ป.ป.ช. แถลงมติชี้มูลความผิดจ่าเอกหญิง สิริกร ปิ่นเพ็ชร์ อดีตผู้ช่วย ผอ.ฯ สื่อสารองค์กร ธ.ออมสิน พร้อมผู้สนับสนุนรวม 5 ราย พฤติการณ์เรียกรับ-รับเงินจากบริษัทคู่สัญญาผลิตสื่อรวมกว่า 1.9 ล้านบาทช่วงปี 53-60 เผยทั้งหมดมีมูลความผิดทางอาญาและวินัยร้ายแรง ด้านออมสินสั่งไล่ออกแล้ว
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ออกเอกสารข่าวแจกกรณี ป.ป.ช.มีมติชี้มูลจ่าเอกหญิง สิริกร หรือศิว์ศิรี ปิ่นเพ็ชร์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารออมสิน กับพวกรวม 4 ราย ฐานเรียกรับและรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้รับจ้างจัดทำรายการโทรทัศน์ที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท ทำให้มีมูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรง รวมถึงผู้ร่วมกระทำผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบว่า ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2553 ถึง 2560 จ่าเอกหญิง สิริกร หรือศิว์ศิรี ปิ่นเพ็ชร์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารออมสิน และมีหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรงในการควบคุมการผลิต ตรวจสอบรูปแบบรายการ รวมถึงมีอำนาจในการตัดสินใจให้รายการออกอากาศ ได้รับการโอนเงินรวม 51 ครั้ง เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,912,720 บาท จากบริษัท กุนซือ มีเดีย จำกัด ซึ่งโอนเงินผ่านนายชาติชาย จอมแก้ว และบริษัท สตาร์ทติ้ง จำกัด ซึ่งโอนเงินผ่านนางสาวกวินทิพย์ เปลี่ยนศรี โดยทั้งสองบริษัทเป็นคู่สัญญาในการดำเนินการผลิตรายการโทรทัศน์ วางสื่อสารคดีสั้น และจัดทำวิดีโอพรีเซนเทชั่นให้กับธนาคารออมสิน
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า การกระทำของจ่าเอกหญิง สิริกร หรือศิว์ศิรี ปิ่นเพ็ชร์ มีมูลความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของเจ้าพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6 และมาตรา 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 103 ประกอบมาตรา 122 มาตรา 123/1 และมาตรา 123/2 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 128 ประกอบมาตรา 169 มาตรา 172 และมาตรา 173) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ธนาคารออมสินได้ลงโทษไล่ออกจ่าเอกหญิง สิริกร หรือศิว์ศิรี ปิ่นเพ็ชร์ จากตำแหน่งแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องส่งเรื่องไปให้ผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยอีกต่อไป นอกจากนี้ บริษัท กุนซือ มีเดีย จำกัด, นายชาติชาย จอมแก้ว, บริษัท สตาร์ทติ้ง จำกัด และนางสาวกวินทิพย์ เปลี่ยนศรี ก็มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐตามฐานความผิดดังกล่าว โดย ป.ป.ช. จะส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) ต่อไป




