News Logo
หน้าแรก
อดีตผอ.ไฟฟ้าภูมิภาค คดีเอารถให้หน่วยงานเช่า ปัจจุบันเป็นผช.ผู้ว่าการฯ

อดีตผอ.ไฟฟ้าภูมิภาค คดีเอารถให้หน่วยงานเช่า ปัจจุบันเป็นผช.ผู้ว่าการฯ

4 ส.ค. 2569 16:05
ผู้ชม 143 คน

"...ผู้ถูกกล่าวหาต้องการมีรถยนต์ส่วนตัวเพื่อไว้ใช้งานและครอบครองเป็นของตนเอง แต่ไม่อยากจะใช้เงินส่วนตัวในการเช่าซื้อรถยนต์ จึงอาศัยมูลเหตุที่มีโครงการดังกล่าว ขอให้นายนพวงค์ คันฉ่อง ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นน้องภรรยาตนเอง เช่าซื้อรถยนต์แทน เพื่อนำรถยนต์มาให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราชเช่า ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ถูกกล่าวหาที่จะเป็นผู้ที่มีอำนาจลงนามในสัญญาเช่าได้เอง และอยู่ในกรอบวงเงินงบประมาณที่จะทำสัญญาเช่าไม่เกิน 300,000 บาท..."

จากกรณี สำนักข่าว Next News เสนอข่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายวัฒนา แพกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองวิศวกรรมและบำรุงรักษา สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อหาประโยชน์ โดยนำรถยนต์ของตนเองให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช เช่าโดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ​ ป.ป.ช.​ ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามพระราชบัญญัติความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 มาตรา 9 และมาตรา 11 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา

โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มีคำพิพากษาว่า นายวัฒนา แพกุล จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 มาตรา 9 และมาตรา 11 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 บทที่มีโทษหนักที่สุด ตามหลักกฎหมายว่าด้วยกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 5 ปี และปรับ 40,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน และปรับ 20,000 บาท

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติแล้ว เห็นว่ารถยนต์คันที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเช่ามาใช้นั้นเป็นรถยนต์ออกใหม่ป้ายแดง สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ของการเช่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าค่าเช่ารถยนต์ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้จ่ายไปนั้นเป็นค่าเช่าที่สูงเกินความเป็นจริง และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้นำรถยนต์คันที่เช่าไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว จึงไม่ปรากฏความเสียหายที่เป็นตัวเงิน

จำเลยรู้สึกความผิดโดยให้การรับสารภาพ มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง ทำงานเป็นกิจจะลักษณะนิสัย และความประพฤติไม่ปรากฏข้อเสียหายร้ายแรง และไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยได้กลับตัวสักครั้ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี คุมความประพฤติ 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง กับให้ทำงานบริการสังคมหรือกิจกรรมสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

ภาพประกอบรายงาน

ภาพประกอบรายงาน

รอลงอาญาคุก! อดีตผอ.การไฟฟ้าภูมิภาคฯ เขต 2 เอารถตนเองให้หน่วยงานเช่า

ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบว่า ปัจจุบัน นายวัฒนา แพกุล ยังทำงานอยู่ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคใต้) จังหวัดเพชรบุรี

ผู้สื่อข่าว สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ได้ติดต่อไปยัง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคใต้) จังหวัดเพชรบุรี เพื่อขอสัมภาษณ์ นายวัฒนา เกี่ยวกับคำพิพากษาคดีนี้

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งว่า นายวัฒนา ออกไปปฏิบัติภารกิจประชุมกับผู้ว่าฯ

เมื่อผู้สื่อข่าวแจ้งความประสงค์ ว่า ต้องการขอสัมภาษณ์ นายวัฒนา เกี่ยวกับคำพิพากษาคดีนี้

เจ้าหน้าที่แจ้งว่า คดีนี้เป็นคดีเก่า จบไปนานแล้ว และไม่แน่ใจว่า นายวัฒนา จะสะดวกให้สัมภาษณ์หรือไม่

พร้อมให้แจ้งเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ หาก นายวัฒนา จะให้สัมภาษณ์ จะติดต่อกลับมาอีกครั้ง

นายวัฒนา แพกุล

นายวัฒนา แพกุล

ขณะที่แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า เกี่ยวกับคดีนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. มีการเปิดแถลงข่าวผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่ภาค 8 ประจำเดือนธันวาคม 2568 ต่อสาธารณชนเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 8 ในขณะนั้น แถลงว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 8 มีมติชี้มูลความผิดที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 8 เป็นผู้ดำเนินการ จำนวน 1 เรื่อง คือ นายวัฒนา แพกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองวิศวกรรมและบบำรุงรักษา สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช มีส่วนได้เสียเพื่อหาประโยชน์โดยนำรถยนต์ของตนเองให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช เช่าโดยมิชอบ 

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่าเมื่อปี 2553 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราชมีความต้องการที่จะจัดหาเช่ารถยนต์เพื่อใช้งานในโครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบนำจ่าย โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดหาเพื่อเช่ารถยนต์ คือ กองวิศวกรรมและบำรุงรักษา ซึ่งมีนายวัฒนา แพกุล ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้อำนวยการกอง ผู้ถูกกล่าวหาต้องการมีรถยนต์ส่วนตัวเพื่อไว้ใช้งานและครอบครองเป็นของตนเอง แต่ไม่อยากจะใช้เงินส่วนตัวในการเช่าซื้อรถยนต์ จึงอาศัยมูลเหตุที่มีโครงการดังกล่าว ขอให้นายนพวงค์ คันฉ่อง ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นน้องภรรยาตนเอง เช่าซื้อรถยนต์แทน เพื่อนำรถยนต์มาให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราชเช่า ซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ถูกกล่าวหาที่จะเป็นผู้ที่มีอำนาจลงนามในสัญญาเช่าได้เอง และอยู่ในกรอบวงเงินงบประมาณที่จะทำสัญญาเช่าไม่เกิน 300,000 บาท

ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 6 เสียง เห็นชอบว่าการกระทำของนายวัฒนา แพกุล ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ฐานเป็นพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตนเอง และฐานเป็นพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8 มาตรา 9 และมาตรา 11 และมีมูลความผิดทางวินัย ฐานไม่สนับสนุนนโยบายของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและฐานความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98

ส่วนผลคำพิพากษาคดี ที่ให้มีการรอลงอาญา โทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน นายวัฒนา แพกุล เป็นเวลา 3 ปี นั้น เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 กรณีที่ศาลใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำคุกจำเลย

บทสรุปสุดท้ายคดีนี้ จะออกมาเป็นอย่างไรต้องติดตามดูกันต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
ป.ป.ช.
ผอ.การไฟฟ้าภูมิภาคฯ เขต 2
เอารถตนเองให้หน่วยงานเช่า



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กก.สางโกงสอบท้องถิ่น สรุปผล พบ ขรก.ใหญ่-บุคคลภายนอกเอี่ยวนับร้อย
กก.สางโกงสอบท้องถิ่น สรุปผล พบ ขรก.ใหญ่-บุคคลภายนอกเอี่ยวนับร้อย