"....ได้มีการตกลงร่วมกันกระทำและแบ่งหน้าที่กันกระทำ โดยจะให้มีการส่งประกาศสอบราคามิให้ถูกต้องครบถ้วน การขายเอกสารสอบราคาจะจัดการให้ผู้มีอาชีพรับจ้างซึ่งกำหนดไว้ได้เป็นผู้ซื้อเอกสารสอบราคาและได้เป็นผู้มีสิทธิเข้าเสนอราคา และการยื่นซองสอบราคาจะจัดการให้ผู้มีอาชีพรับจ้างซึ่งกำหนดไว้ได้เป็นผู้ยื่นซองสอบราคา โดยไม่ปฏิบัติตามวิธีการและขั้นตอนที่ชอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 และห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า ได้เป็นผู้ทำสัญญากับเทศบาลตำบลปรุใหญ่ ..."
สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือ สุปชัย อินทรักษา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียในกิจการของเทศบาลตำบลปรุใหญ่ จำนวน 4 โครงการ โดยมิชอบ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 , 157 พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม.123/1 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568
โดยคดีนี้ ปรากฏชื่อ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือ สุปชัย อินทรักษา เป็นจำเลยที่ 1 , นางสาวรัตนา เตยโพธิ์ จำเลยที่ 2, นายไพโรจน์ เฉลิมกลาง จำเลยที่ 3, นายราชวัตร สมอาษา จำเลยที่ 4 ,นางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน จำเลยที่ 5 และ นายจรัล กำพุดกลาง จำเลยที่ 6
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 มีคำพิพากษาดังนี้
1. ร้อยตำรวจเอกคมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา จำเลยที่ 1 , นางสาวรัตนา เตยโพธิ์ จำเลยที่ 2 , นายไพโรจน์ เฉลิมกลาง จำเลยที่ 3 และนางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน จำเลยที่ 5 มีความผิดตามกฎหมาย เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยแต่ละกระทงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 พิพากษาลงโทษ
-จำคุก จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 คนละกระทงละ 5 ปี รวม 4 กระทง คงจำคุกคนละ 20 ปี
-จำคุก จำเลยที่ 3 กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวม 4 กระทง คงจำคุก 12 ปี 16 เดือน
-จำคุก จำเลยที่ 5 กระทงละ 3 ปี 4 เดือน และปรับกระทงละ 80,000 บาท รวม 2 กระทง คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน และปรับ 160,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี
2.ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 และที่ 6 ฟ้องโจทก์ข้อหาอื่นและคำขออื่นให้ยก
อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยมีสิทธิ์ต่อสู้คดีในชั้นศาลที่สูงกว่านี้ได้อีก
โทษหนัก! คุก 20 ปี อดีตนายกเทศฯ ปรุใหญ่ โคราช ทุจริตงานหลวง 4 โครงการ
ล่าสุด สำนักข่าว Next News พาย้อนกลับไปดูรายละเอียดมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ร้อยตำรวจเอกคมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา และพวก ในคดีนี้อีกครั้ง
เรื่องกล่าวหา
คดีนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น เรื่องกล่าวหา ร้อยตำรวจเอก คมกฤช หรือสุปชัย อินทรรักษา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เข้ามีส่วนได้เสียในกิจการของเทศบาลตำบลปรุใหญ่ จำนวน 4 โครงการ โดยมิชอบ (คดีหมายเลขดำที่ 13 – 1 – 1312/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 0217 – 1 – 50/2568)
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวน
ในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา แถลงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีนี้เป็นทางการ
ระบุว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุทั้ง 4 โครงการ ได้แก่
(1) โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านคนชุม หมู่ที่ 1 ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ตามโครงการเงินกู้สำหรับโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 5 มีนาคม 2553 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 2/2553
(2) โครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำ ข้างวัดคนชุม หมู่ที่ 1 บ้านคนชุม ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 16 มีนาคม 2554 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 2/2554
