คดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 กำลังเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ เมื่อผู้ถูกกล่าวหาคนสำคัญเริ่มทยอยเข้าให้ปากคำประกอบการสอบสวนคดีนี้ ทั้งในส่วนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองบังคับการปราบปราม (กองปราบฯ)
โฟกัสข้อมูลในส่วนของ กองบังคับการปราบปราม (กองปราบฯ) ล่าสุด พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้หมายเรียกที่ส่งไปให้นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นี้ ทั้งคู่ได้รับหมายเรียกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยในส่วนของ นายเรืองเดช ประสานว่าจะเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ตามหมาย ส่วนนายธีรุตม์ได้รับการประสานว่า จะขอเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบในสัปดาห์หน้า เนื่องจากยังอยู่ต่างจังหวัด รวมทั้งเป็นช่วงวันหยุดยาว
อย่างไรก็ดี ทั้งคู่จะถูกแจ้ง 7 ข้อหาหนัก ประกอบไปด้วย 1. เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต 2. เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารกรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น 3. เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ รับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ 4. ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน 5. ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ 6. ร่วมกันเปิดผนึกหรือเอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใดๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไป เพื่อล่วงรู้ข้อความ เพื่อนำข้อความหรือเอกสารเช่นว่านั้นออกเปิดเผย และ 7. ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน

ภาพประกอบข่าว
ส่งหมายเรียกคดีโกงสอบครบแล้ว! 'ธีรุตม์' ขอเลื่อน อยู่ตจว. - ติดหยุดยาว
ทั้งนี้ นอกจาก นายเรืองเดช และ นายธีรุตม์ ที่ได้รับหมายเรียกไปเรียบร้อยแล้ว กองปราบฯ ยังเตรียมเข้าเรือนจำเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่
นายวิน ธนพชรโภคิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน น้องสาว นายวิน
จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
ทั้งสามราย ปัจจุบันถูกคุมขังในเรือนจำ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว 3 ข้อหา ได้แก่ พฤติการณ์เป็นอั้งยี่และซ่องโจร ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 กรณีทำให้เอกสารของผู้อื่นเสียหายหรือสูญหาย และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ
ครั้งนี้จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดฐานสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 ซึ่งมีโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดหลักด้วย
ส่วนผู้ต้องหาอีกกลุ่มใหญ่ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน และ กองปราบฯ ออกหมายเรียกไปด้วย คือ กลุ่มข้าราชการและเจ้าหน้าที่ รวม 11 ราย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ ปปป. ตรวจพบขณะอยู่ภายในบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ของ “จ่าพิชิต” ในพื้นที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ที่เป็นสถานที่ในการดำเนินการแก้ไขข้อมูลข้อสอบ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่คาดว่าสามารถส่งหมายเรียกได้ครบทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการประสานวันเข้าพบจากผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าว
ตามขั้นตอนของกฎหมาย หมายเรียกครั้งแรกจะครบกำหนดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 หากผู้ต้องหารายใดยังไม่เข้าพบ พนักงานสอบสวนกองปราบฯ จะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่สอง
หากยังไม่มาตามกำหนดของหมายเรียกครั้งที่สอง เจ้าหน้าที่จะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับ เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อไป
อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนประเมินว่า ผู้ถูกกล่าวหา ทั้ง 11 รายไม่น่าจะมีปัญหาในการเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากทั้งหมดเคยให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. มาแล้วก่อนหน้านี้
แหล่งข่าวจากหน่วยงานตรวจสอบ เปิดเผยว่า สำหรับรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 11 ราย ที่คาดว่าจะถูกออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนใหญ่อยู่ในฐานข้อมูลการไต่สวนคดีของ ป.ป.ช. ในกลุ่มผู้ร่วมแก้ไขคำตอบ จำนวน 33 ราย ที่มีการเปิดเผยไปก่อนหน้านี้ ซึ่งก็มีหลายคนยืนยันว่า เข้าไปอยู่ที่บริษัทฯ ในวันถูกตรวจค้นจริง แต่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรการแก้ไขกระดาษคำตอบด้วย
แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะสถานที่แห่งนี้ ถือเป็นสถานที่สำคัญในการลงมือแก้ไขกระดาษคำตอบ จึงเป็นเรื่องยาก ที่จะปล่อยให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปอยู่ร่วมได้?
ส่วนรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 11 ราย ที่อยู่ในข่ายถูกออกมาเรียกมาให้ปากคำ ถูกคาดหมายว่า น่าจะเป็นบุคคลที่มีหลักฐานในการมีส่วนร่วมแก้ไขกระดาษคำตอบชัดเจน ตามข้อมูลที่สำนักข่าว Next News นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
อาทิ
-นางสาววราภรณ์ ลบล้ำเลิศ หรือ "แนน" นักทรัพยากรบุคคล ปฏิบัติการ องค์การบริหารส่วนตำบลบางขุนกอง ซึ่งเป็นผู้สาธิตวิธีการแก้ไขกระดาษคำตอบให้กับเจ้าหน้าที่ดู และ นางสาวสุภาวิตา ชมภูประทีป หรือ "จูน" นักวิชาการจัดเก็บรายได้ ปฏิบัติการ องค์การบริหารส่วนตำบลบางขุนกอง เพื่อนที่ชวนกันมา

