"...ในเชิงพื้นที่ผู้ถูกกล่าวหากระจายตัวอยู่ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค โดยส่วนกลางประกอบด้วยหน่วยงานกำหนดนโยบายและคณะกรรมการ กสถ. ขณะที่ระดับพื้นที่พบการกระจุกตัวของผู้ถูกกล่าวหาในจังหวัดนนทบุรีอย่างมีนัยสำคัญ รองลงมาคือจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเชื่อมโยงกับบุคคลในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน.."
ประเด็นตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก!!
ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติรับไต่สวนคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 เป็นคดีพิเศษแล้วนั้น
ข้อมูลสำคัญที่สำนักข่าว Next News นำมาเสนอไปแล้ว คือ คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหารวมทั้งสิ้น 6,014 ราย
แยกออกเป็น 3 กลุ่มสำคัญ ได้แก่
1.กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับและดำเนินการสอบ จำนวน 22 ราย
2.กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนและเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ จำนวน 33 ราย
3.กลุ่มผู้สอบผ่านที่ถูกกล่าวหาว่าได้รับการแก้ไขกระดาษคำตอบ จำนวน 5,959 ราย อยู่ในพื้นที่ภาคใต้มากที่สุด (สอดคล้องกับข้อมูลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)
ที่พบว่า ศูนย์สอบภาคใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่พบความผิดปกติในสัดส่วนที่สูงมาก ได้แก่ ศูนย์สอบภาคใต้ 1 (นครศรีธรรมราช) มีผู้เข้าสอบและตรวจสอบแล้ว 1,046 คน พบว่ามีคะแนนปกติเพียง 252 คน แต่กลับมีคะแนนผิดปกติสูงถึง 775 คน คิดเป็นสัดส่วนความผิดปกติ 74.09% และความปกติ 24.09% โดยมีผู้รอตรวจสอบ 19 คน ศูนย์สอบภาคใต้ 2 (สงขลา) มีผู้เข้าสอบและตรวจสอบแล้ว 628 คน พบว่ามีคะแนนปกติเพียง 106 คน แต่มีคะแนนผิดปกติที่น่าตกใจถึง 477 คน คิดเป็นสัดส่วนความผิดปกติสูงสุดถึง 75.96% และความปกติ 16.88% โดยมีผู้รอตรวจสอบ 45 คน สถ.เผยข้อพิรุธสอบท้องถิ่น ศูนย์ฯสงขลาคะแนนผิดปกติ 75.96%-นครฯ 74.09% )

อินโฟฯ รายชื่อกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา
ทั้งนี้ ในจำนวนผู้ถูกกล่าวหา 2 กลุ่มแรก จำนวน 55 ราย จากการวิเคราะห์ข้อมูลจะพบว่า โครงสร้างผู้ถูกกล่าวหาครอบคลุมตั้งแต่ผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ไปจนถึงบุคคลในภาคเอกชน โดยพบการกระจุกตัวของเครือข่ายในจังหวัดนนทบุรีมากที่สุด
สามารถจำแนกตามบทบาท หน่วยงาน และพื้นที่ปฏิบัติงานได้อย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นโครงสร้างของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับกำหนดนโยบาย การกำกับดูแลการสอบ การจัดสอบ ไปจนถึงผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ประสานงาน นายหน้า และผู้ปฏิบัติการแก้ไขคะแนนสอบ ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
@ กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่กำกับและดำเนินการสอบ จำนวน 22 ราย
กลุ่มที่ 1 ผู้บริหารและหน่วยงานกำกับการสอบ (5 ราย)
กลุ่มแรกเป็นผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และหน่วยงานที่รับผิดชอบการออกข้อสอบและดำเนินการสอบ ประกอบด้วย
อดีตและอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2 ราย
รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 1 ราย
ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 1 ราย
ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 1 ราย
บุคคลกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางการจัดสอบ บริหารโครงการ ประสานงานระหว่างหน่วยงาน และดำเนินการประกาศผลสอบ
กลุ่มที่ 2 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) จำนวน 17 ราย
คณะกรรมการ กสถ. เป็นกลไกหลักในการกำกับดูแลการสอบแข่งขัน มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ อนุมัติแนวทางการดำเนินงาน กำกับการสอบ รับรองผลสอบ และประกาศผลสอบ
เมื่อจำแนกตามหน่วยงานและพื้นที่ พบว่าองค์ประกอบของ กสถ. มาจากทั้งหน่วยงานส่วนกลางและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภูมิภาค ดังนี้
1. หน่วยงานส่วนกลาง
ประกอบด้วยผู้แทนจาก
กระทรวงมหาดไทย
กระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงบประมาณ
กรมบัญชีกลาง
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ผู้ทรงคุณวุฒิ ก.จ.
ผู้ทรงคุณวุฒิ ก.ท.
ผู้ทรงคุณวุฒิ ก.อบต.
บุคคลในกลุ่มนี้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้กำหนดนโยบายและกำกับดูแลการสอบในภาพรวมของประเทศ
2. ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากภูมิภาค
ประกอบด้วยผู้บริหารท้องถิ่นจากหลายจังหวัด ได้แก่
จังหวัดสตูล : นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล
จังหวัดนครราชสีมา : นายวุฒิชัย วงศ์ปัญโญ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา
จังหวัดสุพรรณบุรี : นายอำพล ยุติโกมินทร์ ปลัดเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี
จังหวัดสระบุรี : นายเชื้อ ฮั่นจินดา ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองปลาหมอ อำเภอหนองแค
ส่วนกลาง : นายปิยะ คังกัน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารงานบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทำหน้าที่เลขานุการ กสถ.
โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนว่า กสถ. เป็นคณะกรรมการที่ผสมผสานผู้แทนจากหน่วยงานส่วนกลางกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภูมิภาค เพื่อร่วมกำกับดูแลการสอบแข่งขันทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม ในคดีนี้ กรรมการ กสถ. หลายรายปรากฏชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหา ส่งผลให้การไต่สวนของ ป.ป.ช. ครอบคลุมถึงกลไกการกำกับดูแลการสอบในระดับนโยบาย
@ กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนและเรียกรับเงิน จำนวน 33 ราย
กลุ่มนี้ หากจำแนกตามพื้นที่ พบว่าผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในบางจังหวัดอย่างชัดเจน
จังหวัดนนทบุรี : เครือข่ายขนาดใหญ่ที่สุด
พบผู้ถูกกล่าวหา 19 ราย คิดเป็นประมาณร้อยละ 57.6 ของผู้ถูกกล่าวหาในกลุ่มปฏิบัติการ
บุคคลส่วนใหญ่สังกัด
เทศบาลนครนนทบุรี
เทศบาลเมืองบางแม่นาง
เทศบาลเมืองปลายบาง
เทศบาลเมืองเสาธงหิน
เทศบาลตำบลบางใหญ่
องค์การบริหารส่วนตำบลบางขุนกอง
ตำแหน่งประกอบด้วยวิศวกร ผู้อำนวยการกองช่าง รองปลัดเทศบาล นักทรัพยากรบุคคล นักพัฒนาชุมชน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การกระจุกตัวของผู้ถูกกล่าวหาในจังหวัดเดียว ทำให้จังหวัดนนทบุรีเป็นพื้นที่สำคัญที่ถูกจับตาในการไต่สวนครั้งนี้
จังหวัดเพชรบูรณ์
พบผู้ถูกกล่าวหา 2 ราย ได้แก่
นายพิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี
พ.อ.อ.ณัฐพงษ์ ทั้งพรมพาณิชย์ นายกเทศมนตรีเมืองวิเชียรบุรี
ทั้งสองรายถูกกล่าวหาว่าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับบริษัทเอกชน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการแก้ไขข้อมูลคำตอบสอบ
จังหวัดปทุมธานี
พบผู้ถูกกล่าวหา 1 ราย คือเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว
กลุ่มบริษัทเอกชน
พบผู้ถูกกล่าวหา 2 ราย สังกัดบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ได้แก่
กรรมการผู้จัดการบริษัท
ลูกจ้างของบริษัท ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าทีมแก้ไขคำตอบสอบ
หากข้อกล่าวหาได้รับการพิสูจน์ จะสะท้อนว่าการดำเนินการที่ถูกกล่าวหาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ แต่มีบุคคลภายนอกและภาคเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
กลุ่มที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ
อีก 9 ราย ยังไม่ปรากฏข้อมูลสังกัดหรือพื้นที่อย่างชัดเจน ประกอบด้วยบุคคลจากสถาบันการศึกษา บุคคลทั่วไป และผู้ที่อยู่ระหว่างการยืนยันตัวบุคคล โดยอย่างน้อย 1 รายยังไม่สามารถยืนยันชื่อได้แน่ชัด
สรุป
เมื่อพิจารณาโครงสร้างทั้งหมด จะเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาครอบคลุมบุคคลแทบทุกระดับของกระบวนการสอบแข่งขัน ตั้งแต่ผู้บริหารระดับนโยบาย คณะกรรมการกำกับการสอบ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการจัดสอบ ผู้บริหารและบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นนายหน้า ตลอดจนบุคคลในภาคเอกชน
ในเชิงพื้นที่ ผู้ถูกกล่าวหากระจายตัวอยู่ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค โดยส่วนกลางประกอบด้วยหน่วยงานกำหนดนโยบายและคณะกรรมการ กสถ. ขณะที่ระดับพื้นที่พบการกระจุกตัวของผู้ถูกกล่าวหาในจังหวัดนนทบุรีอย่างมีนัยสำคัญ รองลงมาคือจังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเชื่อมโยงกับบุคคลในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน
ลักษณะดังกล่าวทำให้คดีนี้มีความซับซ้อนกว่าคดีทุจริตการสอบทั่วไป เนื่องจากข้อกล่าวหาครอบคลุมตั้งแต่ระดับกำหนดนโยบาย การกำกับดูแล การบริหารจัดการสอบ ไปจนถึงระดับปฏิบัติการ
อนึ่งเกี่ยวกับคดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการไต่สวนคดีเท่านั้น ป.ป.ช.ยังไม่ได้มีการชี้มูลความผิด ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ และมีสิทธิชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงสามารถเข้าร่วมกระบวนการกันตัวเป็นพยานกับ ป.ป.ช.ได้ด้วย

ภาพประกอบข่าว
ป.ป.ช.รับคดีพิเศษโกงสอบท้องถิ่นตั้งไต่สวน6,014 ราย 'เมีย'แมนรัตน์ ด้วย
เปิดหมด 55 ชื่อ 'จนท.รัฐ-นายหน้า' ป.ป.ช.ตั้งไต่สวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น
ป.ป.ช.แถลงโกงสอบท้องถิ่นเป็นคดีพิเศษ หลักฐานเชื่อได้แก้คะแนน-รับเงิน
เปิดตัว 'เต้ย' หน.ทีมแก้ไขคำตอบ ในบัญชี ป.ป.ช. ไต่สวนคดีโกงสอบท้องถิ่น
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




