News Logo
หน้าแรก
หลักฐานชิ้น 2 หนังสือ 'ศักดิ์สยาม' ปี 62 สั่งคุุมโครงการระดับ 100 ล.

หลักฐานชิ้น 2 หนังสือ 'ศักดิ์สยาม' ปี 62 สั่งคุุมโครงการระดับ 100 ล.

25 เม.ย. 2569 08:19
ผู้ชม 41 คน

"...หนังสือฉบับนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ทำถึงปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีทุกกรม 13 ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจและบริษัทในสังกัดกระทรวงคมนาคม อ้างคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น เกี่ยวกับการเสนอเรื่องต่างๆ ของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนโยบายเร่งด่วน การแต่งตั้งโยกย้าย การใช้งบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป และวาระการประชุมคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจหรือบริษัท ให้นายศักดิ์สยามทราบก่อนไม่น้อยกว่า 7 วัน...."

ประเด็นขยายผลตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก!

กรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่คำชี้แจงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีตีตกคดี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซุกหุ้นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และการเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ว่า ไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ในส่วนของการเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงคมนาคมของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ที่ ป.ป.ช.ระบุว่า ยังตรวจสอบไม่พบว่า นายศักดิ์สยาม ได้มีการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น แต่อย่างใด พยานหลักฐานจึงไม่มีมูลให้รับฟังว่า การกระทำของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แทรกแซง หรือมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด

Portrait Cover Image

Portrait Cover Image

สำนักข่าว Next News นำข้อมูลมาเสนอไปแล้วว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2565 ระหว่างที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงนามในหนังสือ เลขที่ คค.0100/3300 เรื่อง การบริหารงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2566 มีเนื้อหาสาระสำคัญเกี่ยวกับการให้ปลัดกระทรวง อธิบดีทุกกรม ผู้บริหารหน่วยงานของรัฐ และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจทุกแห่งถือปฏิบัติ ในเรื่องการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม

สาระสำคัญในหนังสือฉบับนี้ มี 4 ประเด็นหลัก คือ

  1. ส่งข้อมูลงบลงทุน ให้ส่งบัญชีรายการงบลงทุนทุกประเภท ปีงบประมาณ 2566 ถึงสำนักงานรัฐมนตรี ภายใน 1 ต.ค. 2565

2.รายงานก่อนจัดซื้อจัดจ้าง ก่อนดำเนินโครงการ ต้องรายงานสถานะโครงการ พร้อม TOR และ Timeline ให้รัฐมนตรีทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ

  1. รายงานผลหลังคัดเลือกเอกชน เมื่อทราบผลประกวดราคาหรือคัดเลือกผู้รับจ้างแล้ว ต้องรายงานผลให้รัฐมนตรีทราบภายใน 7 วันทำการ ก่อนลงนามสัญญา

  2. กำชับให้ปฏิบัติตามเคร่งครัด หากไม่ทำตาม ถือว่าไม่ปฏิบัติตามนโยบายรัฐมนตรี และไม่สอดคล้องหลักธรรมาภิบาล

ทั้งนี้ ในหนังสือฉบับนี้ ยังระบุว่า นอกเหนือจากความใน 4 ข้อข้างต้น ให้กระทรวง กรม หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ ทุกแห่ง ยังคงถือปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงคมนาคม ด่วนที่สุด ที่ คค.0100/1421 ลงวันที่ 27 ส.ค. 2562, หนังสือกระทรวงคมนาคม ด่วนที่สุด ที่ คค.0100/645 ลงวันที่ 3 มี.ค. 2563 และหนังสือกระทรวงคมนาคม ด่วนที่สุด ที่ คค.0100/ว2680 ลงวันที่ 6 ต.ค. 2563 เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับหนังสือฉบับนี้

ภาพประกอบรายงานข่าว

ภาพประกอบรายงานข่าว

หลักฐาน 'ศักดิ์สยาม’สั่งคุมโครงการคมนาคม ก่อน ป.ป.ช.ตีตกแทรกแซงงานรัฐ

น่าสนใจว่า หนังสืออีก 3 ฉบับที่อ้างถึง คือ หนังสือกระทรวงคมนาคม ด่วนที่สุด ที่ คค.0100/1421 ลงวันที่ 27 ส.ค. 2562, หนังสือกระทรวงคมนาคม ด่วนที่สุด ที่ คค.0100/645 ลงวันที่ 3 มี.ค. 2563 และหนังสือกระทรวงคมนาคม ด่วนที่สุด ที่ คค.0100/ว2680 ลงวันที่ 6 ต.ค. 2563

มีอยู่จริงหรือไม่? รายละเอียดเป็นอย่างไร?

