"...หากพิจารณาในภาพรวม คำชี้แจงทั้งหมดมีจุดที่อาจเป็นประเด็นสำคัญทางวินัยและกฎหมาย คือ ทุกคนลงนามรับรองตนเองว่าไม่ได้ทำงานเอกชน ทั้งที่ข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีการปฏิบัติงานและรับค่าตอบแทน, หลายรายมีการทำงานในเวลาราชการโดยไม่มีใบลาอย่างเป็นทางการ, มีการรับประโยชน์ 2 ทางพร้อมกัน คือ รับเงินเพิ่มพิเศษจากรัฐ และรับค่าตอบแทนจากเอกชนในช่วงเวลาเดียวกัน, บางรายมีสัญญากับโรงพยาบาลเอกชนชัดเจน ไม่ใช่เพียงการช่วยงานชั่วคราว แม้จะอ้างว่า “ไม่เจตนา” แต่ข้อเท็จจริงเรื่องการรับเงินโดยไม่มีสิทธิและการลงนามรับรองเอกสารยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายเดือน..."
ในการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกผลการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณในโครงการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร การประชุมสัมมนา การศึกษาดูงาน การจัดกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและค่าตอบแทนของหน่วยงานภาครัฐ ช่วงปีงบประมาณ 2567 ที่ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พบข้อบกพร่องจำนวน 52 รายงาน รวม 39 หน่วยงาน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายและมีข้อเสนอแนะให้เรียกคืนเงินรวมทั้งสิ้น 124.22 ล้านบาท
ชุดที่สอง หลังจากก่อนหน้านี้ สำนักข่าว Next News นำข้อมูลเชิงลึกรายงานผลการตรวจสอบปัญหาการใช้จ่ายเงินงบประมาณของหน่วยงานหลายแห่งนำมาเสนอไปแล้ว อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา กรมธนารักษ์ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) และกองบิน 6 กองทัพอากาศ (ดูรายละเอียดในข่าวท้ายเรื่อง)
สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า การดำเนินงานในส่วนของโรงพยาบาลเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี มีปัญหาการเบิกจ่ายเงิน แพทย์ จำนวน 7 ราย มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับแพทย์กรณีไม่ทำงานในโรงพยาบาลรัฐ แต่กลับไปปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชน และยังคงเบิกเงินเพิ่มพิเศษจากทางราชการ ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย รวมวงเงินอย่างน้อย 530,000 บาท

ภาพประกอบรายงาน
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันข้อมูลคำชี้แจงของ แพทย์ทั้ง 7 ราย มานำเสนอแบบชัดๆ ดังนี้
นาย จ. แพทย์ชำนาญการ
ยอมรับว่าได้จัดทำแบบคำขอรับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับแพทย์ ฉบับลงวันที่ 13 มิถุนายน 2565 และได้ขอเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนจากโรงพยาบาลเกาะสมุย ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2565 ถึงกุมภาพันธ์ 2566 รวม 8 เดือน เป็นเงินทั้งสิ้น 80,000 บาท ต่อมา ได้ยื่นขอยกเลิกสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 เนื่องจากมีความประสงค์จะไปปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชน
