'อัธยา นวลอุทัย' ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ยื่นหนังสือถอนตัวจากกรรมการสอบวินัยร้ายแรงคดีโกงสอบท้องถิ่น หลังมีชื่อถูก ป.ป.ช. ไต่สวนอาญากลุ่ม กสถ.จัดสอบ หวั่นอาจเป็นผู้มีประโยชน์ได้เสียมีเหตุอันอาจกระทบความเป็นกลาง
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง กรณีการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ข้าราชการ 5 ราย ได้แก่
1.นายธีรตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
2.นายธนนท์ พรรพีภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
3.นายพนมเทียน เส้งวั่น ผู้อำนวยการกองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
4.นายปิยะ คังกัน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารงานบุคคลท้องถิ่น กองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
5.นางสาวบุรณี แพรโรจน์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสรรหาและเลือกสรรบุคคลส่วนท้องถิ่น กองบุคคลท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
โดยปรากฏชื่อ นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสอบสวน

ภาพประกอบข่าว
ชัดๆ พฤติการณ์ อธิบดีสถ.-พวก 4 คน มท.สอบวินัยร้ายแรงคดีโกงสอบท้องถิ่น
ล่าสุด มีรายงานข่าวว่า นายอัธยา นวลอุทัย ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอถอนตัวจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว หลังได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ปรากฏข่าวว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการจัดสอบแข่งขันดังกล่าว และมีรายชื่อของนายอัธยาอยู่ในกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบและการประกาศผลสอบ ในฐานะผู้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น
นายอัธยา ระบุเหตุผลถอนตัวจากการเป็นกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ว่าอาจเป็นผู้มีประโยชน์ได้เสียในเรื่องที่ทำการสอบสวน และอาจมีเหตุอันอาจกระทบต่อความเป็น กลางหรือความเป็นธรรมของการสอบสวน ตามข้อ 22 (5) และ (7) แห่งกฎ ก.พ. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ. 2556 พร้อมยืนยันเจตนาที่จะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานผู้ไต่สวนตามกระบวนการของกฎหมายอย่างเต็มที่

หนังสือขอถอนตัว
แหล่งข่าว กล่าวว่า เมื่อมีข้อมูลว่าตนเองอาจอยู่ในขอบเขตของการไต่สวน นายอัธยาจึงตัดสินใจถอนตัวจากการทำหน้าที่ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน และรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการสอบสวน แม้นายอัธยาจะถอนตัวจากการเป็นกรรมการสอบสวน แต่การดำเนินการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงยังคงเดินหน้าต่อไปโดยคณะกรรมการชุดที่เหลือ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่ ก่อนสรุปผลเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป




