่เพื่อนซึ่งให้ยืมกันเอง การคิดมูลค่า ตรงนี้นั้นจะสามารถคิดมูลค่าเป็นเงินได้หรือไม่ เพราะบางครั้งมันอาจจะเป็นเรื่องน้ำใจ หรือว่าเขามีสิ่งของซึ่งเขาอาจจะให้ยืมไปก่อน หรืออะไรต่าง ๆ นั้น ตรงนี้ถือเป็นประเด็นที่ต้องวินิจฉัยพอสมควร"
"ในปัจจุบันเราก็ให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติม ความจริงนั้นมีการเข้าอนุกรรมการกลั่นกรองมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ประเด็นนั้นยังไม่ตกผลึก ก็เลยต้องให้มีการไปตรวจสอบว่า ในประเด็นที่มีการเสียค่าปรับที่ศุลกากรนั้นมีมูลค่าเท่าไรกันแน่ ซึ่งเข้าใจว่าทางศุลกากรส่งรายละเอียดมาให้แล้ว แต่คงต้องตรวจสอบอีกว่าเรื่องนี้ไปถึงไหน สรุปหรือยัง" นายนิวัติไชย ระบุ

ภาพประกอบรายงาน
'ประสงค์ ถาม ป.ป.ช. ตอบ' : ยืมนาฬิกาหรูเพื่อนหลายปีเข้าข่ายรับของเกิน 3 พันหรือไม่?
หลังจากนั้น ในช่วงเดือนมี.ค. 2565 ปรากฏข่าวว่า คณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องกล่าวหาประจำสำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ได้ตีตกข้อกล่าวหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี "ประยุทธ์ 1" รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กรณียืมนาฬิกาหรู จำนวน 25 เรือน ของเพื่อนมาใช้ ในประเด็นข้อกล่าวหาสุดท้ายว่า การยืมนาฬิกาหรูแบบนี้ถือว่าเป็นการให้ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาทหรือไม่
พนักงานเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่า ผู้ถูกร้องยืมนาฬิกา จำนวน 22 เรือน มาจากนายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ และเมื่อใช้เสร็จก็ได้คืนเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเป็นการยืมใช้คงรูป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 640, 641 ดังนั้น การได้รับประโยชน์ใช้สอยจากนาฬิกาจึงเป็นประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมายที่ผู้ยืมพึงมีสิทธิได้รับ การกระทำของผู้ถูกร้องจึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 103 เห็นควรไม่รับเรื่อง
สำหรับบทลงโทษการรับทรัพย์สินที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท เป็นไปตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกระทำความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม มาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (https://www.nacc.go.th/categorydetail/20180831184638361/20240918135242?)
หลังจากนั้น คดีนี้ก็เงียบหายไป จนกระทั่งสำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันข้อมูลพบว่า ข้อกล่าวหา พล.อ.ประวิตร เข้าข่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐรับทรัพย์สินเกิน 3 พันบาท จากกรณีการครอบครองนาฬิกาหรู ได้มีการเสนอเรื่องต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้พิจารณาสำนวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการ
ขณะที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตีตกข้อกล่าวหานี้ไปแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2566 ตามปรากฏข่าวข้างต้น
หากมีข้อมูลเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมาเสนอให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไป
อ่าน/ดูเรื่องประกอบ
หจก.บุรีเจริญฯ‘ศักดิ์สยาม’กวาดงานรัฐหลังพ้นรมต.อีก 46 โครงการ437.5 ล.
ป.ป.ช.สรุปผลสอบเบื้องต้น'ศักดิ์สยาม' ไม่จงใจปกปิดหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ
ย้อนคำวินิจฉัยศาลรธน. 'ศักดิ์สยาม’ เจ้าของตัวจริง หจก.บุรีเจริญฯ
คอนเฟิร์ม!ป.ป.ช.ยกคำร้อง'ศักดิ์สยาม'จงใจปกปิดหุ้นฯ ตั้งแต่ก.ย.68 แล้ว
'ศักดิ์สยาม' รอดคดี 2! ป.ป.ช.ตีตกปมคู่สัญญารับงานคมนาคมพันล้าน
เลขาป.ป.ช.เผยจะทำเอกสารชี้แจง กรณีตีตกคดีอาญา 'ศักดิ์สยาม' รับงานรัฐ
ป.ป.ช.แจงไม่ได้พังทั้งระบบ? ตีตก 'ศักดิ์สยาม'จงใจปกปิดหุ้นสวนศาล รธน.
ป.ป.ช.แจงตีตกคดี'ศักดิ์สยาม' ยื่นบช.ก่อนศาลรธน.วินิจฉัย-ไม่มีมูลงานรัฐ
หลักฐาน 'ศักดิ์สยาม’สั่งคุมโครงการคมนาคม ก่อน ป.ป.ช.ตีตกแทรกแซงงานรัฐ
หลักฐานชิ้น 2 หนังสือ 'ศักดิ์สยาม' ปี 62 สั่งคุุมโครงการระดับ 100 ล.
ท่าที สตง. ตัวละครหลัก ป.ป.ช. อ้างชื่อ (ช่วย) ตีตกคดี 'ศักดิ์สยาม'
ใครเป็นใคร? ช่วงเวลาป.ป.ช. ตีตกคดี 'ศักดิ์สยาม' เดือน ก.ย. 2 กรณีรวด
ที่แรก! เปิดตัว จนท-สำนวนต้นเรื่อง ชง ป.ป.ช.ตีตกคดีศักดิ์สยาม ซุกหุ้น
เปิดสัญญาประนีประนอม 'ศักดิ์สยาม' ป.ป.ช. เชื่อตีตกคดีซุกหุ้น
ป.ป.ช.ร้อน! สั่งด่วนทุกหน่วยปั่นโซเชียล กลบกระแสตีตกคดี 'ศักดิ์สยาม'
ข่าวเกี่ยวกับพล.อ.ประวิตร