สำนักข่าว Next News พยายามสืบค้นฐานข้อมูลหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม แต่ยังไม่พบข้อมูลไฟล์หนังสือทั้ง 3 ฉบับข้างต้น

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ให้ข้อมูลยืนยัน สำนักข่าว Next News ว่า หนังสือทั้ง 3 ฉบับข้างต้น มีอยู่จริง โดยข้อมูลที่สามารถยืนยันได้ชัดเจน คือ หนังสือกระทรวงคมนาคม ด่วนที่สุด ที่ คค.0100/1421 ลงวันที่ 27 ส.ค. 2562

หนังสือฉบับนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้ทำถึงปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีทุกกรม 13 ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจและบริษัทในสังกัดกระทรวงคมนาคม อ้างคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น เกี่ยวกับการเสนอเรื่องต่างๆ ของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนโยบายเร่งด่วน การแต่งตั้งโยกย้าย การใช้งบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป และวาระการประชุมคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจหรือบริษัท ให้นายศักดิ์สยามทราบก่อนไม่น้อยกว่า 7 วัน

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันข้อมูลจากการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ในช่วงปี 2562

พบว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ไทยพีบีเอสออนไลน์ (https://www.thaipbs.or.th/news/content/285722) ได้เผยแพร่ข่าวคำให้สัมภาษณ์ของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม มีการกล่าวอ้างถึงหนังสือสั่งการที่ คค 0100/1421 ลงวันที่ 27 ส.ค.2562

ระบุว่า สำหรับประเด็นการอภิปราย รมว.คมนาคม เรื่องการล้วงลูกในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเพื่อครอบงำการบริหารนั้น ได้มีการซักซ้อมข้อปฏิบัติงานตามหนังสือสั่งการที่ คค 0100/1421 ลงวันที่ 27 ส.ค.2562 เรื่องการนำนโยบายของกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติ โดยเป็นเรื่องของการกำกับงานที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ

ส่วนหนังสือที่ออกมายืนยันว่า ไม่ได้เป็นการแทรกแซงการปฏิบัติงานของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 20 ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา 11 ที่เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงจะทำหน้าที่กำกับควบคุมอยู่แล้ว และได้มอบหมายในแต่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจกลับไปตรวจสอบการดำเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแผนการปฏิบัติงาน ซึ่งหากมีส่วนใดต้องเร่งแก้ไขก็ให้เร่งดำเนินการ และต้องมีรายงานการปฏิบัติงานตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ทุก 3 เดือน นอกจากนี้ยังให้ไปพิจารณาปรับปรุงระเบียบกฎหมายที่ล้าสมัย และเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน โดยให้มีความเป็นปัจจุบันเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน

ขณะเดียวกันยังได้สั่งการให้แต่ละหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ ไปตรวจสอบสิ่งที่จะต้องเตรียมเพื่ออธิบายกับทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณประจำปี 2563 ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการแปรญัตติ 30 วัน โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคมอยู่ในช่วงวันที่ 11 - 12 พ.ย.นี้ ที่ทางคณะกรรมาธิการฯ จะเชิญทาง กระทรวงคมนาคมไปชี้แจงข้อมูลที่จะมีนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นหัวหน้าคณะชี้แจงจึงต้องมีการเตรียมข้อมูล หากมีความจำเป็นที่จะต้องมีการแปรญัตติเพิ่ม ก็ต้องเตรียมข้อมูลไว้พร้อมกับเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องนำเสนอคณะกรรมาธิการฯ และเป็นข้อมูลไว้ชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในขั้นตอนพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 ต่อไป

รวมถึงการดำเนินการจัดทำงบประมาณประจำปี 2564 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้พิจารณาให้ความเห็นชอบการจัดทำงบประมาณและปฏิทินงบประมาณประจำปี 2564 แล้ว โดยหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนในการปรับปรุงและพิจารณาข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานโดยวันที่ 21 มกราคม 2563จะเป็นวันสุดท้ายที่ต้องรายงานงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปให้นำเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป

