News Logo
หน้าแรก
พฤติการณ์ คุก 2 ปี อดีตนักวิชาการเกษตรพังงา ตรวจรับวัสดุอาหารร.ร.มิชอบ

พฤติการณ์ คุก 2 ปี อดีตนักวิชาการเกษตรพังงา ตรวจรับวัสดุอาหารร.ร.มิชอบ

20 พ.ค. 2569 14:45
ผู้ชม 467 คน

"...ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองราย ได้ออกใบตรวจรับพัสดุ ฉบับลงวันที่ 14 ธันวาคม 2563 รับรองว่า พัสดุมีความถูกต้องและครบถ้วนตามสัญญา ทั้งที่ ไม่ได้เดินทางไปตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายส่งมอบพัสดุ ทำให้เกิดความเสียหายต่อจังหวัดพังงา และผู้ขาย..."

คดีกล่าวหา นางสาวอรสา ช่วยบำรุง อดีตนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ประธานกรรมการตรวจรับพัสดุสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา กับพวก ไม่ตรวจรับวัสดุการเกษตร ตามโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตามแนวพระราชดำริตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดพังงา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา

สำนักข่าว Next News รายงานผลคดีไปแล้วว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า นางสาวอรสา ช่วยบำรุง จำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172

การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามมาตรา 157 กับตาม พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 มีระวางโทษเท่ากัน แต่มีระวางโทษสูงกว่าความผิดตามมาตรา 162 (1) ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 ปี

คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ มากขึ้น สำนักข่าว Next News นำรายละเอียดมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด นางสาวอรสา ช่วยบำรุง และพวก มาเสนอ แบบชัดๆ ณ ที่นี้

@ ที่มาคดี

คดีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติมอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้น เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหา นางสาวอรสา ช่วยบำรุง กับพวกรวม 2 คน กรณีไม่ตรวจรับวัสดุการเกษตร ตามโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตามแนวพระราชดำริ ตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดพังงา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563

จากการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่า โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันในโรงเรียนตามแนวพระราชดำริ เป็นโครงการตามแผนปฏิบัติราชการจังหวัดพังงา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เป็นการจัดซื้อวัสดุการเกษตร 9 รายการ คือ ถาดเพาะดินปลูก เมล็ดพันธุ์ผัก อาหารปลาดุก เวชภัณฑ์ ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า พันธุ์ปลาดุก พันธุ์ไก่ไข่ และอาหารไก่

มีสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงาเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการ มีนางสาวอรสา ช่วยบำรุง และนางสาวอรวรรณ พานิกร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ได้รับคำสั่งแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในโครงการฯ

ในการส่งมอบวัสดุการเกษตรตามสัญญาซื้อขาย ได้กำหนดให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมืองเกษตรพัทลุง ผู้ขาย ส่งมอบวัสดุการเกษตรตามสัญญา ให้แก่ผู้ซื้อ ณ โรงเรียนตามแนวพระราชดำริจังหวัดพังงา จำนวน 12 โรงเรียน โดยมีรายละเอียดการส่งของให้แก่โรงเรียนต่างๆ เป็นเอกสารแนบท้ายสัญญา

@ ไม่ได้เดินทางไปทำการตรวจรับพัสดุ

ต่อมา ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมืองเกษตรพัทลุง ผู้ขาย มีหนังสือแจ้งกำหนดวันส่งมอบพัสดุในวันที่ 14 - 17 กันยายน 2563 โดยนางสาวอรสา ช่วยบำรุง ในฐานะประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ได้ลงนามรับทราบกำหนดการส่งมอบพัสดุ แต่นางสาวอรวรรณ พานิกร มิได้รับทราบ และเมื่อถึงวันส่งมอบวัสดุการเกษตร นางสาวอรสา ช่วยบำรุง และนางสาวอรวรรณ พานิกร ไม่ได้เดินทางไปทำการตรวจรับพัสดุ ณ ที่ตั้งของโรงเรียนต่างๆ ตามวันเวลาที่ได้รับแจ้ง

อันเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

หลังจากนั้น ประมาณวันที่ 5 - 7 ตุลาคม 2563 นางสาวอรสา ช่วยบำรุง และนางสาวอรวรรณ พานิกร ได้เดินทางไปตรวจสอบวัสดุการเกษตร ตามโครงการฯ โดยมีการสุ่มตรวจ เพียงจำนวน 8 โรงเรียน

ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองราย ได้ออกใบตรวจรับพัสดุ ฉบับลงวันที่ 14 ธันวาคม 2563 รับรองว่า พัสดุมีความถูกต้องและครบถ้วนตามสัญญา

ทั้งที่ ไม่ได้เดินทางไปตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายส่งมอบพัสดุ

ทำให้เกิดความเสียหายต่อจังหวัดพังงา และผู้ขาย

@ มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 98/2567 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567 ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติในกรณีกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหา ดังนี้

1.การกระทำของนางสาวอรสา ช่วยบำรุง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตน อันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 162 (1) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 82 (2) และมาตรา 83 (1) ประกอบมาตรา 85 (7) และมาตรา 85 (1)

2.การกระทำของนางสาวอรวรรณ พานิกร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 จากการไต่สวนเบื้องต้น ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะฟังได้ว่า ได้กระทำความผิดทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่มีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 82 (2)

ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในภาคซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี กับ นางสาวอรสา ช่วยบำรุง และส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ นางสาวอรสา ช่วยบำรุง และนางสาวอรวรรณ พานิกร ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

ทั้งนี้ ให้แจ้งสำนักงานเกษตรจังหวัดพังงา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 87 วรรคสอง

หลังจากนั้นคดีนี้ ก็เงียบหายไป จนกระทั่งปรากฏข่าว เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า นางสาวอรสา ช่วยบำรุง จำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 (1) พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172

การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามมาตรา 157 กับตาม พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 มีระวางโทษเท่ากัน แต่มีระวางโทษสูงกว่าความผิดตามมาตรา 162 (1) ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 3 ปี

คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี

ตามที่เสนอข่าวไปข้างต้น

อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยมีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

บทสรุปสุดท้ายคดีนี้ จะออกมาเป็นอย่างไร ติดตามดูกันต่อไป

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวทุจริต
อดีตนักวิชาการเกษตรพังงา
ตรวจรับพัสดุอาหารกลางวันเด็กมิชอบ
ป.ป.ช.
ศาลอาญาคดีทุจริต



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทรัพย์สิน 45.8 ล้าน 'แนน บุณย์ธิดา สมชัย' รมช.กระทรวงดีอี
ทรัพย์สิน 45.8 ล้าน 'แนน บุณย์ธิดา สมชัย' รมช.กระทรวงดีอี