เจ้าตัวยอมรับ ว่า ในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งยังอยู่ระหว่างสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษจากโรงพยาบาลเกาะสมุย กลับไปปฏิบัติงานและรับค่าตอบแทนจากโรงพยาบาลเอกชน แห่ง 1 ทั้งยังมีบางช่วงเป็นเวลาราชการโดยไม่ได้ลาราชการจากต้นสังกัด พร้อมทั้งยังเบิกเงินเพิ่มพิเศษจากโรงพยาบาลเกาะสมุยในช่วงเวลาเดียวกันด้วย
เจ้าตัว ยอมรับว่า การกระทำดังกล่าวไม่เป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาและหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข แต่ชี้แจงว่าเกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะตั้งใจจะยกเลิกสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ดำเนินการยื่นยกเลิกอย่างเป็นทางการ อีกทั้งไม่ได้ศึกษาระเบียบเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินเพิ่มพิเศษโดยละเอียด จึงทำให้มีการเบิกจ่ายที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์
นางสาว ช. นายแพทย์ชำนาญการ
ยอมรับว่าได้ทำสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับแพทย์กับโรงพยาบาลเกาะสมุยต่อเนื่อง 2 ฉบับ และเบิกเงินเพิ่มพิเศษระหว่างเดือนกรกฎาคม 2564 ถึงเมษายน 2566 รวม 22 เดือน เป็นเงิน 220,000 บาท ก่อนยื่นยกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 เพื่อไปทำงานในโรงพยาบาลเอกชน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่สัญญารับเงินเพิ่มพิเศษยังมีผลบังคับใช้ เจ้าตัวยอมรับว่าได้ไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง โดยมีหลักฐานจากบันทึกทางวิสัญญีวิทยาและหลักฐานการจ่ายค่าตอบแทนยืนยันว่าได้รับค่าตอบแทนจริง อีกทั้งยังยอมรับว่ามีบางช่วงเป็นการปฏิบัติงานในเวลาราชการโดยไม่ได้ลาราชการจากโรงพยาบาลเกาะสมุย พร้อมทั้งยังคงเบิกเงินเพิ่มพิเศษจากต้นสังกัดในช่วงเวลาเดียวกัน
เจ้าตัวยอมรับว่า การกระทำดังกล่าวไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญาและหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข แต่ชี้แจงว่า การไปทำงานโรงพยาบาลเอกชนเป็นเพียงกรณีรับงานเฉพาะบางวันเมื่อมีผู้ป่วยฉุกเฉิน ไม่ได้ทำงานประจำ จึงไม่ได้ยกเลิกสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษ อีกทั้งไม่ได้ศึกษาระเบียบและเงื่อนไขของสัญญาโดยละเอียด จึงทำให้เกิดการเบิกจ่ายที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์
แพทย์หญิง ต. นายแพทย์ชำนาญการ
ยอมรับว่าได้ทำสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับแพทย์ โดยไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัวหรือปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชน กับโรงพยาบาลเกาะสมุย เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2565 และได้รับเงินเพิ่มพิเศษเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ถึงมีนาคม 2566
อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดือนกันยายน 2565 ถึงมีนาคม 2566 เจ้าตัวยอมรับว่าได้ไปปฏิบัติงานตรวจรักษาในโรงพยาบาลเอกชน 3 แห่ง โดยเฉพาะโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีการทำสัญญาเป็นวิสัญญีแพทย์ Part Time ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566
