News Logo
หน้าแรก
คุก 2 ปี! รอลงอาญา อดีตนายกเทศฯเจ้าพระยาสุรศักดิ์ - ป.ป.ช.ขออุทธรณ์สู้

คุก 2 ปี! รอลงอาญา อดีตนายกเทศฯเจ้าพระยาสุรศักดิ์ - ป.ป.ช.ขออุทธรณ์สู้

31 ก.ค. 2569 07:12
ผู้ชม 3,825 คน

เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'อาคม พันธ์เฉลิมชัย' อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ชลบุรี ออกหนังสือ/ใบอนุญาตจัดสรรที่ดินมิชอบ ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 2 พิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี พร้อมพวก แต่ได้รอลงอาญา เหตุไม่มีเจตนาทุจริต ไม่เคยทำผิด อายุมากแล้ว ให้ใช้ชีวิตอยู่กับลูกหลานครอบครัวน่าจะเป็นผลดีมากกว่า - ป.ป.ช. ขอ อสส.อุทธรณ์สู้

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายอาคม พันธ์เฉลิมชัย หรือ นายธนะพัฒน์ พันธ์เฉลิมชัยโชค เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง นายกเทศมนตรีตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี กับพวก ออกหนังสือเทศบาลตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ที่ ชบ 54603/2837 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2554 และออกใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน เลขที่ 117/2554 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2554 โดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ​ ป.ป.ช.​ ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา​ มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา

โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อ นายอาคม หรือ ธนะพัฒน์ หรือ อาคมเจตน์ พันธ์เฉลิมชัย หรือ พันเฉลิมชัยโชค เป็นจำเลยที่ 1 , นายอนุวัฒน์ ลีระกุล จำเลยที่ 2 และ นายอัครนันท์ โฉมเนตร์พงศ์ จำเลยที่ 3

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 มีคำพิพากษาดังนี้

1.จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1

การกระทำของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 เป็น กรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักกว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

พิพากษาลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 200,000 บาท

2.เหตุคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2554 ที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 กระทำความผิด คดีนี้เกิดจากการใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยไม่เป็นไปตามระเบียบแบบแผน อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 กระทำไปโดยมีเจตนาทุจริตหรือได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการกระทำของตน ประกอบกับปัจจุบันจำเลยที่ 1 อายุ 68 ปี จำเลยที่ 3 อายุ 57 ปี โดยไม่ปรากฏประวัติการกระทำความผิดอื่นใดอีก

การให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ใช้ชีวิตอยู่กับลูกหลานตนเองและครอบครัวน่าจะเป็นผลดีแก่จำเลยที่ 1 และที่ 3 และสังคมมากกว่าการลงโทษจำคุก จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้กลับตนเป็นพลเมืองดี

โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาเป็นต้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

ทั้งนี้ หากต้องกักขังแทนค่าปรับ ให้กักขังเกินหนึ่งปีได้ แต่ต้องไม่เกินสองปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยก

3.ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติไม่เห็นพ้องด้วย ในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา จึงขอความอนุเคราะห์อุทธรณ์คำพิพากษา กรณียกฟ้องจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง ข้อ 2.2

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ผลคำพิพากษา
นายกเทศมนตรีตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ชลบุรี
ป.ป.ช.
อาคม พันธ์เฉลิมชัย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.ชี้มูล 'สยาม'สส.บึงกาฬ คดีจงใจไม่ยื่นบัญชีฯ10 ล. -อ้างไม่มีเจตนา
ป.ป.ช.ชี้มูล 'สยาม'สส.บึงกาฬ คดีจงใจไม่ยื่นบัญชีฯ10 ล. -อ้างไม่มีเจตนา