(3) โครงการวางท่อระบายน้ำสายกลางบ้าน หมู่ที่ 1 บ้านคนชุม ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จ่ายขาดเงินสะสม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2555 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 3/2555
และ (4) โครงการวางท่อระบายน้ำสายวัดคนชุม – สะพานโนนโพธิ์ หมู่ที่ 1 บ้านคนชุม ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จ่ายขาดเงินสะสม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2555 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 4/2555
มีพยานหลักฐานให้เชื่อว่าร้อยตำรวจเอก คมกริชหรือสุปชัย อินทรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีตำบลปรุใหญ่ นางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ผู้อำนวยการกองคลังและหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางสาวจิราพร นามพรหม เจ้าหน้าที่พัสดุ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ นายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายราชวัตร สมอาษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 และนายจรัล กำพุดกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 ซึ่งเป็นผู้เข้าเสนอราคาในโครงการดังกล่าว
ได้มีการตกลงร่วมกันกระทำและแบ่งหน้าที่กันกระทำ โดยจะให้มีการส่งประกาศสอบราคามิให้ถูกต้องครบถ้วน การขายเอกสารสอบราคาจะจัดการให้ผู้มีอาชีพรับจ้างซึ่งกำหนดไว้ได้เป็นผู้ซื้อเอกสารสอบราคาและได้เป็นผู้มีสิทธิเข้าเสนอราคา และการยื่นซองสอบราคาจะจัดการให้ผู้มีอาชีพรับจ้างซึ่งกำหนดไว้ได้เป็นผู้ยื่นซองสอบราคา โดยไม่ปฏิบัติตามวิธีการและขั้นตอนที่ชอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 และห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า ได้เป็นผู้ทำสัญญากับเทศบาลตำบลปรุใหญ่
ซึ่งร้อยตำรวจเอก คมกริชหรือสุปชัย อินทรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้กำหนดชื่อผู้มีอาชีพรับจ้างซึ่งรวมทั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 โดยนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า โดยนายราชวัตร สมอาษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และห้างหุ้นส่วนจำกัด จ.เพาเวอร์ไลฟ์เค.บี. เอส.เค.1669 โดยนางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ให้แก่นางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำไปมอบให้แก่นางสาวจิราพร นามพรหม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 จัดส่งประกาศไปให้แก่ผู้มีอาชีพรับจ้างดังกล่าว
ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้สั่งการให้นางสาวธิระดาฯ สะใภ้ของตนเป็นผู้ดำเนินการในการจัดการขายเอกสารสอบราคาแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งในการซื้อซองสอบราคาพยานหลักฐานในสำนวนปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 โดยนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า โดยนายราชวัตร สมอาษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และห้างหุ้นส่วนจำกัด จ.เพาเวอร์ไลฟ์เค.บี.เอส.เค.1669 โดยนางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 และนายจรัล กำพุดกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 เป็นผู้ซื้อซองสอบราคาและเป็นผู้มีสิทธิเข้าเสนอราคา ซึ่งมิได้เป็นไปตามวันเวลาและสถานที่ที่ประกาศกำหนดไว้ โดยการดำเนินการของนางสาวธิระดาฯ และในการยื่นซองสอบราคาพยานหลักฐานในสำนวนปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 โดยนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า โดยนายราชวัตร สมอาษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และห้างหุ้นส่วนจำกัด จ.เพาเวอร์ไลฟ์เค.บี. เอส.เค.1669 โดยนางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 และนายจรัล กำพุดกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 (แล้วแต่กรณี) เป็นผู้ยื่นซองสอบราคาซึ่งมิได้เป็นไปตามวันเวลาและสถานที่ที่ประกาศกำหนดไว้ โดยการดำเนินการของนางสาวธิระดาฯ ซึ่งต่อมาปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 และห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า ได้เป็นผู้เข้าทำสัญญากับเทศบาลตำบลปรุใหญ่ ตามที่มีการตกลงกันไว้ การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายแก่เทศบาลตำบลปรุใหญ่

ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือ สุปชัย อินทรักษา
มติคณะกรรมการ ป.ป.ช.