เจ้าตัวชี้แจงว่า เข้าใจว่าหลักเกณฑ์ห้ามเฉพาะกรณีเปิดคลินิกส่วนตัว หรือมีสัญญาประจำกับโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น ส่วนการไปรับงานเป็นครั้งคราวและรับค่าตอบแทนรายครั้งจากโรงพยาบาลเอกชน 2 แห่ง สามารถทำได้ จึงยังคงเบิกเงินเพิ่มพิเศษต่อไป อีกทั้งเมื่อเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเกาะสมุยยังดำเนินการให้ยื่นเอกสารเบิกตามปกติโดยไม่มีการทักท้วง จึงทำให้เชื่อว่าสามารถเบิกได้
ต่อมา เมื่อทำสัญญาเป็นแพทย์นอกเวลากับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งแล้ว เจ้าตัวระบุว่าได้แจ้งขอยกเลิกการรับเงินเพิ่มพิเศษด้วยวาจาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเอกสารของเดือนมีนาคมดำเนินการไปแล้ว จึงต้องยื่นยกเลิกอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม และมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ สตง.จะเข้ามาตรวจสอบ โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำให้ราชการเสียหาย
นาย น. นายแพทย์ชำนาญการ
ได้ทำสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับแพทย์กับโรงพยาบาลเกาะสมุย เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 และได้รับเงินเพิ่มพิเศษเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 ถึงมิถุนายน 2565
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่าในช่วงเดือนสิงหาคม 2564 ถึงมิถุนายน 2565 ได้ไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลเอกชน ทั้งในและนอกเวลาราชการ ขณะเดียวกันยังคงเบิกเงินเพิ่มพิเศษจากโรงพยาบาลเกาะสมุยตามปกติ โดยยอมรับว่าการปฏิบัติดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การรับเงินเพิ่มพิเศษ
เจ้าตัวชี้แจงว่า สาเหตุเกิดจากไม่ได้ศึกษาระเบียบและเงื่อนไขของการรับเงินเพิ่มพิเศษโดยละเอียด จึงเข้าใจว่าสามารถไปปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชนเป็นครั้งคราวได้โดยไม่ผิดหลักเกณฑ์ อีกทั้งตนเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง ทำให้จำเป็นต้องดูแลผู้ป่วยทุกเคส รวมถึงกรณีเร่งด่วนในโรงพยาบาลเอกชน
กรณีการลงนามรับรองการปฏิบัติตามสัญญาเพื่อใช้ประกอบการเบิกเงินเพิ่มพิเศษ ทั้งที่มีการไปทำงานในโรงพยาบาลเอกชน เจ้าตัวยืนยันว่าในขณะนั้นยังเข้าใจว่าการทำงานเป็นครั้งคราวไม่กระทบสิทธิการรับเงินเพิ่มพิเศษ จึงยังคงเบิกเงินต่อเนื่องตามปกติ
ต่อมา เมื่อมีแผนเปิดคลินิกเวชกรรมส่วนตัว จึงเริ่มตระหนักว่าการทำเวชปฏิบัติในลักษณะดังกล่าวอาจขัดต่อหลักเกณฑ์ เพราะต้องมีเวลาปฏิบัติงานสม่ำเสมอและขอใบอนุญาตในนามส่วนตัว จึงได้ยื่นขอยกเลิกสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565
เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่มีเจตนาเบียดบังเวลาราชการหรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว โดยระบุว่ายังคงปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลเกาะสมุยอย่างสม่ำเสมอ และการไปทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหน้าที่ราชการ
แพทย์หญิง ภ. นายแพทย์ชำนาญการ
