ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'พงศ์พิสุทธิ์ บุตรดาพงษ์' อดีตนายก อบต.โคกสะอาด อำเภอน้ำขุ่น อุบลราชธานี ทุจริตเบิกค่าจ้างที่ปรึกษา ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาลงโทษ จำคุก 6 ปี ไม่รอลงอาญา พวกกว่า 30 คน มีโทษด้วย หลายรายได้รอลงอาญา
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายพงศ์พิสุทธิ์ บุตรดาพงษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) โคกสะอาด อำเภอน้ำขุ่น จังหวัดอุบลราชธานี กับพวก ทุจริตเบิกค่าจ้างที่ปรึกษาตามโครงการจัดทำหรือปรับปรุงข้อมูลและแผนที่ภาษี ประจำปี 2560 ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 161, 162 (1) (4) , 265 ,268 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567
โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อ จำเลยจำนวน 31 ราย ดังนี้
นายพงศ์พิสุทธิ์ บุตรดาพงษ์ จำเลยที่ 1
นายบรรยง แก่นสาร จำเลยที่ 2
นางสาวอุดร ศรีสุข จำเลยที่ 3
นางแสงจันทร์ จันทร์ดี จำเลยที่ 4
นางบานเย็น ศรีเพ็ง จำเลยที่ 5
นายแสงวิทยา ชินวงค์ จำเลยที่ 6
นางจันทร์เพ็ญ ชินวงค์ จำเลยที่ 7
นายอุดร โสภากุล จำเลยที่ 10
นายชินกร คำเกิด จำเลยที่ 11
นายสุพรรณ คูณสม จำเลยที่ 12
นายสุนทร ศิริวรรณ จำเลยที่ 13
นายกฤตพล ผาริการ จำเลยที่ 14
นายทอง บุญประดิษฐ์ จำเลยที่ 15
นายถนอมศักดิ์ สมกระยอม จำเลยที่ 16
นายบพิตร ละอองศรี จำเลยที่ 17
นายสมชาย ลัดดา จำเลยที่ 18
นางจันทร์เพ็ญ น้อยวังคลัง จำเลยที่ 19
นายบน อภัยโส จำเลยที่ 20
นายสมเดช พรมะลี จำเลยที่ 21
นางสาวกัญญาภัทร วงค์ระกุล จำเลยที่ 22
นายพิเชษฐ์ จากชัยภูมิ จำเลยที่ 23
นายมานะ เมียดสีนา จำเลยที่ 24
นางสาวอารีรัตน์ กาเมือง จำเลยที่ 25
นายศราวุธ ราชคำ จำเลยที่ 26
นางสุภาพร แก้วสว่าง จำเลยที่ 27
นายนัตพงษ์ เวระนะ จำเลยที่ 28
นายไสว โสมโสภา จำเลยที่ 29
นางสาวพัชริน นันทา จำเลยที่ 30
นางสาวประพัฒน์ศร โสภากุล จำเลยที่ 31
(ในฐานข้อมูล ป.ป.ช. ไม่มีข้อมูลชื่อนามสกุลจำเลยที่ 8 และ9)
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาดังนี้
นายพงศ์พิสุทธิ์ บุตรดาพงษ์ จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. ม. 151 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 ม. 123/1
จำเลยที่ 6 มีความผิดตาม ป.อ. ม. 151 ประกอบ ม. 86, 162 (1) (4) และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 ม. 123/1
จำเลยที่ 7 มีความผิดตาม ป.อ. ม. 151 ประกอบ ม. 86, 161, 162 (1) (4), 265, 268 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 ม. 123/1
จำเลยที่ 8 และที่ 9 มีความผิดตาม ป.อ. ม. 151 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 ม. 123/1 ประกอบ ป.อ. ม. 86
จำเลยที่ 22 มีความผิดตาม ป.อ. ม. 161, 162 (1) (4), 265
จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มีความผิดตาม ป.อ. ม. 162 (1)
จำเลยที่ 10 ถึงที่ 21 มีความผิดตาม ป.อ. ม. 162 (1)
จำเลยที่ 23 ถึงที่ 31 มีความผิดตาม ป.อ. ม. 162 (1) (4)
การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 6 ถึงที่ 9 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. ม. 151 ลงโทษจำเลยที่ 6 ถึงที่ 9 ตาม ป.อ. ม. 151 ประกอบ ม. 86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตาม ป.อ. ม. 90
ให้จำคุก นายพงศ์พิสุทธิ์ บุตรดาพงษ์ จำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี
