หลัง Next News ตีข่าว 'พ.ฏีกา' รับโอนเงินปริศนาเข้าบัญชี 20 ล้าน แวดวงผู้พิพากษาวิจารณ์แซดหาตัวเป็นใคร แต่วงในรู้หมดแล้ว สะพัดสองฝ่ายเพื่อนร่วมรุ่นนิติศาสตร์ มธ. ให้ความช่วยเหลือกู้ยืมเงินเรื่องทำธุรกิจผิดพลาด แต่รูปแบบการโอนทำหลายครั้ง รวมถึงการซอยทยอยโอน 5 หมื่น มากกว่า 30 ครั้ง ข้องใจทำสัญญาถูกต้องหรือไม่ แถมไม่พบรายการทรัพย์สินช่วงเข้ารับตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระ เสี่ยงแสดงบัญชีอันเป็นเท็จ
.................................................................
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีสำนักงานศาลยุติธรรม ส่งสำนวนการสอบสวนกรณีคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) มีมติเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ให้ไล่ออกผู้พิพากษา ระดับศาลอุทธรณ์ออกจากราชการ กรณีให้ประกันตัวจำเลยในคดีพนันออนไลน์ โดยมีพฤติการณ์ร่วมรู้เห็นเรื่องการขอแลกเปลี่ยนเวร และร่วมขบวนการเกี่ยวกับการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งปล่อยชั่วคราว โดยมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวขัดต่อกฎหมายอันเป็นดุลพินิจที่ไม่ชอบ ไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของราชการ และจริยธรรรมของข้าราชการตุลาการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง โดย ก.ต. มีมติเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป และมีการขยายผลว่า ยังมีผู้พิพากษารายอื่นพัวพันด้วยหรือไม่
โดยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าตรวจสอบเส้นทางเงินของกลุ่มทนายความในคดีซึ่งมีจำเลยจำนวนมากถึง 42 ราย พบว่า มีทนายจำเลยรายหนึ่งได้โอนเงินเข้าบัญชีผู้พิพากษาระดับศาลฎีกาหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท ก.ต. จึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้วนั้น
ก.ต. ส่ง ป.ป.ช. สอบไล่ออก พ.อุทธรณ์คดีประกันตัวพนันออนไลน์ พบโอนเงินเข้าบัญชีผู้พิพากษาฎีกา 20 ล.
ข้อมูลลับ! พ.ฎีการับโอนเงิน20 ล. ปัจจุบันเป็นกก.องค์กรอิสระสอบอำนาจรัฐ
ปริศนา! เงิน 20 ล. พ.ฏีกาล่องหน? ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินฯนั่งองค์กรอิสระ
เส้นทางเงินปริศนา 20 ล้าน พ.ฏีกา รับโอนผ่านตู้ ATM 36 ครั้ง 1.83 ล.
พิสูจน์! บัญชีรับโอนเงินปริศนา 20 ล้าน ชื่อ พ.ฎีกา โชว์หรา 'เจ้าของ'
ถึงคิว! โชว์บัญชีแบงก์ทนายความปริศนา ทยอยโอน1.8 ล. ผ่านATM เข้า พ.ฏีกา
ล่าสุด แหล่งข่าวสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในหมู่ผู้พิพากษาทุกระดับและพยายามหาตัวว่า ผู้พิพากษาศาลฎีการายดังกล่าวเป็นใคร
“มีการคาดเดาไปต่าง ๆ นานา แม้ว่าผู้พิพากษาระดับศาลฎีกาที่ไปดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระจะมีอยู่ไม่กี่ราย แต่สำหรับผู้บริหารศาลหรือผู้พิพากษาระดับสูง ก็จะทราบข้อมูลวงในกรณีที่คณะกรรมการตุลาการ(ก.ต.) สอบข้อเท็จจริงขยายผลเรื่องผู้พิพากษารายดังกล่าว รับโอนเงิน 20 ล้านบาท มาจากทนายความรายหนึ่งในคดีพนันออนไลน์” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า ในแวดวงผู้พิพากษาระดับสูงพูดกันว่า ผู้พิพากษาศาลฎีการายดังกล่าวอ้างว่าเงินจำนวน 20 ล้านบาท ที่ได้รับโอนมาจากทนายจำเลยคดีพนันออนไลน์ เป็นเพียงการกู้ยืมเงินระหว่างเพื่อน เนื่องจากทนายจำเลยคดีพนันออนไลน์กับผู้พิพากษาศาลฎีการายดังกล่าว เป็นเพื่อนเรียนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) รุ่นเดียวกัน
“มีการกล่าวอ้างว่า ครอบครัวของผู้พิพากษาศาลฎีการายดังกล่าวมีความเดือดร้อนเรื่องการเงิน เพราะการลงทุนในธุรกิจผิดพลาด เลยไปขอความช่วยเหลือจากทนายความ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น และเป็นกรรมการบริษัทใหญ่หลายแห่ง” แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวรายนี้ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 20 ล้านบาท และรูปแบบการโอนก็กระทำกันหลายครั้ง รวมถึงการซอยทยอยโอนครั้งละ 50,000 บาทกว่า 30 ครั้ง และไม่แน่ใจว่ามีการทำสัญญากู้ยืมกันอย่างถูกต้องหรือไม่ นอกจากนั้นเมื่อผู้พิพากษาศาลฎีการายดังกล่าวไปดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์กรอิสระก็ไม่ปรากฏเงินกู้ยืมจำนวนนี้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
“ถ้าเป็นการกู้ยืมกันจริงและยังไม่ได้ชดใช้ แต่ไม่มีการแสดงในรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินช่วงเข้ารับตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระ ก็เข้าข่ายเป็นความผิดในเรื่องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จอยู่ดี” แหล่งข่าวกล่าวระบุ
อนึ่ง เกี่ยวกับกรณีนี้ สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบไปแล้ว คือ
1.ปัจจุบัน ผู้พิพากษาระดับศาลฎีกาที่ได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีหลายครั้งรวมเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาทข้างต้น พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว และเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการองค์กรอิสระแห่งหนึ่งที่มีหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐ เมื่อปี 2567
2. เงินจำนวน 20 ล้านบาท ที่ได้รับโอนมาจากทนายความในคดีกรณีให้ประกันตัวจำเลยในคดีพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจสอบในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 - 21 มิถุนายน 2566 ไม่ปรากฏอยู่ในการแจ้งข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินช่วงเข้ารับตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระ ทั้งในส่วนของทรัพย์สิน หรือจะเป็นในส่วนหนี้สินแต่อย่างใด
3.ข้อมูลการโอนเงินของทนายจำเลยรายนี้ ที่เข้าบัญชีผู้พิพากษาระดับศาลฎีกาดังกล่าว มี 2 รูปแบบ คือ
(1.) โอนผ่านบัญชีธนาคาร จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงินรวมท้งสิ้น 19,000,000 บาท
(2.) โอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม ครั้งละ 50,000 บาท จำนวน 36 ครั้ง และ 30,000 บาท จำนวน 1 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1,830,000 บาท
รวมยอดเงินโอนทั้ง 2 รูปแบบ อยู่ที่ 20,830,000 บาท
อย่างไรก็ดี กรณีนี้ ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบทั้งในส่วน ของ ก.ต. และ ป.ป.ช. ยังไม่ได้มีการสรุปผลชี้ขาดว่ามีความผิดแต่อย่างใด
ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ อยู่





