News Logo
หน้าแรก
เปิดพฤติการณ์! อดีตนายกฯนาซำ-พวก รอดคุก โป๊ะแตกบิลดูงานพ่วงคาราโอเกะ

เปิดพฤติการณ์! อดีตนายกฯนาซำ-พวก รอดคุก โป๊ะแตกบิลดูงานพ่วงคาราโอเกะ

30 ต.ค. 2569 07:13
ผู้ชม 34 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ย้อนมติ ป.ป.ช.ชี้มูลอดีตนายก อบต.นาซำ เพชรบูรณ์ พร้อมพวก-เอกชนรวม 7ราย พฤติการณ์สมคบกันทุจริตใบเสร็จ นำเอาค่าเช่าห้อง ค่าห้องคาราโอเกะมาเบิกเงินโครงการศึกษาดูงานทำราชการเสียหาย 67,500 บาท ก่อนศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 6 พิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน- พวกโดนคนละ 1 ปี 8 เดือน หลังรับสารภาพ ลดโทษให้ คืนเงินครบ ได้รอลงอาญา

สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสีไพร ชุ่มเฟือย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาซำ อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ กับพวก เบิกจ่ายเงินในการจัดโครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาซำ อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 เป็นเท็จ ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 151 ,157 และ ม.162 (1) (4) ตาม พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม.123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 ม.172) ประกอบ ป.อ. ม.86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566

คดีนี้ มีจำเลย 5 ราย นายสีไพร ชุ่มเฟือย จำเลยที่ 1, นางปทิตตา สมสาย จำเลยที่ 2, นายพิชิต ขวัญชัยนันท์ จำเลยที่ 3, นางพนิดา กุญชร จำเลยที่ 4 และ บริษัท มุกดาหาร อินเตอร์เนชั่นแนลการท่องเที่ยว จำกัด จำเลยที่ 5

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 5 หลังให้การรับสารภาพ โดยคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน และปรับ 7,500 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 คนละ 1 ปี 8 เดือน และปรับคนละ 5,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 5 คงปรับ 5,000 บาท

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งห้านำเงินที่ได้จากการเบิกจ่ายไม่ถูกต้องดังกล่าวไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตน ประกอบกับภายหลังสำนักตรวจสอบพิเศษ 10 สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินสั่งการให้จำเลยทั้งห้าคืนเงินจำนวนดังกล่าว จำเลยทั้งห้าก็มีการนำเงินจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลนาชำครบถ้วนแล้ว

ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุจำเลยทั้งห้าถูกดำเนินคดี น่าจะทำให้จำเลยทั้งห้าเข็ดหลาบ ไม่กลับไปกระทำความผิดซ้ำ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 กลับตนเป็นพลเมืองดี เห็นควรให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ไว้มีกำหนด 2 ปี

ภาพประกอบข่าว

ภาพประกอบข่าว

ตัดสินแล้ว! คดีเบิกดูงานเท็จ อดีตนายกฯอบต.นาซำ-พวก คืนเงินครบ-รอดคุก

เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีนี้มากขึ้น สำนักข่าว Next News นำข้อมูลเชิงลึกมาเสนอ ณ ที่นี้

คดีนี้ ปรากฏเป็นข่าวใหญ่ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เมื่อสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เผยแพร่มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูล นายสีไพร ชุ่มเฟือย อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาซำอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ กับพวกรวม 7 ราย เป็นทางการ

ในคดีกล่าวหา เบิกจ่ายเงินในการจัดโครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาซำ อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2558 เป็นเท็จ

พฤติการณ์ในการกระทำความผิดนั้นปรากฎว่า องค์การบริหารส่วนตำบลนาซำ ดำเนินโครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้บริการประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2558 โดยมีการนำบิลเงินสดค่าห้องพัก ซึ่งมีการคิดค่าอาหารเช้า อาหารค่ำ และค่าเช่าห้องคาราโอเกะรวมอยู่ด้วยมาเบิกจ่ายในราคาที่เกินกว่าค่าห้องพักปกติ ดังนั้นเอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จ ไม่สามารถนำมาเป็นเอกสารประกอบการเบิกจ่ายได้ การที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาซำ นำเอกสารดังกล่าวมาประกอบการเบิกจ่ายจึงทำให้ราชการเสียหายรวมเป็นเงิน 67,500 บาท

สำหรับรายชื่อผู้ถูกชี้มูลมีดังนี้

นายสีไพร ชุ่มเฟือย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1

มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหาย แก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสารกระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4)

ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1(ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172)

และมีมูลความผิด ฐานกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 92

นายวิศิษฐ์ ชัยพิลา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นางปฑิตตา สมสาย ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3,นายพิชิต ขวัญชัยนนท์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5

มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสารกระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้นหรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จและรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4)

ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172)

และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการและฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล

อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรงตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดเพชรบูรณ์

เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ ลงวันที่ 1 มีนาคม 2545 ข้อ 3 วรรคสาม และ ข้อ 6 วรรคสอง

นางพนิดา กุญชร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 และ บริษัท มุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนลการท่องเที่ยว จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7

มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาลสุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้นฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน

ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157

นายรุ่งศักดิ์ หาญกิจรุ่ง ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4

ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ได้กระทำการอันมีมูลความผิดทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาในทางอาญาไม่มีมูล

ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดเพชรบูรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ลงวันที่ 1 มีนาคม 2545 ข้อ 6 วรรคหนึ่ง

และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86

หลังจากนั้นข่าวก็เงียบหายไป จนกระทั่งเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง 5 ถูกลงโทษจำคุก แต่ได้รอลงอาญา เพื่อให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมือง และน่าจะทำให้เข็ดหลาบ ไม่กลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก ตามข่าวข้างต้น

คดีนี้นับเป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า แม้เงินที่เบิกจ่ายไม่ถูกต้องจะถูกนำมาคืนครบ แต่ความผิดที่เกิดขึ้นไม่ได้ลบเลือนไป เพราะเงินหลวงทุกบาทต้องใช้ให้ถูกระเบียบ ไม่ใช่เอาค่าคาราโอเกะมาแฝงในบิลดูงาน แล้วคิดว่าคืนเงินก็จบเรื่อง

จนนำไปสู่การถูกตรวจสอบไต่สวนคดีชี้มูลความผิด ของ ป.ป.ช. และส่งเรื่องฟ้องร้องเป็นคดีความต่อศาล จนชีวิตข้าราชการหน้าที่การงาน ต้องเสียหายย่อยยับ

แบบที่เห็นและเป็นไปอย่างนี้!!

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวคดีทุจริต
คำพิพากษาจำคุก
อดีตนายกฯนาซำ-พวก
เบิกจ่ายเงินดูงานเท็จ
ป.ป.ช.

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตัดสินแล้ว! คดีเบิกดูงานเท็จ อดีตนายกฯอบต.นาซำ-พวก คืนเงินครบ-รอดคุก
ตัดสินแล้ว! คดีเบิกดูงานเท็จ อดีตนายกฯอบต.นาซำ-พวก คืนเงินครบ-รอดคุก