ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'เยาวลักษณ์ วงษ์วรสันต์' อดีตเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดสมุทรสาคร ทุจริตโครงการล่องเรือประมงชมอ่าวมหาชัย ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 7 พิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี ไม่รอลงอาญา พวก 2 ราย มีโทษด้วย
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นางเยาวลักษณ์ วงษ์วรสันต์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสมุทรสาคร กับพวก ทุจริตโครงการล่องเรือประมงชมอ่าวมหาชัย ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ,157 และมาตรา 162 (1) (4) และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563
โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อ นางเยาวลักษณ์ วงษ์วรสันต์ เป็นจำเลยที่ 1 นายจำรัส คชสิลา จำเลยที่ 2 นายอมรศักดิ์ ฤทธิเดช จำเลยที่ 3 นายปราโมทย์ วนิชาชีวะ จำเลยที่ 4 นายจักรเวทย์ เดชบุญ จำเลยที่ 5 นางสุกัญญา เตชะเนตร จำเลยที่ 6 นางสาวปภิศา วงศ์วุฒิรัตน์กุล จำเลยที่ 7 และนายศรชัย พันโพธิ์ทอง จำเลยที่ 8
ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 มีคำพิพากษาว่า นางเยาวลักษณ์ วงษ์วรสันต์ จำเลยที่ 1 นายจำรัส คชสิลาจำเลยที่ 2 และ นายอมรศักดิ์ ฤทธิเดช จำเลยที่ 3 มีความผิดตามกฏหมาย
-ลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละ 1 ปี
-ลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี
-นับโทษจำคุก จำเลยที่ 1 และที่ 2 คดีนี้ ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 99/2567 ของศาลนี้ ส่วนจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 99/2567 ของศาลนี้ คดีดังกล่าว ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง จึงไม่อาจนับโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ต่อจากคดีดังกล่าวได้ ข้อหาและคำขออื่น
ทั้งนี้ คดีนี้ ยังไม่สิ้นสุด จำเลย ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก
เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา สำหรับฟ้อง 2.1 ในส่วนของจำเลยที่ 1 ที่ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 157 ลงโทษจำเลยที่ 2 สำหรับฟ้องข้อ 2.2 ที่ศาลยกฟ้องในส่วนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 และมีมติเห็นชอบให้ขอความอนุเคราะห์อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาอุทธรณ์คำพิพากษาสำหรับฟ้องข้อ 2.1 ข้อ 2.2 และข้อ 2.3 ในส่วนที่ศาลยกฟ้องจำเลยที่ 1 และสำหรับฟ้องข้อ 2.1 ในส่วนที่ศาลยกฟ้องจำเลยที่ 4 ที่ 6 ที่ 7 และที่ 8
สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

อ่านข่าวหมวดเดียวกัน
ยืนโทษ! คุก 3 ปี 4 ด. อดีตนายกเทศฯโพนางดำออก เบิกจ่ายเงินดูงานเท็จ
คุก 10 ปี 30 ด.! อดีต ผอ.ร.ร.อ่างทองวิทยาคม สารภาพทุจริตเงินหลวง
คุก 395 ปี! อดีตนายกอบต.เมืองเก่า-พวก ปลอมรายงานประชุมสภาฯ ทำโครงการ
คุก 80 ปี! 'พวก' อดีตนายกอบต.นาบ่อคำ ทุจริตเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพ
คุก 6 ด.! อดีตนายกอบต.ประดาง เอื้อปย.ปล่อยแพร้านอาหารรุกล้ำแม่น้ำปิง
ปิดฉากคดีทุจริต7 โครงการ! ยืนโทษคุก 2 ปี อดีตนายกอบต.เสาหิน แม่ฮ่องสอน
คุก 6 ปี! อดีตนายกอบต.โคกสะอาด ทุจริตเงินที่ปรึกษา-พวก30คน มีโทษด้วย
ยืนโทษ! คุก 15 ปี อดีตนายกเทศฯ หนองปรือ เอื้อเอกชนรับงาน 8 โครงการ
คุก 5 ด.10 วัน! 'พวก' อดีตหน.หอจดหมายเหตุฯเชียงใหม่ ช่วยทุจริตเงินหลวง