ภาพประกอบข่าว
-นายธนพล สุขอิ่ม หรือ "ไกด์" นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ สังกัดกองการเจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองปลายบาง ตรงตามฐานข้อมูลของสำนักงาน ป.ป.ช.

ภาพประกอบข่าว
-นางสาวสุธิดา สุขคุ้ม หรือ "ดา" นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ เทศบาลเมืองเสาธงหิน (เมื่อก่อนเป็นเทศบาลตำบลเสาธงหิน)

ภาพประกอบข่าว
-อีก 1 คน น่าจะเป็น นายฉัตรพิศุทธิ์ ธรรมศิริ หรือ "เต้ย" อายุ 31 ปี ลูกจ้างบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ของ “จ่าพิชิต” ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้คอยให้คำแนะนำ ดูแล และประสานงานกับกลุ่มผู้ที่กำลังแก้ไขกระดาษคำตอบข้อสอบอย่างใกล้ชิด และเป็นผู้นำตรวจค้น ในวันที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เข้าตรวจค้นบริษัทฯ
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าใครจะถูกออกหมายเรียกเข้าให้ปากคำบ้าง?
สิ่งสำคัญที่สุด คือ คำให้การของผู้ถูกออกหมายเรียก ที่จะให้ต่อเจ้าพนักงานสอบสวน ว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร? ให้ความร่วมมือในการสอบสวนคดีกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ หรือจะช่วยปกปิดข้อมูลสำคัญจอมบงการที่อยู่เบื้องหลังคดีนี้
เพราะคำให้การเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญที่จะบ่งบอกสถานะในอนาคตของผู้ให้ปากคำได้เป็นอย่างดี ว่า บทสรุปสุดท้ายคดีนี้ จะปิดฉากด้วยคำว่า พยาน หรือ จำเลย ที่จะต้องมีส่วนรับโทษตามกฎหมายกันแน่

สรุปข้อมูลประกอบ
อย่างไรก็ดี เกี่ยวกับคดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 นั้น สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างขั้นตอนการไต่สวนคดีเท่านั้น ป.ป.ช.ยังไม่ได้มีการชี้มูลความผิด ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ และมีสิทธิชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงสามารถเข้าร่วมกระบวนการกันตัวเป็นพยานกับ ป.ป.ช.ได้ด้วย
ปัจจุบัน มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่หลายราย เริ่มแสดงความประสงค์ขอกันตัวเป็นพยาน ในคดีนี้ต่อ ป.ป.ช. หลายคนแล้ว
บทสรุปสุดท้ายกระบวนการสอบปากคำ ผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ จะออกมาเป็นอย่างไร ติดตามดูกันต่อไป
แบบห้ามกะพริบตาโดยเด็ดขาด
อ่านประกอบ
'เรืองเดช' ให้ปากคำ ป.ป.ช. นาน 9 ชม. ไม่เสร็จ-จ่อสอบ ดร.วิน ในเรือนจำ
ป.ป.ช.รับคดีพิเศษโกงสอบท้องถิ่นตั้งไต่สวน6,014 ราย 'เมีย'แมนรัตน์ ด้วย
เปิดหมด 55 ชื่อ 'จนท.รัฐ-นายหน้า' ป.ป.ช.ตั้งไต่สวนคดีทุจริตสอบท้องถิ่น
ป.ป.ช.แถลงโกงสอบท้องถิ่นเป็นคดีพิเศษ หลักฐานเชื่อได้แก้คะแนน-รับเงิน
เปิดตัว 'เต้ย' หน.ทีมแก้ไขคำตอบ ในบัญชี ป.ป.ช. ไต่สวนคดีโกงสอบท้องถิ่น
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