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1. โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านคนชุม หมู่ที่ 1 ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ตามโครงการเงินกู้สำหรับโครงการลงทุนภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 5 มีนาคม 2553 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 2/2553
การกระทำของ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และมีมูลความผิด ฐานปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
การกระทำของนางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 และข้อ 6
การกระทำของนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายราชวัตร สมอาษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 นางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
2. โครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำ ข้างวัดคนชุม หมู่ที่ 1 บ้านคนชุม ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 16 มีนาคม 2554 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 2/2554
การกระทำของ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิด ฐานปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
การกระทำของนางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการมติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 และข้อ 6
การกระทำของนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 นายราชวัตร สมอาษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และนางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
3. โครงการวางท่อระบายน้ำสายกลางบ้าน หมู่ที่ 1 บ้านคนชุม ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จ่ายขาดเงินสะสม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2555 และเอกสารสอบราคาจ้างเลขที่ 3/2555
การกระทำของ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิด ฐานปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
การกระทำของนางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 และข้อ 6
การกระทำของนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนายจรัล กำพุดกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
4. โครงการวางท่อระบายน้ำสายวัดคนชุม - สะพานโนนโพธิ์ หมู่ที่ 1 บ้านคนชุม ตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา จ่ายขาดเงินสะสม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2555 ตามประกาศสอบราคาจ้างเหมาก่อสร้าง ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2555 และเอกสารสอบราคาจ้าง เลขที่ 4/2555
การกระทำของ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิด ฐานปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมีความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาล หรือแก่ราชการ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
การกระทำของนางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 ข้อ 3 และข้อ 6
การกระทำของนายไพโรจน์ เฉลิมกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และนายจรัล กำพุดกลาง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมเพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
โดยให้กันนางสาวจิราพร นามพรหม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี ตามประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยาน โดยไม่ดำเนินคดี พ.ศ. 2561

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา แถลงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีนี้เป็นทางการ
เบื้องต้น มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา นางสาวรัตนา เตยโพธิ์ นายไพโรจน์ เฉลิมกลาง นายราชวัตร สมอาษา นางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน และนายจรัล กำพุดกลาง และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ ร้อยตำรวจเอก คมกริช หรือสุปชัย อินทรักษา และนางสาวรัตนา เตยโพธิ์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบด้วย
ทั้งนี้ ให้แจ้งเทศบาลตำบลปรุใหญ่ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง
พร้อมให้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของ นายไพโรจน์ เฉลิมกลาง หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.โคราชบางกอกเค.ซี2000 นายราชวัตร สมอาษา หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.สารก้าวหน้า นางทัศนีย์ เจียกสูงเนิน หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จ. เพาเวอร์ไลฟ์เค.บี. เอส.เค1669 และนายจรัล กำพุดกลาง หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จ. เพาเวอร์ไลฟ์เค.บี. เอส.เค1669 ไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป จนกระทั่งปรากฏข่าวคำพิพากษาตัดสินคดีนี้ข้างต้น และนับเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า การทุจริตจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐไม่ได้จำกัดความรับผิดอยู่เพียงผู้บริหารท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุมัติโครงการเท่านั้น แต่ยังอาจเกี่ยวข้องไปถึงผู้ประกอบการ ห้างหุ้นส่วน และบุคคลที่ยินยอมให้ผู้อื่นนำชื่อหรือกิจการของตนไปใช้ประกอบการเสนอราคาด้วย
ที่สำคัญ คนมีอำนาจ อย่าใช้อำนาจหาประโยชน์ คนมีหน้าที่ อย่าช่วยทำผิด คนมีชื่อ อย่าให้ใครยืมไปใช้โดยไม่รู้เรื่อง เพราะเมื่อเกิดคดีขึ้นมา ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
อ่านข่าวหมวดเดียวกัน
คุกคนละ 6 ปี 8 ด.! พระมหาปัญญา อดีตรองอธิการฯ มหามกุฏราชวิทยาลัย-พวก
คดีคืนภาษีรถหรู! อดีตรองอธิบดีกรมศุลฯ-พวก โดนคุก 10 ปี-เอกชนรอดหมด
ฉบับเต็ม! ผลคดีคุก6 ปี 8 ด.‘อดีตพระมหาปัญญา-พวก’ ทุจริตหอประชุม มมร.
ยืนโทษ! คุก 5 ปี อดีต ผอ.ร.ร.บ้านศาลเจ้าพ่อ โคราช ทุจริตสร้างส้วม
โทษหนัก! คุก 20 ปี อดีตนายกเทศฯ ปรุใหญ่ โคราช ทุจริตงานหลวง 4 โครงการ
#อ่านข่าวผลคำพิพากษาคดีทุจริตดังที่นี่ คำพิพากษาจำคุก




