News Logo
หน้าแรก
เปิดสัมพันธ์ลึก 'พ.ฎีกา-ทนาย' เพื่อนนิติฯมธ. 20 ล.ให้กู้ยืมช่วยธุรกิจ

เปิดสัมพันธ์ลึก 'พ.ฎีกา-ทนาย' เพื่อนนิติฯมธ. 20 ล.ให้กู้ยืมช่วยธุรกิจ

25 ม.ค. 2569 10:43
ผู้ชม 1,314 คน

หลัง Next News ตีข่าว 'พ.ฏีกา' รับโอนเงินปริศนาเข้าบัญชี 20 ล้าน แวดวงผู้พิพากษาวิจารณ์แซดหาตัวเป็นใคร แต่วงในรู้หมดแล้ว สะพัดสองฝ่ายเพื่อนร่วมรุ่นนิติศาสตร์ มธ. ให้ความช่วยเหลือกู้ยืมเงินเรื่องทำธุรกิจผิดพลาด แต่รูปแบบการโอนทำหลายครั้ง รวมถึงการซอยทยอยโอน 5 หมื่น มากกว่า 30 ครั้ง ข้องใจทำสัญญาถูกต้องหรือไม่ แถมไม่พบรายการทรัพย์สินช่วงเข้ารับตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระ เสี่ยงแสดงบัญชีอันเป็นเท็จ

.................................................................

สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีสำนักงานศาลยุติธรรม ส่งสำนวนการสอบสวนกรณีคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) มีมติเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ให้ไล่ออกผู้พิพากษา ระดับศาลอุทธรณ์ออกจากราชการ กรณีให้ประกันตัวจำเลยในคดีพนันออนไลน์ โดยมีพฤติการณ์ร่วมรู้เห็นเรื่องการขอแลกเปลี่ยนเวร และร่วมขบวนการเกี่ยวกับการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งปล่อยชั่วคราว โดยมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวขัดต่อกฎหมายอันเป็นดุลพินิจที่ไม่ชอบ ไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของราชการ และจริยธรรรมของข้าราชการตุลาการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง โดย ก.ต. มีมติเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป และมีการขยายผลว่า ยังมีผู้พิพากษารายอื่นพัวพันด้วยหรือไม่

โดยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าตรวจสอบเส้นทางเงินของกลุ่มทนายความในคดีซึ่งมีจำเลยจำนวนมากถึง 42 ราย พบว่า มีทนายจำเลยรายหนึ่งได้โอนเงินเข้าบัญชีผู้พิพากษาระดับศาลฎีกาหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท ก.ต. จึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้วนั้น

ล่าสุด แหล่งข่าวสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในหมู่ผู้พิพากษาทุกระดับและพยายามหาตัวว่า ผู้พิพากษาศาลฎีการายดังกล่าวเป็นใคร

“มีการคาดเดาไปต่าง ๆ นานา แม้ว่าผู้พิพากษาระดับศาลฎีกาที่ไปดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระจะมีอยู่ไม่กี่ราย แต่สำหรับผู้บริหารศาลหรือผู้พิพากษาระดับสูง ก็จะทราบข้อมูลวงในกรณีที่คณะกรรมการตุลาการ(ก.ต.) สอบข้อเท็จจริงขยายผลเรื่องผู้พิพากษารายดังกล่าว รับโอนเงิน 20 ล้านบาท มาจากทนายความรายหนึ่งในคดีพนันออนไลน์” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า ในแวดวงผู้พิพากษาระดับสูงพูดกันว่า ผู้พิพากษาศาลฎีการายดังกล่าวอ้างว่าเงินจำนวน 20 ล้านบาท ที่ได้รับโอนมาจากทนายจำเลยคดีพนันออนไลน์ เป็นเพียงการกู้ยืมเงินระหว่างเพื่อน เนื่องจากทนายจำเลยคดีพนันออนไลน์กับผู้พิพากษาศาลฎีการายดังกล่าว เป็นเพื่อนเรียนที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) รุ่นเดียวกัน

“มีการกล่าวอ้างว่า ครอบครัวของผู้พิพากษาศาลฎีการายดังกล่าวมีความเดือดร้อนเรื่องการเงิน เพราะการลงทุนในธุรกิจผิดพลาด เลยไปขอความช่วยเหลือจากทนายความ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น และเป็นกรรมการบริษัทใหญ่หลายแห่ง” แหล่งข่าวระบุ

แหล่งข่าวรายนี้ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 20 ล้านบาท และรูปแบบการโอนก็กระทำกันหลายครั้ง รวมถึงการซอยทยอยโอนครั้งละ 50,000 บาทกว่า 30 ครั้ง และไม่แน่ใจว่ามีการทำสัญญากู้ยืมกันอย่างถูกต้องหรือไม่ นอกจากนั้นเมื่อผู้พิพากษาศาลฎีการายดังกล่าวไปดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์กรอิสระก็ไม่ปรากฏเงินกู้ยืมจำนวนนี้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน

“ถ้าเป็นการกู้ยืมกันจริงและยังไม่ได้ชดใช้ แต่ไม่มีการแสดงในรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินช่วงเข้ารับตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระ ก็เข้าข่ายเป็นความผิดในเรื่องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จอยู่ดี” แหล่งข่าวกล่าวระบุ

อนึ่ง เกี่ยวกับกรณีนี้ สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบไปแล้ว คือ

1.ปัจจุบัน ผู้พิพากษาระดับศาลฎีกาที่ได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีหลายครั้งรวมเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาทข้างต้น พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว และเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการองค์กรอิสระแห่งหนึ่งที่มีหน้าที่ตรวจสอบอำนาจรัฐ เมื่อปี 2567

2. เงินจำนวน 20 ล้านบาท ที่ได้รับโอนมาจากทนายความในคดีกรณีให้ประกันตัวจำเลยในคดีพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ตรวจสอบในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 - 21 มิถุนายน 2566 ไม่ปรากฏอยู่ในการแจ้งข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินช่วงเข้ารับตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระ ทั้งในส่วนของทรัพย์สิน หรือจะเป็นในส่วนหนี้สินแต่อย่างใด

3.ข้อมูลการโอนเงินของทนายจำเลยรายนี้ ที่เข้าบัญชีผู้พิพากษาระดับศาลฎีกาดังกล่าว มี 2 รูปแบบ คือ

(1.) โอนผ่านบัญชีธนาคาร จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงินรวมท้งสิ้น 19,000,000 บาท

(2.) โอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม ครั้งละ 50,000 บาท จำนวน 36 ครั้ง และ 30,000 บาท จำนวน 1 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1,830,000 บาท

รวมยอดเงินโอนทั้ง 2 รูปแบบ อยู่ที่ 20,830,000 บาท

อย่างไรก็ดี กรณีนี้ ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบทั้งในส่วน ของ ก.ต. และ ป.ป.ช. ยังไม่ได้มีการสรุปผลชี้ขาดว่ามีความผิดแต่อย่างใด

ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ อยู่

Author Avatar

ผู้เขียน

มนตรี จุ้ยม่วงศรี
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง
เส้นทางเงิน20ล้าน
ผู้พิพากษา



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดทรัพย์สินสส.พ้นตำแหน่ง 'สรวงศ์' 766 ล.-'ชาดา' 144 ล.-'หมิว' 5 แสน
เปิดทรัพย์สินสส.พ้นตำแหน่ง 'สรวงศ์' 766 ล.-'ชาดา' 144 ล.-'หมิว' 5 แสน