ได้ทำสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับแพทย์กับโรงพยาบาลเกาะสมุย ตามสัญญาเลขที่ 216 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2565 เพื่อรับเงินเพิ่มพิเศษเดือนละ 10,000 บาท และมีการเบิกเงินดังกล่าวตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ถึงมีนาคม 2566
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกัน เจ้าตัวยอมรับว่าได้ไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลเอกชน โดยมีทั้งสัญญาความร่วมมือ สัญญาอนุญาตใช้สถานที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และสัญญาส่งเสริมกิจกรรมโรงพยาบาล รวมทั้งมีตารางเวรตรวจรักษา หลักฐานการรักษาผู้ป่วย และหลักฐานรับค่าตอบแทนจากโรงพยาบาลเอกชน
เจ้าตัวชี้แจงว่า เมื่อย้ายมาปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลเกาะสมุย ทราบว่าแพทย์ส่วนใหญ่ใช้สิทธิรับเงินเพิ่มพิเศษดังกล่าว จึงยื่นขอรับเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้อ่านรายละเอียดสัญญาอย่างครบถ้วน โดยเข้าใจว่าหลักเกณฑ์ห้ามเฉพาะการเปิดคลินิกส่วนตัวเท่านั้น อีกทั้งในช่วงแรกภาระงานที่โรงพยาบาลเกาะสมุยยังไม่มาก จึงไปรับตรวจผู้ป่วยที่โรงพยาบาลเอกชน หลังเวลาราชการหรือช่วงว่างจากงาน
อย่างไรก็ตาม เมื่อปฏิบัติงานจริงกลับมีการตรวจรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ แต่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเกาะสมุยยังคงให้ดำเนินการยื่นเอกสารเบิกเงินเพิ่มพิเศษตามปกติโดยไม่มีการทักท้วง จึงทำให้เข้าใจว่ายังสามารถเบิกได้ กระทั่งภายหลังมีการท้วงติง จึงทราบว่าไม่สามารถรับเงินดังกล่าวได้ และได้ยื่นหนังสือขอยกเลิกสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษในเดือนมีนาคม 2566 พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำให้ราชการเสียหาย
สำหรับกรณีการไปตรวจรักษาในเวลาราชการ เจ้าตัวชี้แจงว่า ในแต่ละวันแพทย์จะสลับกันออกตรวจผู้ป่วย ดังนั้นวันที่ไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชน จึงเป็นวันที่ไม่มีภารกิจตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเกาะสมุย ส่วนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการจะใช้เวลาเพียงประมาณวันละ 3 ชั่วโมง และยังกลับมาปฏิบัติหน้าที่เวรของโรงพยาบาลเกาะสมุยตามปกติ โดยระบุว่าเวรส่วนใหญ่เป็นการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์
นาย ว. แพทย์ชำนาญการ
ได้ทำสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับแพทย์โดยไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัวหรือปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชน ตามสัญญาเลขที่ 215 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2565 และได้รับเงินเพิ่มพิเศษเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ถึงกุมภาพันธ์ 2566
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่าในช่วงเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ 2566 ได้ไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลเอกชน ทั้งในและนอกเวลาราชการ ตามวันเวลาและหลักฐานที่ปรากฏ โดยระบุว่าในช่วงดังกล่าวมีความประสงค์จะยกเลิกการรับเงินเพิ่มพิเศษอยู่แล้ว แต่ไม่ทราบขั้นตอนการยกเลิก ประกอบกับได้รับมอบหมายตารางงานจากโรงพยาบาลเอกชนอย่างกะทันหัน จึงไปปฏิบัติงานและหลงลืมดำเนินการยกเลิกสิทธิให้เรียบร้อย