จำคุกจำเลยที่ 6 ที่ 7 และที่ 9 คนละ 4 ปี ปรับจำเลยที่ 8 เป็นเงิน 200,000 บาท
จำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และจำเลยที่ 10 ถึงที่ 21 คนละ 1 ปี และปรับคนละ 30,000 บาท
จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และที่ 10 ถึงที่ 21 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. ม. 78
คงจำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และที่ 10 ถึงที่ 21 คนละ 6 เดือน และปรับคนละ 15,000 บาท
การกระทำของจำเลยที่ 22 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ป.อ. ม. 161 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. ม. 91 จำคุกจำเลยที่ 22 มีกำหนด 1 ปี และปรับ 39,000 บาท
จำเลยที่ 22 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. ม. 78 คงจำคุกจำเลยที่ 22 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 19,500 บาท
จำคุกจำเลยที่ 23 ถึงที่ 31 คนละ 1 ปี และปรับคนละ 39,000 บาท
จำเลยที่ 24 ที่ 26 ที่ 29 และที่ 31 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. ม. 78 คงจำคุกจำเลยที่ 24 ที่ 26 ที่ 29 และที่ 31 คนละ 6 เดือน และปรับคนละ 19,500 บาท
จำเลยที่ 23 ที่ 25 ที่ 27 ที่ 28 และที่ 30 ให้ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ในชั้นพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตาม ป.อ. ม. 78 คงจำคุกจำเลยที่ 23 ที่ 25 ที่ 27 ที่ 28 และที่ 30 คนละ 8 เดือน และปรับคนละ 26,000 บาท
พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีและสภาพความผิดของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และที่ 10 ถึงที่ 31 แล้ว เห็นว่า นิสัยและความประพฤติของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และที่ 10 ถึงที่ 31 ยังอยู่ในวิสัยแก้ไขขัดเกลาได้ ประกอบกับไม่ปรากฏว่าได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสโดยการรอการลงโทษไว้ น่าจะเป็นประโยชน์แก่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และจำเลยที่ 10 ถึงที่ 31 และสังคมโดยรวมมากกว่าจะจำคุกไปเสียเลยทีเดียว
โทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และที่ 10 ถึงที่ 31 จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ตาม ป.อ. ม. 56
หากจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 และจำเลยที่ 10 ถึงที่ 31 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ป.อ. ม. 29, 30 หากจำเลยที่ 8 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม ป.อ. ม. 29 ให้ริบเงินของกลาง ข้อหาและคำขออื่นให้ยก
อย่างไรก็ดี คดีนี้ ยังไม่ถึงที่สุด จำเลยมีสิทธิ์ต่อสู้คดีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลสูงได้อีก
เบื้องต้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2569 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐเทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

อ่านข่าวขมวดเดียวกัน
ยืนโทษ! คุก 3 ปี 4 ด. อดีตนายกเทศฯโพนางดำออก เบิกจ่ายเงินดูงานเท็จ
คุก 10 ปี 30 ด.! อดีต ผอ.ร.ร.อ่างทองวิทยาคม สารภาพทุจริตเงินหลวง
คุก 395 ปี! อดีตนายกอบต.เมืองเก่า-พวก ปลอมรายงานประชุมสภาฯ ทำโครงการ
คุก 80 ปี! 'พวก' อดีตนายกอบต.นาบ่อคำ ทุจริตเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพ
คุก 6 ด.! อดีตนายกอบต.ประดาง เอื้อปย.ปล่อยแพร้านอาหารรุกล้ำแม่น้ำปิง
ปิดฉากคดีทุจริต7 โครงการ! ยืนโทษคุก 2 ปี อดีตนายกอบต.เสาหิน แม่ฮ่องสอน




