ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'จรัส พรมมา' อดีตนายก อบต.เสาหิน อำเภอแม่สะเรียง แม่ฮ่องสอน มีส่วนได้เสียโครงการก่อสร้างซ่อมแซม 7 โครงการ ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนลงโทษ จำคุก 2 ปี พวก คนสกุลเดียวกัน โดน 10 ปี 20 เดือน ปรับเอกชน 1 หมื่น
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายจรัส พรมมา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสาหิน อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับพวก คือ นายตา พรหมา และห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ดาเจริญการก่อสร้าง มีส่วนได้เสียในสัญญาหรือโครงการก่อสร้าง หรือซ่อมแซมของ องค์การบริหารส่วนตำบลเสาหิน จำนวน 7 โครงการ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 , 157 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 86 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 มาตรา 123/1 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563
ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตาม ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ที่มีคำพิพากษาดังนี้
1. นายจรัส พรมมา จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 (เดิม)พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1
2.นายตา พรหมา จำเลยที่ 2 และห้างหุ้นส่วนจำกัด ดาเจริญการก่อสร้าง จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 152 (เดิม) พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
3.การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้นและฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ตามลำดับ
-จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี
-จำเลยที่ 2 คำเบิกความเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 เดือน 20 วัน
-ปรับจำเลยที่ 3 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดาเจริญการก่อสร้าง จำนวน 10,000 บาท หากจำเลยที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 (ที่แก้ไขใหม่)
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุม เมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการอัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ขณะที่จำเลยยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อ่านข่าวขมวดเดียวกัน
ยืนโทษ! คุก 3 ปี 4 ด. อดีตนายกเทศฯโพนางดำออก เบิกจ่ายเงินดูงานเท็จ
คุก 10 ปี 30 ด.! อดีต ผอ.ร.ร.อ่างทองวิทยาคม สารภาพทุจริตเงินหลวง
คุก 395 ปี! อดีตนายกอบต.เมืองเก่า-พวก ปลอมรายงานประชุมสภาฯ ทำโครงการ
คุก 80 ปี! 'พวก' อดีตนายกอบต.นาบ่อคำ ทุจริตเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพ
คุก 6 ด.! อดีตนายกอบต.ประดาง เอื้อปย.ปล่อยแพร้านอาหารรุกล้ำแม่น้ำปิง