กรณีการลงนามในเอกสารยืนยันการปฏิบัติตามสัญญาเพื่อใช้ประกอบการเบิกเงินเพิ่มพิเศษ ทั้งที่มีการทำงานในโรงพยาบาลเอกชน เจ้าตัวชี้แจงว่า ในขั้นตอนการเบิกจ่าย เจ้าหน้าที่จะจัดเอกสารจำนวนมากให้ลงนามพร้อมกัน จึงไม่ได้ตรวจสอบโดยละเอียดว่ามีเอกสารเกี่ยวกับการเบิกเงินเพิ่มพิเศษรวมอยู่ด้วย ทั้งที่ขณะนั้นตั้งใจจะยกเลิกการรับเงินดังกล่าวแล้ว
สำหรับกรณีการไปปฏิบัติงานในเวลาราชการ เจ้าตัวอธิบายว่า การลาของแผนกศัลยกรรมไม่มีการทำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ใช้วิธีแจ้งภายในแผนกและสับเปลี่ยนเวรปฏิบัติงานกัน จึงเข้าใจว่าการไปทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนเป็นการลาที่ถูกต้องแล้ว อีกทั้งยังไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลเกาะสมุย และเมื่อเทียบกับสิทธิวันลาตามระเบียบราชการก็ยังมีวันลาคงเหลือเพียงพอ
เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่มีเจตนาเบียดบังเวลาราชการหรือแสวงหาประโยชน์โดยทุจริต โดยมองว่าการรับเงินเพิ่มพิเศษในช่วงดังกล่าวเป็นความผิดพลาดในขั้นตอนการเบิกจ่าย ระหว่างที่กำลังจะยกเลิกสิทธิ และระบุว่าตนได้รับเงินโดยไม่มีสิทธิเพียง 2 เดือน คือเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ 2566 ก่อนจะลาออกจากราชการเพื่อไปทำงานโรงพยาบาลเอกชนตามความประสงค์
นายแพทย์ ส. นายแพทย์ชำนาญการ
ได้ทำสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับแพทย์ โดยไม่ทำเวชปฏิบัติส่วนตัวหรือปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชน ตามสัญญาเลขที่ 212 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2565 และได้รับเงินเพิ่มพิเศษเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2565 ถึงเมษายน 2566
อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยอมรับว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2565 ถึงเมษายน 2566 ได้ไปปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลเอกชน ทั้งในและนอกเวลาราชการ ตามวันเวลาและหลักฐานที่ปรากฏ
เจ้าตัวชี้แจงว่า แม้จะทราบว่าหลักเกณฑ์การรับเงินเพิ่มพิเศษกำหนดห้ามปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชน แต่เข้าใจว่าข้อห้ามมุ่งเฉพาะกรณีเปิดคลินิกส่วนตัว อีกทั้งเห็นว่าแพทย์ส่วนใหญ่ในโรงพยาบาลใช้สิทธิรับเงินเพิ่มพิเศษดังกล่าว จึงยื่นขอรับเช่นเดียวกัน โดยระบุว่าโรงพยาบาลเอกชนได้ติดต่อให้ไปช่วยตรวจรักษาผู้ป่วยเด็ก เนื่องจากขาดแคลนกุมารแพทย์ และตนเห็นว่าสามารถไปช่วยตรวจรักษาหลังเลิกงานได้ จึงตอบรับไปปฏิบัติงาน
กรณีการลงนามรับรองการปฏิบัติตามสัญญาเพื่อใช้ประกอบการเบิกเงินเพิ่มพิเศษ ทั้งที่มีการทำงานในโรงพยาบาลเอกชน เจ้าตัวชี้แจงว่า ในแต่ละเดือนเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเกาะสมุยจะให้จัดทำเอกสารเบิกเงินพร้อมแพทย์คนอื่นตามปกติ โดยตนไม่ได้ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด และไม่มีผู้ใดทักท้วง จึงเข้าใจว่ายังสามารถเบิกได้ กระทั่งภายหลังมีการทักท้วง จึงยื่นขอยกเลิกสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษในเดือนพฤษภาคม 2566 พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำให้ราชการเสียหาย
