เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'สุนีย์ อุ้ยแก้ว' อดีตนายก อบต.สองคอน อุตรดิตถ์ ละเว้นไม่ดำเนินการกรณีก่อสร้างโครงการปรับปรุงซ่อมแซมสถานีสูบน้ำไฟฟ้า รุกล้ำที่ดินเอกชน ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ สั่งให้รอลงอาญาโทษจำคุก 1 ปี แต่ปรับเงินเพิ่ม - ป.ป.ช.เห็นชอบตาม อสส. ไม่ฎีกาสู้ต่อ
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสุนีย์ อุ้ยแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สองคอน อำเภอฟากท่า จังหวัดอุตรดิตถ์ ละเว้นไม่ดำเนินการกรณีการก่อสร้างโครงการปรับปรุงซ่อมแซมสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าบ้านห้วยไข่เขียด -วังกอง หมู่ที่ 7 โดยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของเอกชน ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 172 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566
ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6
จากเดิม
ที่มีคำพิพากษาว่า นายสุนีย์ อุ้ยแก้ว จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 157 พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 ป.อ. มาตรา 90 จำคุก 2 ปี
ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี
พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจของจำเลยแล้ว แม้จำเลยจะนำเงิน 60,000 บาท มาวางเพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายสุเมธผู้ได้รับความเสียหาย แต่ก็ไม่มีเหตุรอการลงโทษให้
พิพากษาแก้เป็นว่า
ให้ลงโทษปรับจำเลย 20,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78
เมื่อรวมกับโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว คงจำคุกจำเลย 1 ปี และปรับ 10,000 บาท
โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี และให้คุมความประพฤติของจำเลยไว้ 1 ปี นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง
โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56
หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และมาตรา 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษา
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เอกสารแสดงผลคดีของ ป.ป.ช.




