เผยข้อมูลใหม่ 'ทนายความ' ปริศนา โอนเงิน 20 ล้าน ให้ พ.ฏีกา ปรากฏชื่อได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษากรรมการ ป.ป.ช. แถมมีตำแหน่งเป็นอนุฯ ที่ปรึกษากลั่นกรองสำนวนไต่สวนคดีอาญาด้วย ข้องใจหวั่นเกิดปัญหาแทรกแซงคดีช่วยเหลือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ถูกไล่ออกจากราชการกรณีให้ประกันตัวจำเลยในคดีพนันออนไลน์หรือไม่
................................................................
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีสำนักงานศาลยุติธรรม ส่งสำนวนการสอบสวนกรณีคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) มีมติเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ให้ไล่ออกผู้พิพากษา ระดับศาลอุทธรณ์ออกจากราชการ กรณีให้ประกันตัวจำเลยในคดีพนันออนไลน์ โดยมีพฤติการณ์ร่วมรู้เห็นเรื่องการขอแลกเปลี่ยนเวร และร่วมขบวนการเกี่ยวกับการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งปล่อยชั่วคราว โดยมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวขัดต่อกฎหมายอันเป็นดุลพินิจที่ไม่ชอบ ไม่ถือปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและประเพณีปฏิบัติของราชการ และจริยธรรรมของข้าราชการตุลาการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง โดย ก.ต. มีมติเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป และมีการขยายผลว่า ยังมีผู้พิพากษารายอื่นพัวพันด้วยหรือไม่ โดยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าตรวจสอบเส้นทางเงินของกลุ่มทนายความในคดีซึ่งมีจำเลยจำนวนมากถึง 42 ราย พบว่า มีทนายจำเลยรายหนึ่งได้โอนเงินเข้าบัญชีผู้พิพากษาระดับศาลฎีกาหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท ก.ต. จึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้วนั้น
ก.ต. ส่ง ป.ป.ช. สอบไล่ออก พ.อุทธรณ์คดีประกันตัวพนันออนไลน์ พบโอนเงินเข้าบัญชีผู้พิพากษาฎีกา 20 ล.
ข้อมูลลับ! พ.ฎีการับโอนเงิน20 ล. ปัจจุบันเป็นกก.องค์กรอิสระสอบอำนาจรัฐ
ปริศนา! เงิน 20 ล. พ.ฏีกาล่องหน? ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินฯนั่งองค์กรอิสระ
เส้นทางเงินปริศนา 20 ล้าน พ.ฏีกา รับโอนผ่านตู้ ATM 36 ครั้ง 1.83 ล.
พิสูจน์! บัญชีรับโอนเงินปริศนา 20 ล้าน ชื่อ พ.ฎีกา โชว์หรา 'เจ้าของ'
ถึงคิว! โชว์บัญชีแบงก์ทนายความปริศนา ทยอยโอน1.8 ล. ผ่านATM เข้า พ.ฏีกา
เปิดสัมพันธ์ลึก 'พ.ฎีกา-ทนาย' เพื่อนนิติฯมธ. 20 ล.ให้กู้ยืมช่วยธุรกิจ
ล่าสุด แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยสำนักข่าว Next News ว่า หนึ่งในทนายความจำเลยคดีพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผู้พิพากษาระดับศาลอุทธรณ์ถูกคณะกรรมการตุลาการ(ก.ต.) มีมติไล่ออกราชการ และให้ส่งสำนวนการสอบสวนให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวน เนื่องจากอาจเข้าข่ายความผิดทางอาญาในข้อหาเรียกรับสินบนนั้น
มีข้อมูลยืนยันว่า ทนายจำเลยรายดังกล่าว ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของกรรมการ ป.ป.ช.รายหนึ่ง และยังได้รับแต่งตั้งเป็นอนุกรรมการที่ปรึกษาสำนวนคดีอาญา ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดนี้มีหน้าที่สำคัญในการกลั่นกรอง สำนวนไต่สวนในคดีอาญาด้วย
“ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ สำนวนไล่ออกผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ดังกล่าว ถูกส่งไปให้คณะกรรม ป.ป.ช. ไต่สวน ซึ่งเป็นคดีที่ทนายจำเลยรายนี้เกี่ยวพันอยู่ด้วย แต่ทนายจำเลยรายนี้ กลับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษากรรมการ ป.ป.ช. และอนุกรรมการที่ปรึกษาสำนวนคดีอาญาฯ ดังนั้นจะมีความเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าทนายจำเลยรายนี้ จะไม่เข้าไปแทรกแซงคดีหรือช่วยเหลือผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ถูกไล่ออกจากราชการ” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกล่าวว่า ทนายจำเลยรายนี้ยังเป็นผู้ที่โอนเงินจำนวน 20 ล้านบาท ให้กับผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์กรอิสระแห่งหนึ่งด้วย
“ ปัญหาที่เกิดขึ้นสะท้อนเห็นว่า การแต่งตั้งที่ปรึกษาของกรรมการ ป.ป.ช. มีการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติหรือไม่ หรือยึดถือแต่เพียงว่ามีความสนิทสนมหรือใกล้ชิดกับกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งทำให้เกิดปัญหาเช่นเดียวกับการแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนชุดต่าง ๆ ในโควตาของกรรมการ ป.ป.ช. และฝากต่อกันเลยมา จนเกิดปัญหาขึ้นว่าอนุกรรมการบางคนไปแอบอ้างหรือใช้อิทธิพล ในการวิ่งเต้นคดีเหมือนกับคดีสินบนทองคำ 246 บาท ที่มีมีการกล่าวหาอนุกรรมการและกรรมการ ป.ป.ช.บางคน“ แหล่งข่าวกล่าว