สำหรับกรณีการไปปฏิบัติงานในเวลาราชการ เจ้าตัวยอมรับว่าได้ไปตรวจรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลเอกชนจริง โดยให้เหตุผลว่าในแต่ละวันแพทย์จะผลัดเปลี่ยนกันออกตรวจ ดังนั้นวันที่ตนไปทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนจึงเป็นวันที่ไม่มีภารกิจตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเกาะสมุย และได้ฝากภาระงานให้แพทย์ท่านอื่นช่วยดูแลแล้ว
ส่วนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ เจ้าตัวระบุว่าใช้เวลาตรวจรักษาเพียงประมาณวันละ 3 ชั่วโมง และยังกลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพยาบาลเกาะสมุยตามปกติ โดยเวรแพทย์เฉพาะทางส่วนใหญ่เป็นการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ และหากมีกรณีฉุกเฉินก็สามารถให้แพทย์เฉพาะทางท่านอื่นช่วยดูแลแทนได้
*************
ทั้งหมดนี้เป็นคำชี้แจงของแพทย์ทั้ง 7 ราย มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับแพทย์กรณีไม่ทำงานในโรงพยาบาลเอกชน แต่กลับไปปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชน และยังคงเบิกเงินเพิ่มพิเศษจากทางราชการ ทำให้รัฐได้รับความเสียหาย รวมวงเงินอย่างน้อย 530,000 บาท ที่สำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบล่าสุด
อย่างไรก็ตาม หากภาพรวมคำชี้แจงของแพทย์ทั้ง 7 ราย จะพบว่า มีสาระสำคัญไปในทิศทางเดียวกัน คือ “ยอมรับข้อเท็จจริง” ว่าได้รับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับแพทย์ของโรงพยาบาลเกาะสมุย ขณะเดียวกันก็ไปปฏิบัติงานและรับค่าตอบแทนจากโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งบางช่วงเกิดขึ้นในเวลาราชการ และยังคงเบิกเงินเพิ่มพิเศษต่อเนื่อง แม้เงื่อนไขสัญญาจะกำหนดห้ามไว้
แนวทางการชี้แจงของแพทย์ส่วนใหญ่ สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเด็นหลัก คือ
1.อ้างว่า “เข้าใจคลาดเคลื่อน” ในหลักเกณฑ์
หลายรายระบุว่าเข้าใจว่าข้อห้ามใช้เฉพาะกรณีเปิดคลินิกส่วนตัว หรือทำงานประจำกับโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น แต่หากเป็นการรับงานเป็นครั้งคราว รับเคสฉุกเฉิน หรือทำ Part Time นอกเวลา ยังสามารถทำได้ จึงยังเบิกเงินเพิ่มพิเศษต่อไป
2.อ้างว่า “ไม่ได้ศึกษาระเบียบโดยละเอียด”
แทบทุกคนชี้แจงในลักษณะเดียวกันว่าไม่ได้อ่านเงื่อนไขสัญญาหรือหลักเกณฑ์กระทรวงสาธารณสุขอย่างครบถ้วน จึงไม่ทราบว่าการไปทำงานเอกชนแม้เพียงบางครั้ง ก็อาจทำให้หมดสิทธิรับเงินเพิ่มพิเศษ
3.อ้างว่า “ตั้งใจจะยกเลิกสิทธิอยู่แล้ว”
หลายรายระบุว่าช่วงที่ไปทำงานเอกชน เป็นช่วงกำลังเตรียมลาออกหรือเตรียมยกเลิกสัญญารับเงินเพิ่มพิเศษ เพียงแต่ยังไม่ได้ดำเนินการทางเอกสาร หรือไม่ทราบขั้นตอน ทำให้ยังมีการเบิกเงินต่อเนื่องอยู่ช่วงหนึ่ง
4.อ้างว่า “เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลยังให้เบิกตามปกติ”