ภาพประกอบการนำเสนอข่าวของ ไทยพีบีเอส

ภาพประกอบการนำเสนอข่าวของ ไทยพีบีเอส

ส่วนฐานเศรษฐกิจ (https://www.thansettakij.com/business/408579) ก็ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดในหนังสือฉบับนี้ ระบุว่า นายศักดิ์สยาม ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่ คค 0100/1421 ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ถึงปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีทุกกรม 13 ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจและบริษัทในสังกัดกระทรวงคมนาคม เสนอเรื่องต่างๆ ของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนโยบายเร่งด่วน การแต่งตั้งโยกย้าย การใช้งบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป และวาระการประชุมคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจหรือบริษัท ให้นายศักดิ์สยามทราบก่อนไม่น้อยกว่า 7 วัน

หนังสือฉบับดังกล่าวระบุว่า ตามที่ได้มอบนโยบายของกระทรวงคมนาคมให้แก่ปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้กรม รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม นํานโยบายไปสู่การปฏิบัติภายใต้การบูรณาการให้ประสาน สอดคล้อง และตอบสนองต่อแนวนโยบายแห่งรัฐ ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580 รวมทั้งนโยบายของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและสนับสนุนแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อแบ่งเบาภาระของ ประชาชนเพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นั้น

เพื่อให้การแปรนโยบายของกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติ เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้การบริหารงบประมาณของรัฐบาลเป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการประชุม คณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 จึงให้กระทรวง กรม รัฐวิสาหกิจนําเสนอเรื่องต่างๆ ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมทราบก่อนไม่น้อยกว่า 7 วันทําการ ดังนี้

1. แผนปฏิบัติการตามนโยบายและโครงการสําคัญเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศและประชาชน

2. การบริหารงานบุคคล การบรรจุ การคัดเลือก การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือคําสั่ง การออกจากตําแหน่ง สอบสวนวินัยและการลงโทษข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ตําแหน่งนักบริหารระดับสูง นักบริหารระดับต้น และผู้บริหาร รองผู้บริหารและผู้ช่วยผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ

3. การขออนุมัติดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามแผนงานโครงการ ที่มีวงเงินงบประมาณตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป

4. รายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2562 และ พ.ศ. 2563 ทุกเดือน ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป โดยมีเป้าหมายให้ส่วนราชการต้องเบิกจ่ายให้ได้ไม่น้อยกว่า 60% และรัฐวิสาหกิจต้องเบิกจ่ายให้ได้ไม่น้อยกว่า 70% 5. ระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการบริหารรัฐวิสาหกิจก่อนการประชุม 7 วันทําการ และรายงานการประชุมฯ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมไม่เกิน 7 วันทําการ

ภาพประกอบการนำเสนอข่าวของ ฐานเศรษฐกิจ

ภาพประกอบการนำเสนอข่าวของ ฐานเศรษฐกิจ

จากข้อมูลที่ตรวจสอบพบข้างต้นทั้ง 2 ส่วน ทำให้สามารถยืนยันได้ว่า หนังสือสั่งการที่ คค 0100/1421 ลงวันที่ 27 ส.ค.2562 มีอยู่จริง

เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลในหนังสือฉบับนี้ จะพบว่า เป็นการสะท้อนการทำงานของ นายศักดิ์สยาม ที่มีการรวมศูนย์อำนาจบริหารไว้ที่ตนเอง โดยการกำหนดให้ทุกหน่วยงานในสังกัดต้องเสนอเรื่องสำคัญให้รัฐมนตรีรับทราบล่วงหน้า 7 วัน ไม่ว่าจะเป็นงานบุคคล งบประมาณ หรือบอร์ดรัฐวิสาหกิจ แสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจหลายด้านถูกดึงเข้าสู่ศูนย์กลางที่ฝ่ายการเมือง มากกว่าปล่อยให้หน่วยงานใช้ดุลยพินิจตามสายบังคับบัญชาปกติ

ขณะที่สาระสำคัญของหนังสือไม่ได้จำกัดแค่การติดตามนโยบาย แต่ครอบคลุม 3 เรื่องหลัก คือ 1. การแต่งตั้งโยกย้าย เลื่อนขั้น สอบวินัย 2. รายงานการเบิกจ่ายงบประมาณทุกเดือนโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีมูลค่าตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป

ถือเป็นการกำกับดูแลเชิงลึกต่อหน่วยงานในสังกัดทั้งหมด

ทั้งนี้ แม้รัฐมนตรีจะมีอำนาจกำหนดนโยบายและกำกับราชการ แต่เมื่อหนังสือระบุให้เสนอเรื่องบุคคลและจัดซื้อจัดจ้างล่วงหน้า อาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นเพียงการ “รับทราบ” หรือเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปมีอิทธิพลต่อกระบวนการบริหารภายในหน่วยงาน

โดยเฉพาะเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งตามหลักการควรอยู่ภายใต้หลักแข่งขัน โปร่งใส และอิสระของคณะกรรมการตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง

แต่อีกด้านหนึ่ง หนังสืออาจถูกมองว่าเป็นความพยายามเร่งรัดการทำงาน ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในขณะนั้น รวมถึงติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณให้ทันเป้าหมายของ ครม.

แต่ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ หนังสือฉบับนี้ ถือเป็นหลักฐานเชิงเอกสารที่สามารถนำไปใช้ตรวจสอบได้ว่า รัฐมนตรีในขณะนั้นมีบทบาทเพียงกำหนดนโยบาย หรือก้าวล่วงไปสู่การควบคุมงานประจำและการบริหารภายในหน่วยงาน เพราะเป็นเอกสารสะท้อนอำนาจกำกับของรัฐมนตรี” ที่เข้มข้นมาก เพราะแตะทั้งบุคลากร งบประมาณ และโครงการใหญ่ ระดับ 100 ล้าน ในกระทรวงคมมนาคม

ส่วนคำถามที่น่าสนใจหลังการตรวจสอบพบหนังสือเอกสารหลักฐาน ชิ้นนี้

ก็ยังเป็นคำถามเดิมที่เคยตั้งไว้ ในการตรวจสอบพบหนังสือ เลขที่ คค.0100/3300 เรื่อง การบริหารงบประมาณสำหรับปีงบประมาณ 2566 มีเนื้อหาสาระสำคัญเกี่ยวกับการให้ปลัดกระทรวง อธิบดีทุกกรม ผู้บริหารหน่วยงานของรัฐ และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจทุกแห่งถือปฏิบัติ ในเรื่องการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม (หลักฐาน 'ศักดิ์สยาม’สั่งคุมโครงการคมนาคม ก่อน ป.ป.ช.ตีตกแทรกแซงงานรัฐ)

คือ ในการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ยืนยันอย่างหนักแน่น ว่า จากการพิจารณาพยานเอกสารหลักฐานต่างๆ แล้ว ยังไม่มีมูลให้รับฟังว่า การกระทำของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มีการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แทรกแซง หรือมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมายแต่ประการใด

ป.ป.ช. รับทราบการมีอยู่ของหนังสือฉบับนี้ และนำเข้าสำนวนสอบด้วยหรือไม่ ? มีการตรวจสอบขยายผลข้อมูลเชิงลึกจากหนังสือฉบับนี้ต่อหรือไม่?

เพราะการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ ถือเป็นภารกิจหน้าที่สำคัญโดยตรงของ ป.ป.ช. มิใช่หรือ?

โปรดฟังอีกครั้ง!

ลำพังข้ออ้างเพียงแค่ว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอเอกสารจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ก็ไม่ปรากฏข้อร้องเรียนว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น และนิติบุคคลอื่น ที่ชนะการเสนอราคา และได้เข้าทำสัญญากับกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ในระหว่างปีงบประมาณ 2562 ถึง 2566 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น ได้มีการแทรกแซงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น แต่อย่างใด

เหมาะสมถูกต้อง กับ บทบาทหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการเป็นหน่วยงานหลักด้านการปราบปรามปัญหาทุจริตของประเทศแล้ว ใช่หรือไม่?

อ่าน/ดูเรื่องประกอบ



แท็กที่เกี่ยวข้อง
ศักดิ์สยาม ชิดชอบ
บัญชีทรัพย์สิน
ข่าวทุจริต
ตีตกคดีซุกหุ้น
ป.ป.ช.
ศาลรัฐธรรมนูญ



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุก 115 ปี! อดีตนายกเทศฯ ภูปอ กาฬสินธุ์ ตบทรัพย์ต่อสัญญาจ้าง พนง.
คุก 115 ปี! อดีตนายกเทศฯ ภูปอ กาฬสินธุ์ ตบทรัพย์ต่อสัญญาจ้าง พนง.