ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'ปุญญิสา เชษฐา' อดีตผู้อำนวยการกองคลัง อบต.หนองหัวช้าง บึงกาฬ ยักยอกเงินรายได้ค่าน้ำประปา ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 4 พิพากษาลงโทษ จำคุก 6 ปี 18 เดือน ได้รอลงอาญา เหตุถูกปลดราชการแล้ว มีภาระหน้าที่ต้องอุปการะดูแลคนครอบครัว ให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางสาวปุญญิสา เชษฐา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองคลัง องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองหัวช้าง อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ยักยอกเงินรายได้ค่าสาธารณูปโภคและการพาณิชย์ (ค่าน้ำประปา) ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัวช้าง อำเภอพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 , 157 ประกอบมาตรา 91 ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 กรกฏาคม 2567
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 มีคำพิพากษาดังนี้
1.นางสาวปุญญิสา เชษฐา จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 147, 157 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 การกระทำแต่ละกรรมเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต ตาม ป.อ. มาตรา 147 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา 90 ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 100,000 บาท รวมสามกระทง จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และจำเลยชดใช้เงินคืนให้องค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัวช้างครบถ้วนแล้ว นับเป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดที่กระทำลง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน และปรับกระทงละ 50,000 บาท
รวมลงโทษจำคุก 6 ปี 18 เดือน และปรับ 150,000 บาท
2.พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบความข้อเท็จจริงที่ได้ความตามรายงานการสืบเสาะและพินิจแล้ว ผลแห่งการกระทำของจำเลยคดีนี้ กล่าวสำหรับการดำเนินการทางวินัย ส่วนราชการต้นสังกัดลงโทษทางวินัยแก่จำเลยถึงขั้นปลดออกจากราชการ นับว่าจำเลยได้รับผลแห่งการกระทำของตนไปส่วนหนึ่งแล้ว
ความเป็นมาแห่งชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ของจำเลยในปัจจุบัน จำเลยในฐานะมารดายังมีภาระหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์จำนวนสองคน บุตรคนโตเป็นหญิงอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน โดยเรียนอยู่ระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 2 ส่วนบุตรคนเล็กเป็นชาย เป็นผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งจำเลยต้องปรนนิบัติดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ จำเลยต้องอุปการะเลี้ยงดูมารดาซึ่งอยู่ในวัยชรา และมีพี่ชายซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชอยู่ในการดูแลของจำเลย
จำเลยสำนึกผิดในการกระทำของตนแล้ว เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตาม ป.อ. มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา 29, 30
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 มีมติเห็นชอบไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 4
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