บางรายระบุว่า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเกาะสมุยยังคงดำเนินการเอกสารเบิกจ่ายให้ตามปกติ ไม่มีการทักท้วง จึงทำให้เชื่อว่ายังสามารถรับเงินได้
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในภาพรวม คำชี้แจงทั้งหมดมีจุดที่อาจเป็นประเด็นสำคัญทางวินัยและกฎหมาย คือ ทุกคนลงนามรับรองตนเองว่าไม่ได้ทำงานเอกชน ทั้งที่ข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีการปฏิบัติงานและรับค่าตอบแทน, หลายรายมีการทำงานในเวลาราชการโดยไม่มีใบลาอย่างเป็นทางการ, มีการรับประโยชน์ 2 ทางพร้อมกัน คือ รับเงินเพิ่มพิเศษจากรัฐ และรับค่าตอบแทนจากเอกชนในช่วงเวลาเดียวกัน, บางรายมีสัญญากับโรงพยาบาลเอกชนชัดเจน ไม่ใช่เพียงการช่วยงานชั่วคราว
แม้จะอ้างว่า “ไม่เจตนา” แต่ข้อเท็จจริงเรื่องการรับเงินโดยไม่มีสิทธิและการลงนามรับรองเอกสารยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายเดือน
ในภาพรวม คำชี้แจงเหล่านี้จึงมีลักษณะ “รับข้อเท็จจริง แต่ปฏิเสธเจตนา” โดยเน้นอธิบายว่าเกิดจากความเข้าใจผิด ความบกพร่องในการศึกษาระเบียบ ขั้นตอนการยกเลิกสิทธิที่ล่าช้า หรือวัฒนธรรมการปฏิบัติที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน มากกว่าจะปฏิเสธว่ามีการทำงานเอกชนหรือรับเงินจริง
แต่ในมุมการตรวจสอบทางวินัยและการเงินการคลัง ประเด็นสำคัญอาจอยู่ที่ว่า แม้ไม่มีเจตนาทุจริต ก็ยังอาจเข้าข่าย เบิกจ่ายเงินโดยไม่มีสิทธิ, ฝ่าฝืนเงื่อนไขสัญญา และปฏิบัติราชการไม่เป็นไปตามระเบียบ
ขณะที่มีรายงานข่าวจากโรงพยาบาลเกาะสมุยว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลได้สั่งเรียกเงินคืนพร้อมค่าปรับ และลงโทษทางวินัยทุกคนไปแล้ว
หากมีข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม จะนำมาเสนอต่อไป
อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง
ไส้ใน 39 หน่วยงาน เดอะซีรีส์ ซีซั่น 1
สตง.พบ39 หน่วยงาน ใช้งบอบรม-สัมมนามิชอบ-เบิกจ่ายเท็จ รัฐเสียหาย 124 ล.
แฉสารพัดเล่ห์ 39 หน่วยงาน จัดอบรม-เบิกจ่ายเท็จ สตง.สั่งชดใช้ 124 ล.
ได้มาแล้ว! ชื่อ 39 หน่วยงาน จัดอบรม-เบิกจ่ายเท็จ สตง.สั่งชดใช้ 124 ล.
ประเดิมกรมอุตุฯ! สตง.ส่งป.ป.ช.ฟันอดีตอธิบดีเบิกค่าเดินทางมิชอบ 1 หมื่น
แห่งที่2! สตง.ฟัน นาวิกโยธิน 60 ราย เบิกค่าเดินทางเท็จ 48 ล้าน
กองทัพเรือแจง 60 นาวิกโยธินเบิกค่าเดินทางเท็จ 48 ล.สอบทันที-ลงโทษแล้ว
มทร.อีสาน แจงปม สตง.สั่งชดใช้เอี่ยว 'อบรมเท็จ' ยันสอบสวน-ฟัน จนท.แล้ว
มทร.อีสาน (1) สตง.ฟัน 4 จนท. เบิกจ่ายอบรมเท็จ ชื่อผู้ป่วยติดเตียงโผล่
มทร.อีสาน(2) สตง.แจ้งฟันวินัย 'บิ๊ก-พวก14 คน' จัดอบรมเท็จเสียหาย 48 ล.
ถึงคิว! กองบิน 6 สตง.ฟัน 7 นายทหาร ปลอมบิลอบรมเบิกเกินจริง 1.1 ล.
คืบหน้า 7 นายทหาร ปลอมบิลอบรมเบิกเกินจริง 1.1 ล.-ทอ.สั่งสอบ/ลงโทษแล้ว
ใครเป็นใคร? พฤติการณ์นาวิกฯ 20 รายแรก เบิกค่าเดินทางเท็จ 48 ล.
จัดให้ครบ! เปิดนาวิกฯ 40 รายสุดท้าย สตง.ฟันเบิกค่าเดินทางเท็จ 48 ล.
เปิดโปง บิ๊ก 'ธนารักษ์' เอื้อเอกชนญาติพัวพันจัดอบรม รัฐเสียหาย 8.4 ล.
อธิบดีธนารักษ์ขอ 2 สัปดาห์ แจงกรณี สตง.เปิดโปง บิ๊ก ขรก.เอี่ยวจัดอบรม
ไส้ใน 39 หน่วยงาน เดอะซีรีส์ ซีซั่น 2




